สู่ขอ

1326 Words
เถียนสวี่หลันไม่ได้กลับไปที่เรือนตระกูลเถียน นางนั่งรออาเล็กและอาสะใภ้รองที่เส้นทางลงเขา สตรีทั้งสองที่พึ่งรู้ว่าเถียนสวี่หลันหายตัวไปพวกนางก็ออกตามหาอยู่นาน ผ่านไปราวสองชั่วยามทั้งสองจึงกลับลงเขามาเพื่อที่จะไปตามชาวบ้านให้ช่วยออกตามหาหลานสาวของตน เมื่อทั้งสองเดินมาถึงเส้นทางลงเขา พวกนางก็เห็นร่างบางนั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทั้งอาเล็กและอาสะใภ้รองต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ครั้งหน้าพวกนางคงไม่กล้าพาเถียนสวี่หลันขึ้นเขาอีกแล้ว เมื่อพวกนางกลับมาที่ตระกูลเถียน เถียนสวี่หลันก็ขอร้องสตรีทั้งสองว่าอย่าเล่าเรื่องที่ตนหลงอยู่ในป่าให้ท่านปู่ท่านย่าฟัง เพราะนางกลัวว่าตนเองจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกนอกเรือนอีก อาเล็กและอาสะใภ้รองได้แต่พยักหน้ารับปากนางด้วยความจนใจ เพราะทนลูกอ้อนของนางไม่ไหว หลังจากวันนั้นเถียนสวี่หลันก็ได้ตามขึ้นเขาไปเก็บของป่าอีกหลายครั้ง จนนางสามารถจำเส้นทางบนเขาได้บางส่วน อีกทั้งนางยังสามารถแยกแยะเห็ดพิษและเห็ดที่ไม่มีพิษได้แล้ว ความรู้สึกที่น่าภาคภูมิใจนี้นางมักจะแบ่งปันกับน้องชายที่ไปเรียนที่สำนักศึกษาในหมู่บ้านข้างๆ เสมอ วันนี้เป็นวันหยุดปิดร้านขายของประจำเดือนของบิดามารดา เถียนสวี่หลันพาน้องชายออกมารอทั้งสองที่ศาลาหน้าหมู่บ้าน สองพี่น้องมองเห็นรถม้าขนาดกลางสองคันกำลังวิ่งตรงมาที่พวกตน คราแรกเถียนสวี่หลันไม่ได้คิดว่าบนรถม้าจะเป็นบิดาและมารดาของตน แต่เมื่อเห็นบิดาโผล่หน้าออกมาทักทายตนเองก็ทำให้นางรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย เหตุใดวันนี้ทั้งสองถึงได้นั่งรถม้ากลับมา ทำไมไม่นั่งเกวียนวัวเหมือนเช่นทุกที “ท่านพ่อท่านแม่” เถียนห่าวซวนเรียกทั้งสองด้วยท่าทางตื่นเต้น “ขึ้นรถม้ามาก่อน พ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” สองพี่น้องก้าวขึ้นไปบนรถม้าตามที่บิดาบอก ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำ ชาวบ้านหนานซานที่พึ่งกลับมาจากไร่นาต่างก็เห็นรถม้าสองคันวิ่งตรงไปยังตระกูลเถียน กลุ่มคนที่ชอบพูดคุยซุบซิบอยากรู้อยากเห็นเรื่องของผู้อื่นต่างก็มารวมตัวกันเพื่อรอดูว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่ หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอาสาเดินไปถามคนขับรถม้าที่รออยู่ด้านนอก และได้ความกลับมาว่า คนที่นั่งรถม้ามาที่หมู่บ้านหนานซานคือญาติฝังมารดาของเถียนสวี่หลัน คนตระกูลหลี่ ที่พวกเขามาวันนี้ก็เพราะต้องการหมั้นหมายหญิงสาวจากตระกูลเถียนเอาไว้ ในตระกูลเถียนหญิงสาวที่สามารถออกเรือนได้ในตอนนี้ก็มีแค่เพียงสองคนคือเถียนสวี่หลันและเถียนซู่เจิง หากเป็นคนตระกูลหลี่ที่เป็นคหบดี นั่นก็หมายความว่าจะต้องมาสู่ขอเถียนสวี่หลันแน่นอน ใครจะมาอยากได้เถียนซู่เจิงที่มีใบหน้าธรรมดาไปเป็นฮูหยินกันเล่า เว่ยเจ๋อหมิงที่พึ่งกลับมาจากสำนักศึกษาเดินผ่านคนกลุ่มนั้นที่กำลังยืนมุงอยู่ด้านนอกเรือตระกูลเถียน เรื่องที่พวกเขากำลังพูดคุยกันเขาเองก็ได้ยินแล้วทั้งหมด แต่เรื่องของคนตระกูลเถียนหาใช่เรื่องที่เขาควรใส่ใจ ใครจะแต่งงานใครจะหมั้นหมายมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา เว่ยเจ๋อหมิงเดินกลับไปที่เรือนของตนด้วยอารมณ์หงุดหงิด “ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว” เสียงเย็นชาเอ่ยออกมาอย่างไร้อารมณ์ ร่างสูงกลับเข้าห้องไปปิดประตูเก็บตัวเงียบอยู่ข้างใน ตำราในมือที่กำลังเปิดอ่านก็ไม่เข้าหัวเลยสักนิด เว่ยเจ๋อหมิงเดินไปเดินมาภายในห้องด้วยอารมณ์ว้าวุ่น หัวใจของเขารู้สึกร้อนรุ่มเหมือนกับมีกองไฟสุมอยู่ข้างใน “บ้าจริง นางจะหมั้นหมายกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย” เว่ยเจ๋อหมิงเปิดประตูเดินออกไปนอกเรือน เขาเดินขึ้นเขาไปเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง ภาพเหตุการณ์วันนั้นที่นางหลงป่าผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ความจริงหลังจากที่เว่ยเจ๋อหมิงพาเถียนสวี่หลันกลับออกมาจากภูเขา เขาก็ไม่ได้เดินจากไปไหนไกล เมื่อเห็นว่านางนั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาก็นั่งเฝ้านางอยู่ห่างๆ เว่ยเจ๋อหมิงไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังเป็นบ้าอันใดอยู่ ถึงได้เป็นห่วงสตรีที่เขาเคยรู้สึกรังเกียจผู้นั้น ยิ่งได้ยินจากชาวบ้านพูดว่านางกำลังจะหมั้นหมายกับบุรุษอื่น ในใจเขายิ่งรู้สึกร้อนรน คงไม่ใช่ว่า.....ไม่มีทางเป็นไปได้ เว่ยเจ๋อหมิงไม่อยากจะยอมรับว่าตนเองได้ตกหลุมรักสตรีร้ายกาจอย่างเถียนสวี่หลันเข้าแล้ว เขาพยายามหาเหตุผลมาหักล้างความรู้สึกของตนเอง สุดท้ายคำตอบมันก็ยังวนกลับมาที่เดิม เขาคงชอบนางเข้าแล้วจริงๆ เว่ยเจ๋อหมิงได้แต่หงุดหงิดตนเอง เหตุใดเขาถึงได้ทึ่มเพียงนี้ถึงพึ่งมารู้ตัวเอาตอนที่กำลังจะสายไป แล้วเขาไปมีความรู้สึกเช่นนั้นกับนางตั้งแต่เมื่อใดกันนะ เว่ยเจ๋อหมิงนึกย้อนกลับไปในวันที่เขาช่วยเถียนสวี่หลันที่ร้านขายตำรา ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่นเพราะตกใจกับความรู้สึกที่ตนพึ่งได้ค้นพบ เพราะอย่างนี้เองสินะเขาถึงได้พุ่งเขาไปหานางอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง หลังจากที่ได้เห็นบุรุษอื่นเข้าใกล้นาง ในตอนนั้นที่เขาไม่พอใจที่ซ่งหยางเฉิงเอ่ยถามถึงนาง เพราะเขากำลังหึงหวงอยู่อย่างนั้นหรือ ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักของเว่ยเจ๋อหมิงแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะมาตกหลุมรักสตรีที่เขาเคยลั่นวาจาว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับนางเด็ดขาด มารู้ตัวเอาตอนนี้แล้วอย่างไร นางกำลังจะกลายเป็นภรรยาของผู้อื่น เขาจะมีปัญญาขัดขวางได้หรือ ร่างสูงชกไปที่ต้นไม่ที่เถียนสวี่หลันเคยนอนอยู่ตรงนั้นอย่างแรงจะมือของเขาแตก เขาจินตนาการว่าต้นไม้ต้นนั้นเป็นบุรุษที่กำลังมาสู่ขอนาง จากนั้นจึงชกไปอีกหลายครั้งเพื่อระบายอารมณ์ เว่ยเจ๋อหมิงกลับมาที่เรือนหลังจากที่ท้องฟ้ามืดไปนานแล้ว แม่นางเซี่ยที่นั่งคอยบุตรชายที่ห้องโถงก็รีบลุกขึ้นด้วยท่าทางเป็นห่วง หลังจากที่เห็นบุตรชายของตนเดินเข้ามา “หมิงเอ๋อ ลูกไปไหนมา” เว่ยเจ๋อหมิงเดินเข้าไปในเรือนด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ร่างสูงเดินเข้าไปกอดมารดาทั้งที่เขาเลิกทำเช่นนั้นไปนานแล้วหลังจากที่เขาอายุสิบขวบ แม่นางเซี่ยไม่เคยเห็นบุตรชายของตนมีท่าทางอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่เล็กจนโตเขามักจะเข้มแข็งและไม่เคยแสดงอารมณ์อ่อนไหวออกมาให้เห็นเหมือนอย่างเช่นวันนี้ “เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามบุตรชายเบาๆ เว่ยเจ๋อหมิงผละออกจากมารดา ดวงตาของเขาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แม่นางเซี่ยเห็นดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก หรือว่าเขากำลังประสบเรื่องที่ร้ายแรงมากจนเขาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางหลังน้ำตาออกมาเป็นแน่ “ท่านแม่ เราย้ายไปอยู่ที่อื่นกันดีหรือไม่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD