เจ้าไม่แต่งงานกับเขาได้หรือไม่

1403 Words
ร่างบางเอ่ยขึ้นซ้ำๆ อย่างรู้สึกผิด ต่อให้ชีวิตนี้นางจะต้องตายด้วยน้ำมือของซ่งหยางเฉิงอีกครั้ง นางก็จะไม่ยอมทรยศต่อเขา เว่ยเจ๋อหมิงข้าขอสาบาน ร่างบางสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็น แต่ในหัวใจของนางกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เว่ยเจ๋อหมิงจำทางกลับไปยังหมู่บ้านได้ แต่ตอนนี้ฝนตกหนักมากเกินไปทำให้การเดินลงจากเขานั้นค่อนข้างลำบาก ตนเองที่ขึ้นเขาบ่อยครั้งจนชำนาญนั้นไม่เท่าไหร่แต่เขากังวลว่านางจะได้รับอุบัติเหตุ ดังนั้นเว่ยเจ๋อหมิงจึงพาเถียนสวี่หลันไปหลบฝนในถ้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เมื่อเข้าไปข้างในถ้ำ เถียนสวี่หลันที่ตัวสั่นเทาเพราะความหนาวก็ยิ่งสั่นแรงขึ้นจนเว่ยเจ๋อหมิงตกใจ “เจ้าคงไม่ได้ป่วยกระมัง เหตุใดร่างกายถึงได้สั่นรุนแรงเช่นนี้” ความจริงเถียนสวี่หลันไม่ใช่คนขี้หนาว แต่ที่กายของนางสั่นมากเพียงนี้มันเป็นปฏิกิริยามาจากชีวิตที่แล้ว หลังจากที่เถียนสวี่หลันถูกหลอกให้ประทับลายนิ้วมือในสัญญาทาส นางเคยถูกจ้าวจื่ออิงขังเอาไว้ในกรงหมูแล้วนำไปโยนลงในน้ำ มีแค่เพียงส่วนหัวของนางเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ นางถูกแช่อยู่อย่างนั้นนานถึงสองวัน และตลอดทั้งสองวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ในเวลานั้นนางคิดว่าตนเองจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่จ้าวจื่ออิงกลับสั่งให้หมอรักษานางจนหายดี จากนั้นนางก็จะหาวิธีการใหม่ๆ มาทรมานเถียนสวี่หลันอีก “ข้า...ไม่เป็นไร” เอ่ยเพียงเท่านั้นสติของนางก็ดับวูบไป เว่ยเจ๋อหมิงตกใจเป็นอย่างมาก เขาแตะที่หน้าผากของเถียนสวี่หลันแผ่วเบาจึงพบว่ากายของนางนั้นร้อนดั่งไฟ เว่ยเจ๋อหมิงรีบถอดชุดด้านนอกที่เปียกของนางออก ในถ้ำตอนนี้ไม่มีแม้แต่กองไฟที่จะทำให้นางอบอุ่นได้ ร่างสูงกอดนางเอาไว้ในอ้อมอก เขาไม่ลังเลที่จะใช้ไออุ่นจากร่างกายตนเพื่อหวังให้นางคลายจากความหนาวเย็น สองร่างอิงแอบกันและกันอยู่ภายในถ้ำจนกระทั่งเขาเผลอหลับไป เว่ยเจ๋อหมิงที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันใหม่ เขาแตะที่หน้าผากของนางเพื่อดูว่าตัวของนางยังร้อนอยู่หรือไม่ เถียนสวี่หลันลืมตามองร่างสูงที่กำลังแสดงสีหน้าอ่อนโยนที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน เขากำลังเป็นห่วงนางอย่างนั้นหรือถ้าหากว่านี่เป็นความฝันนางก็ไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมา เว่ยเจ๋อหมิงเห็นเถียนสวี่หลันทำหน้าแปลกๆ เขาก็รู้แล้วว่านางกำลังคิดเหลวไหลบางอย่างอยู่ นิ้วมือเรียวยาวเคาะลงไปที่หน้าผากของนางเบาๆ เถียนสวี่หลันจึงได้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตา “เจ้าเคาะหน้าผากของข้าอีกแล้ว ทำเช่นนี้บ่อยๆ เดี๋ยวข้าก็โง่หรอก ข้าพยายามอ่านหนังสือตั้งมากมาย หากความรู้ไหลออกจากรูหูของข้าจะทำอย่างไร” เถียนสวี่หลันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เว่ยเจ๋อหมิงได้ยินดังนั้นก็คิดที่จะเคาะหน้าผากของนางอีกครั้ง แต่เถียนสวี่หลันรีบใช้มือสองข้างปิดหน้าผากตนเองเอาไว้ “เถียงได้ฉอดๆ เช่นนี้ แสดงว่าหายดีแล้วสินะ” เว่ยเจ๋อหมิงแกะมือเล็กที่กุมหน้าผากมนเอาไว้ ก่อนที่จะใช้หน้าผากของตนแตะที่หน้าผากของนางแผ่วเบา เถียนสวี่หลันไม่คิดว่านางจะมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาเช่นนี้ ใบหน้างามที่เคยซีดเซียวกลับแดงก่ำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ขะ..ข้ายังไม่หายดีเท่าไหร่” นางเอ่ยเสียงออดอ้อน ความรู้สึกที่ได้รับการดูแลจากเขามันช่างทำให้คนมีความสุขจนล้นเสียจริง หัวใจของข้าเอ๋ย เต้นให้เบาลงหน่อยได้หรือไม่ เพราะข้ากลัวว่าเขาจะได้ยิน เถียนสวี่หลันไม่รู้ว่าต่อมาเว่ยเจ๋อหมิงจะทำให้หัวใจของนางเต้นกระหน่ำจนแทบกระดอนออกมานอกอกอีกครั้ง ร่างสูงมิได้ผละจากไปแต่เขาประทับจุมพิตที่มุมปากของนางแผ่วเบา ราวกับปีกแมลงปอพัดผ่าน ถึงแม้นางจะเคยผ่านเรื่องนั้นมาแล้วในชีวิตก่อน แต่ส่วนลึกภายในจิตใจของนางกลับโหยหาเพียงแค่เขาเท่านั้น ดวงตาหวานซึ้งสองคู่สบประสานกัน ความรู้สึกของคนทั้งสองต่างก็สื่อถึงกันและกันแล้วในตอนนี้ เถียนสวี่หลันหลับตาลงช้าๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เว่ยเจ๋อหมิงได้ทำตามใจตน เว่ยเจ๋อหมิงที่เห็นนางทำหน้าเช่นนั้นเขาก็ใช้นิ้วเรียวเคาะไปที่หน้าผากของนางเบาๆ ก่อนที่จะหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ “เด็กโง่ เรื่องนี้ยังเร็วเกินไปสำหรับเจ้า” เถียนสวี่หลันที่กำลังหลับตาอยู่ รีบลืมตาขึ้นมาก่อนจะถลึงดวงตากลมโตใส่เขาอย่างไม่พอใจ เด็กอย่างนั้นหรืออายุของข้าสองชีวิตรวมกันเป็นท่านแม่ของเจ้าได้เลยนะ เถียนสวี่หลันทำหน้าเบ้ ถึงแม้นางจะเคยแต่งงานกับเว่ยเจ๋อหมิงในชีวิตก่อน แต่นางไม่เคยรู้เลยว่านิสัยที่แท้จริงของเขาจะเป็นคนขี้แกล้งเช่นนี้ ใบหน้างามหันไปด้านข้างด้วยความหงุดหงิด แก้มเนียนใสพองลมบ่งบอกว่านางกำลังโกรธเขาแล้ว เว่ยเจ๋อหมิงที่เห็นดังนั้น เขาก็กดจูบลงไปที่ข้างแก้มของนางแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว “ไม่โกรธแล้วได้หรือไม่ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้วก็ได้ เด็กดีเราสองคนมาดีกันเถอะ” เถียนสวี่หลันที่ถูกหอมแก้มฟอดใหญ่ นางก็ยกมือขึ้นมากุมแก้มของตนเอาไว้ ใบหน้างามซับสีเลือดไปทั้งใบหน้า ด้วยความเขินอาย “แต่เจ้ารังแกข้า” “เช่นนั้นข้าให้เจ้าจูบคืน” เว่ยเจ๋อหมิงยืนหน้าด้านข้างไปใกล้ๆ นางก่อนที่จะแสร้งหลับตา เถียนสวี่หลันลังเลในใจเล็กน้อยก่อนที่จะขยับริมฝีปากของตนไปใกล้เว่ยเจ๋อหมิง ก่อนที่ริมฝีปากของนางจะทันได้แตะแก้มของอีกฝ่าย เว่ยเจ๋อหมิงก็หันกลับมาทำให้ริมฝีปากของทั้งสองแตะกันพอดี ดวงตากลมโตของเถียนสวี่หลันเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง นางไม่คิดว่าเขาจะหันกลับมากะทันหันเช่นนี้ เว่ยเจ๋อหมิงประคองท้ายทอยของนางเอาไว้ ก่อนที่จะขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ แช่มช้า แต่หวานซึ้งไปถึงหัวใจ เขามิได้รุกล้ำเข้าไปด้านในเพราะคิดที่จะค่อยๆ สอนให้นางรู้เรื่องระหว่างชายหญิงอย่างช้าๆ อีกอย่างคนทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน เขาจึงต้องการที่จะให้เกียรตินาง สตรีร้ายกาจที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้ ร่างสูงผละออกจากร่างเล็กในอ้อมแขนอย่างแสนเสียดาย ร่างสูงพยายามข่มใจตนเองเอาไว้ เขาจะมามัวหลงระเริงไปกับความหอมหวานของนางมิได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นเขาเองที่เสียใจ เพราะยังมีอีกเรื่องที่เขาต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน “เด็กดี เจ้ารับรู้ความรู้สึกของข้าแล้วใช่หรือไม่” เว่ยเจ๋อหมิงกระซิบที่ข้างหูของเถียนสวี่หลันแผ่วเบาๆ และพยายามหลอกล่อให้ร่างบางในอ้อมแขนโอนอ่อนผ่อนตามคำพูดของตน “เจ้าไม่แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเจ้ามิได้หรือ หลันเอ๋อหากวันหน้าข้าประสบความสำเร็จ ทุกสิ่งที่ข้าได้รับมาข้าจะมอบมันให้เจ้าทั้งหมด ขอเพียงเจ้ายอมอยู่ข้างกายข้าเท่านั้น” เถียนสวี่หลันมองบุรุษรูปงามที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ นางใช้มือเล็กลูบคลำใบหน้าของเขาแผ่วเบาอย่างสำรวจ เว่ยเจ๋อหมิงตัวจริงนี่นา นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากำลังสารภาพรักกับนาง เจ้าไม้บรรทัดผู้นั้นกำลังบอกนางว่าเขารักนางอย่างนั้นหรือ เถียนสวี่หลันหยิกแขนตนเองแรงๆ เพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนเองกำลังได้ยิน “ซี๊ด!!ก็เจ็บนี่นา ข้าไม่ได้ฝันไป”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD