ดักรอเพื่อใส่ร้าย

1301 Words
แม่นางเซี่ยที่ยังไม่ทันหายตกใจที่เห็นบุตรชายของตนร้องไห้ ตอนนี้เขายังมาพูดเช่นนี้กับนางอีก มันเป็นเรื่องอันใดกันแน่ที่ทำให้เขาไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทั้งที่หมู่บ้านหนานซานเป็นสถานที่ที่เขาอยู่มาตั้งแต่ยังเล็ก “เล่าให้แม่ฟังก่อนดีหรือไม่ว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับลูกบางทีแม่คนนี้อาจจะหาทางช่วยเจ้าได้” แม่นางเซี่ยที่เป็นคนใจเย็นมาตลอด เอ่ยปลอบบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เว่ยเจ๋อหมิงถอนหายใจออกมาเบาๆ “เรื่องนี้ท่านช่วยข้าไม่ได้หรอก ท่านแม่เราออกไปจากที่นี่กันเถิด” เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินกลับเข้าห้องไป ทิ้งให้แม่นางเซี่ยที่ยืนอยู่ในห้องโถงมองตามหลังบุตรชายไปด้วยความเป็นห่วง กลางดึกเว่ยเจ๋อหมิงที่กำลังคัดตัวอักษรเพื่อสงบสติอารมณ์ได้เผลอหลับไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ พอถึงรุ่งสางเขาก็สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก่อนหน้านั้นเว่ยเจ๋อหมิงได้ฝันไปว่าตนเองได้แต่งงานกับเถียนสวี่หลันอย่างไม่เต็มใจ ทุกภาพเหตุการณ์ทุกถ้อยคำที่เขาดุด่านางทั้งที่นางพยายามทำดีกับเขา มันยังคงติดตรึงอยู่ภายในใจ นางทำดีกับเขาเพียงนั้นเหตุใดเขาถึงเอาแต่ถือทิฐิคอยเอ่ยคำพูดประชดประชันต่อนางด้วยนะ เว่ยเจ๋อหมิงไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนหนังสือเดินไปที่หลังเรือน เขาใช้น้ำเย็นราดลงไปบนตัวหลายครั้ง เพื่อหวังว่าตนเองจะสงบลง ถึงจะถูกน้ำที่แสนเย็นเยียบสัมผัสกายแต่ภายในใจกลับยังคงรู้สึกร้อนรุ่ม ในหัวของเขาตอนนี้เอาแต่นึกถึงความฝันเหล่านั้นไม่หยุดหย่อน ทุกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันดูชัดเจนจนเขาแทบจะหลงเชื่อว่าทั้งหมดคือความจริง เว่ยเจ๋อหมิงคิดว่าตนเองคงจะคิดถึงเรื่องที่เถียนสวี่หลันกำลังจะหมั้นหมายมากเกินไป จึงทำให้ตนฝันไร้สาระพรรคนั้นออกมา เว่ยเจ๋อหมิงออกจากเรือนไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เขาไม่ต้องการได้ยินเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับการหมั้นหมายของนาง แต่สวรรค์มักจะไม่สนใจต่อคำภาวนาของคนที่ไม่สำคัญเช่นเขา เมื่อเดินมาถึงต้นไม้ร้อยปีกลางหมู่บ้าน ร่างของใครบางคนก็ออกมาขวางหน้าเขาเอาไว้ “พี่เจ๋อหมิง” เสียงที่คุ้นเคยทำให้เว่ยเจ๋อหมิงชะงักไป “เจ้ามาทำอันใดที่นี่” สวีม่านนีรู้เวลาที่เว่ยเจ๋อหมิงจะออกจากเรือนไปยังสำนักศึกษา นางจึงมาดักรอเพื่อพบเขา “พี่เจ๋อหมิงท่านรู้เรื่องของเถียนสวี่หลันหรือไม่ นางกำลังจะแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของนางเดือนหน้า ข้าได้ยินมาว่าเขาร่ำรวยมาก ถึงแม้จะเป็นคุณชายรองของตระกูลหลี่ก็ตาม หญิงสาวในหมู่บ้านต่างก็อิจฉาที่นางได้สามีหล่อเหลาแถมยังร่ำรวยอีกต่างหาก” นั่นเป็นคำพูดที่แสลงหูของเว่ยเจ๋อหมิงที่สุดตั้งแต่เกิดมา เขาไม่รู้ว่านางต้องการสิ่งใดถึงได้มาเล่าเรื่องของเถียนสวี่หลันที่นางไม่ชอบหน้าให้เขาฟัง ร่างสูงถอยห่างจากนางเล็กน้อยและยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยหลังจากฟังเรื่องเล่าของสวีม่านนีแล้ว “ท่านไม่รู้สึกโกรธบ้างเลยหรือ นางเคยวิ่งไล่ตามท่านถึงสองปี อยู่ๆ กลับไปหมั้นหมายกับบุรุษอื่น ท่านไม่รู้สึกว่าตนเองถูกหักหลังและถูกหยามเกียรติบ้างหรือ พี่เจ๋อหมิงต่อให้สตรีร้ายกาจอย่างเถียนสวี่หลันจะเปลี่ยนใจจากท่านไปแล้ว แต่ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอนะ” สวีม่านนีเอ่ยเสียงอ่อนหวาน ทั้งยังก้าวเข้าไปใกล้เว่ยเจ๋อหมิงช้าๆ ร่างสูงในชุดขาวของสำนักศึกษาจื้อกั๋วถอยออกห่างจากนางในทันทีที่สวีม่านนีโถมตัวเข้าหาเขา สวีม่านนีไม่คิดว่าเว่ยเจ๋อหมิงจะกระโดดหลบตน ทำให้นางล้มหน้าคะมำลงบนพื้นดินอย่างแรง ใบหน้ากลมที่พยายามแต่งแต้มมาเป็นอย่างดีถูไปกับพื้นดินที่เปียกแฉะ นางกรีดร้องออกมาเสียงดังอย่างรู้สึกไม่ยินยอม “เหตุใดท่านถึงได้เย็นชากับข้าเช่นนี้ ที่ผ่านมามิใช่แค่เถียนสวี่หลันเท่านั้นที่เคยทุ่มเทความรักให้กับท่าน ข้าเองก็ทำเช่นกัน เหตุใดท่านไม่เคยเห็นใจข้าบ้าง พี่เจ๋อหมิงท่านรู้หรือไม่ว่าข้ารักท่านมานานเพียงใดแล้ว” ร่างสูงยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้าเฉยชา สายตาเขาเหลือบมองไปยังสตรีที่นั่งอยู่บนพื้นผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบโคลน สภาพของสวีม่านนีในตอนนี้มองดูแล้วช่างน่าสมเพชนัก เขาคิดถูกแล้วที่ก่อนหน้านี้ไม่ห้ามให้เถียนสวี่หลันเล่นงานสตรีผู้นี้ นางถึงกับกล้าใส่ร้ายผู้อื่นต่อหน้าเขานางคิดว่าเขาจะซาบซึ้งในความเห็นอกเห็นใจที่นางกำลังมอบให้อย่านั้นสินะ สตรีน่ารังเกียจ “เจ้าพูดจบแล้วใช่หรือไม่” เว่ยเจ๋อหมิงคร้านที่จะเสวนากับนาง มาคิดดูอีกทีวันนั้นนางน่าจะโดนเถียนสวี่หลันเล่นงานให้หนักมากกว่านี้ “เดี๋ยวก่อนพี่เจ๋อหมิง ท่านจะไม่พูดอะไรกับข้าสักหน่อยหรือ” เว่ยเจ๋อหมิงหันไปมองใบหน้ากลมที่เปื้อนโคลนด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง “ไสหัวไปให้ไกลจากข้าซะ” ร่างสูงเดินสะบัดขนเสื้อจากไปอย่างไม่ไยดี เสียงกรีดร้องของสวีม่านนีดังแหลมเสียดแก้วหูคนทั้งหมู่บ้าน แต่เถียนสวี่หลันที่เป็นตัวต้นเรื่อง มิได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้า เพราะนางกำลังหลับฝันดีในผ้าห่มที่แสนอบอุ่นของตน ตั้งแต่ที่คนในหมู่บ้านใส่ร้ายเถียนสวี่หลันเรื่องที่นางถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง ท่านปู่ของนางก็สั่งให้คนในเรือนเลิกสุงสิงกับชาวบ้าน ทั้งยังประกาศออกไปอย่างเด็ดเดี่ยวว่าปีหน้าจะให้คนจากหมู่บ้านอื่นเช่าที่นาของตน ส่วนคนที่เคยทำสัญญากับท่านปู่ของนางก็จะถูกยกเลิกทั้งหมด ชาวบ้านที่เคยอาศัยพึ่งพาตระกูลเถียนต่างก็มาคุกเข่าขอร้องท่านปู่ที่หน้าเรือนอยู่หลายวันจนเถียนสวี่หลันอดเห็นใจพวกเขาไม่ได้ นางจึงไปพูดกับผู้เฒ่าเถียนแทนชาวบ้านว่าให้ยกโทษให้พวกเขาอีกสักครั้งเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำผิดและตอนนี้ชาวบ้านที่เคยใส่ร้ายนางก็คงจะรู้สึกสำนึกแล้ว อีกอย่างเรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากตระกูลสวี ที่พยายามปลุกระดมชาวบ้านหนานซานให้เป็นปรปักษ์กับตระกูลเถียน คนที่ควรถูกลงโทษคือคนพวกนั้นต่างหาก หลังจากที่หลานสาวสุดที่รักเอ่ยเช่นนั้น มีหรือที่ท่านปู่ของนางจะไม่เห็นด้วย สุดท้ายชาวบ้านที่มาคุกเข่าที่หน้าเรือนก็ได้รับการให้อภัย ก่อนพวกเขาจากไปท่านปู่ยังขู่ไปอีกว่าให้ไปแก้ไขข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับนางด้วย เถียนสวี่หลันรู้สึกซาบซึ้งที่ท่านปู่ของนางมักจะคิดถึงความรู้สึกของนางเป็นอันดับแรกเสมอ สวีม่านนีและครอบครัวของนางตอนนี้ ไม่เป็นที่ยอมรับของชาวบ้านแห่งหมู่บ้านหนานซานอีกต่อไป ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็มักจะถูกขว้างปาด้วยข้าวของหรือผักเน่า หนักสุดนางยังเคยถูกสาดด้วยมูลของหมู ทำให้ตอนนี้คนตระกูลสวีไม่มีใครกล้าออกมาเดินนอกเรือนตอนกลางวันอีกเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD