พานางกลับมาอย่างปลอดภัย

1497 Words
ท่าทางน่าเอ็นดูของนางทำให้เว่ยเจ๋อหมิงอดที่จะมันเขี้ยวไม่ได้ เขาหอมแก้มนางอีกครั้งเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงทุ้ม “เจ้ายังมิได้ตอบคำถามของข้า อย่าได้เฉไฉพูดไปเรื่องอื่น” เถียนสวี่หลันมองร่างสูงด้วยสีหน้างุนงง “เจ้าบอกว่าใครกำลังจะแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องนะ” เว่ยเจ๋อหมิงชี้มาที่นาง “ข้าอย่างนั้นหรือ ผู้ใดเป็นคนบอกเจ้ากัน” เว่ยเจ๋อหมิงทำหน้าสับสนไม่ต่างจากเถียนสวี่หลัน หรือเขาจะได้ยินผิดไป แต่วันนั้นสวีม่านนีและชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านางกำลังจะหมั้นหมายนี่นา เว่ยเจ๋อหมิงมองใบหน้างามตรงหน้าอย่างค้นหา ดวงตาของนางทั้งกระจ่างใสและซื่อตรง นางไม่น่าจะโกหกเขา “หากมิใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า” “ก็อาเล็กน่ะสิ ข้ามิเคยบอกใครว่าข้าจะแต่งงานเสียหน่อย เจ้าไปได้ยินจากที่ใดมา” เถียนสวี่หลันเอียงหัวตอบอย่างน่ารัก ท่าทางของนางตอนนี้แทบจะทำให้เว่ยเจ๋อหมิงทนไม่ไหว เขาอยากจะขย้ำนางแล้วกลืนกินลงท้องเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย เขาอยากจะซ่อนนางเอาไว้อย่างมิดชิดมิให้ผู้ใดได้มีโอกาสพบเห็นนางอีก เว่ยเจ๋อหมิงส่ายหัวให้กับความคิดเหลวไหลของตน ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาได้รู้ใจตนเอง เขาก็รู้สึกว่าเขารักนางจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ “เจ้าบอกว่าอาเล็กของเจ้ากำลังจะหมั้นหมายกับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าอย่างนั้นหรือ ข้าเป็นสหายของนางเหตุใดนางถึงไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้กับข้าเลยสักครั้ง” เถียนสวี่หลันยิ้มอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงเรื่องในวันนั้นขึ้นมา “ความจริงคนตระกูลเถียนเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า ว่าคนที่ลูกพี่ลูกน้องของข้ามาขอหมั้นหมายจะต้องเป็นข้า เจ้าคงไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องของข้ารีบปฏิเสธเป็นพัลวันเพราะกลัวว่าอาเล็กจะเข้าใจผิด” เถียนสวี่หลันหัวเราะเสียงใส เมื่อนึกถึงคำพูดของลูกพี่ลูกน้องของตน “วันที่พวกเราเข้าไปในอำเภอเหออันวันนั้น ข้าอาเล็กและซวนเอ๋อแวะไปหาท่านพ่อท่านแม่ที่ร้านก่อน ตัวข้าเองก็ไม่ทันได้สังเกตว่าผู้ที่พูดคุยอยู่กับท่านพ่อคือลูกพี่ลูกน้องของข้า วันนั้นที่เขาได้เห็นอาเล็กครั้งแรกเขาก็ตกหลุมรักนางทันที ตั้งแต่นั้นมาเขาก็แวะเวียนไปที่ร้านของตระกูลเถียนบ่อยครั้ง” “แต่น่าเสียดายที่อาเล็กไม่ได้ไปที่อำเภอเหออันอีกเลย ทั้งสองจึงไม่ได้พบกันอีก จนกระทั่งวันก่อนลูกพี่ลูกน้องของข้าได้แวะไปที่ร้านในช่วงที่ท่านพ่อท่านแม่กำลังจะกลับมาที่หมู่บ้านหนานซาน เขาจึงได้ขอตามมาด้วย เรื่องนี้เป็นเขาที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนในตระกูลเถียนฟัง ข้าคิดว่าที่นางมิได้เล่าให้เจ้าฟังอาจเป็นเพราะนางคงจะรู้สึกอายกระมัง ครานี้ท่านปู่ท่านย่าของข้าก็ได้ลูกเขยที่แสนจะถูกใจพวกเขาแล้ว” เว่ยเจ๋อหมิงยกยิ้มมุมปากบางๆ อย่างหาดูได้ยาก เขากอดร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนของตน ครั้งนี้เขานึกว่าตนเองจะต้องเสียนางไปตลอดกาลเสียแล้ว เว่ยเจ๋อหมิงกดจูบที่ไรผมของร่างเล็กแผ่วเบา ขอบคุณสวรรค์ที่ท่านยังไม่พรากนางไปจากข้า สายมากแล้ว เว่ยเจ๋อหมิงเหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังมีสายฝนตกลงมาปรอยๆ เขานำชุดคลุมของนางที่ตากเอาไว้บนก้อนหินจนหมาดแล้วกลับมาใส่ให้นาง จากนั้นนำชุดคลุมของเขามาคลุมให้นางอีกชั้น เว่ยเจ๋อหมิงให้เถียนสวี่หลันขี่หลังตนเองก่อนที่เขาจะแบกนางเดินลงจากเขาไป “เจ้าตัวเบามาก ควรทานอาหารให้มากกว่านี้นะหลันเอ๋อ” ระหว่างทางเว่ยเจ๋อหมิงเอ่ยกับเถียนสวี่หลันที่ขี่หลังเขาอยู่ “ข้าทานข้าวเยอะมากเลยนะ เจ้ายังไม่เคยเห็นน่ะสิ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ผอม ข้าแค่ตัวเล็กก็เท่านั้น” เว่ยเจ๋อหมิงเห็นด้วยกันเรื่องนั้น ถึงภายนอกนางจะดูผอมแห้งไปสักหน่อย แต่หลังจากที่เขาถอดชุดคลุมของนางออกถึงได้รู้ว่านางนั้นซ่อนรูปเพียงใด ส่วนที่ควรมีของนางก็มโหฬาร ส่วนที่ควรเล็กคอดก็โค้งเว้าได้สัดส่วน เว่ยเจ๋อหมิงสลัดภาพรูปร่างของเถียนสวี่หลันออกจากหัว แล้วตั้งใจเดินต่อไป เมื่อคนทั้งสองเดินมาถึงทางขึ้นเขา ก็ได้พบกับชาวบ้านมากมายที่กำลังออกตามหาพวกตน เว่ยเจ๋อหมิงเดินตรงไปยังกลุ่มคนพวกนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ชาวบ้านที่เห็นชุดคลุมตัวนอกของเว่ยเจ๋อหมิงอยู่บนตัวของเถียนเสี่ยวหลัน ทุกคนก็มองมาด้วยสีหน้าแปลกๆ ท่านพ่อและอารองวิ่งตรงมาที่นางหลังจากที่ได้ยินจากชาวบ้านว่าพบตัวบุตรสาวของเขาแล้ว “หลันเอ๋อ!! เป็นอย่างไรบ้าง โถ่!!ลูกสาวของข้า เจ้าเด็กโง่รู้หรือไม่ว่าทำให้พ่อเป็นห่วงแค่ไหน” บิดาของเถียนสวี่หลันแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากที่ได้พบบุตรสาวของตนอีกครั้ง “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นอะไร โชคดีที่เว่ยเจ๋อหมิงพบข้าบนเขา ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่ได้พบบุตรสาวคนนี้อีกแล้ว” ดวงตากลมโตของนางแดงก่ำ น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ถึงแม้ตอนนี้คนทั้งสองจะกำลังสนทนากัน แต่เถียนสวี่หลันก็ยังคงถูกเว่ยเจ๋อหมิงแบกเอาไว้อยู่ อารองที่คิดจะรับเถียนสวี่หลันจากเว่ยเจ๋อหมิง แต่กลับถูกร่างสูงเบี่ยงตัวหลบ “นางไม่สบาย ตอนนี้ฝนก็กำลังตก ข้าว่ารีบพานางกลับไปพักผ่อนที่เรือนเถิดขอรับ” เอ่ยจบเว่ยเจ๋อหมิงก็พาเถียนสวี่หลันเดินลงเขาไป ทิ้งให้บิดาอารองและชาวบ้านมองตามหลังของคนทั้งสองไปด้วยสีหน้างงงัน หลังจากส่งเถียนสวี่หลันกลับถึงเรือนแล้วเว่ยเจ๋อหมิงก็กลับมาที่เรือนของตน แม่นางเซี่ยเดินวนไปวนมาภายในห้องโถงด้วยความร้อนใจ บุตรชายของนางหายไปทั้งคืนจะไม่ให้นางเป็นห่วงได้อย่างไร “ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว” เว่ยเจ๋อหมิงกลับมาในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว ชุดคลุมด้านนอกของเขาก็หายไป แม่นางเซี่ยรีบปรี่เข้าไปดูบุตรชายว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเขายังสบายดีนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เมื่อคืนนี้ ลูกหายไปไหนมากันแน่ หมิงเอ๋อรู้หรือไม่ว่าแม่เป็นห่วงลูกมากแค่ไหน” แม่นางเซี่ยเอ่ยถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งปกตินางจะไม่เป็นเช่นนี้ ที่ผ่านมานางเคารพการตัดสินใจของบุตรชายมาตลอดไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดก็ตาม แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องของหลานสาวจากตระกูลเถียนเข้ามาเกี่ยวด้วย ช่วงรุ่งสางของวันนี้แม่นางเซี่ยกำลังจะไปที่เรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อแจ้งเรื่องบุตรชายของนางหายตัวไป คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเช่นนี้ที่หลานสาวคนโตของตระกูลเถียนก็หายตัวไปเช่นกัน ชาวบ้านหลายสิบคนกำลังเตรียมตัวออกตามหานาง แม่นางเซี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที ว่าบุตรชายของตนจะต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายเข้าอีกแน่ ตอนนี้ถึงอย่างไรก็จำเป็นจะต้องรู้เรื่องราวเอาไว้สักหน่อย เผื่อว่าทางนั้นมาเอาเรื่องบุตรชายของนางที่หายไปบนเขาพร้อมกันสองต่อสอง ถึงนางจะเชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษของบุตรชายว่าเขาไม่มีทางทำสิ่งใดเกินเลยต่อเด็กสาวผู้นั้น แต่ฝ่ายหญิงก็เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว จึงจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ามั่นใจว่าจะสามารถจัดการได้อย่างแน่นอน” เว่นเจ๋อหมิงเอ่ยเพียงเท่านั้นเขาก็กลับเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด สายมากแล้วสายฝนก็ยังคงตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปที่สำนักศึกษาได้ ดังนั้นเว่ยเจ๋อหมิงจึงทำได้เพียงอ่านตำราอยู่ที่เรือนเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD