การเปลี่ยนแปลง

2133 Words
หลังจากกลับมาจากอำเภอเหออัน เถียนสวี่หลันก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ภายในห้อง นางไม่แม้แต่จะออกมาพบหน้าคนในครอบครัว นางไม่ยอมดื่มน้ำหรือทานอาหารพอตกกลางคืนก็เอาแต่กรีดร้องโหยหวนออกมาเหมือนกำลังหวาดกลัวบางอย่าง แม่เฒ่าจางที่เห็นหลานสาวเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก นางให้ถียนซู่เจิงเข้าไปนอนเฝ้าเถียนสวี่หลันเพราะกลัวว่านางจะทำร้ายตนเอง ทุกคนในตระกูลเถียนต่างก็ร้อนใจและคิดหาวิธีเพื่อช่วยเหลือนาง แม่เฒ่าจางนึกถึงเจ้าอาวาสวัดประจำอำเภอเหออันขึ้นมาได้ ท่านเป็นคนทำนายดวงชะตาของเถียนสวี่หลันเมื่อยังเป็นทารก บางทีท่านอาจจะมีวิธีช่วยนางก็เป็นได้ เช้าตรู่วันต่อมาแม่เฒ่าจางก็ไม่คิดรีรอ นางจ้างเกวียนวัวเพื่อไปที่วัดแห่งนั้นทันที เมื่อไปถึงนางก็ขอพบกับท่านเจ้าอาวาส แต่น่าเสียดายที่เณรน้อยแจ้งแก่แม่เฒ่าจางว่าท่านเจ้าอาวาสเดินทางไปเมืองหลวงคงจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกสักพัก แม่เฒ่าจางต้องกลับมาที่หมู่บ้านหนานซานด้วยความผิดหวัง นางสิ้นไร้หนทางที่จะช่วยเหลือหลานสาวได้แล้ว ความเจ็บปวดของเถียนสวี่หลันเปรียบเสมือนความเจ็บปวดของคนทั้งครอบครัว แม้แต่บิดามารดาก็ปิดร้านเพื่อกลับมาดูแลนาง ผ่านไปหนึ่งเดือน เป็นครั้งแรกที่เถียนสวี่หลันก้าวเท้าออกมาจากห้อง หลังจากที่จมปลักอยู่กับความเจ็บปวดมานานและได้ใช้ความคิดเพียงลำพังทำให้นางคิดได้ว่า หากนางยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปนางจะไม่มีวันก้าวผ่านความกลัวเหล่านั้น และชีวิตใหม่ของนางที่ได้รับมาก็คงจะไม่มีวันมีความสุข อีกทั้งนางไม่ต้องการให้ความเจ็บปวดของตน กลายมาเป็นตัวบั่นทอนความรู้สึกของคนในครอบครัวอีกต่อไปแล้ว “ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ อารอง อาสะใภ้รอง อาเล็ก ซวนเอ๋อ ข้าขอโทษ จากนี้ไปข้าจะเปลี่ยนแปลง ข้าจะเข้มแข็งจะไม่ปล่อยให้ตนเองต้องจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว” เถียนสวี่หลันเอ่ยขอโทษคนทั้งครอบครัวจากใจจริง ที่พวกเขาต้องมาลำบากดูแลนาง โดยที่ไม่เคยกล่าวโทษใดใดต่อนางเลยสักครั้ง “เด็กโง่พวกเราคือครอบครัวเดียวกันมิใช่หรือ” แม่เฒ่าจางกอดหลานสาวคนโตเอาไว้อย่างทะนุถนอม คนตระกูลเถียนทั้งหมดสามารถหายใจหายคอได้คล่องขึ้น หลังจากที่เถียนสวี่หลันกลับมาเป็นคนเดิม ไม่มีใครกล้าถามถึงสาเหตุที่ทำให้นางมีอาการเช่นนี้ เพราะพวกเขาไม่ต้องการจะนึกถึงมันอีก หลังจากที่ได้มีเวลานั่งคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาทำให้นางคิดได้ว่า เรื่องทั้งหมดที่นางเคยประสบมาในชีวิตก่อน มันยังไม่ได้เกิดขึ้นสักหน่อย เพียงแค่นางขัดขวางไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง นางก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเฉกเช่นชีวิตที่แล้ว เมื่อความหวาดกลัวในจิตใจหมดไป เถียนสวี่หลันก็กลับมาเป็นปกตินางก็มุ่งมั่นอยู่กับการเรียนเขียนอ่าน น่าแปลกมากหลังจากที่นางได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นางก็รู้สึกว่าตนเองมีบางอย่างเปลี่ยนไป เช่นความจำของนางที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ว่านางจะเคยเห็นสิ่งใดเพียงแค่ผ่านตานางก็สามารถจดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ ยิ่งเป็นเรื่องการเรียนที่เป็นปมในใจของนางเมื่อชีวิตก่อนนางยิ่งทำได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ผ่านไปเพียงแค่สองเดือนเถียนสวี่หลันก็สามารถก้าวข้ามน้องชายที่ร่ำเรียนมาก่อนนางถึงสามปี ด้านพละกำลังของนางก็เช่นเดียวกัน เถียนสวี่หลันช่วยอาเล็กของนางแบกถังน้ำสองถังได้อย่างสบาย โดยที่นางไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันเลยสักนิด ทั้งที่แต่ก่อนแรงจะฆ่าไก่ของนางยังแทบไม่มี ถึงทุกอย่างในครอบครัวตระกูลเถียนจะกลับมาเป็นปกติดังเดิม แต่ก็เกิดข่าวลือในหมู่บ้านขึ้นว่าเถียนสวี่หลันกลายเป็นคนวิกลจริตไปแล้ว มีบางคนจำได้ว่าเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากเรือนตระกูลเถียนทุกคืนคือเสียงของหลานสาวคนโตของแม่เฒ่าจาง มิน่าเล่าผ่านไปสองสามเดือนพวกเขาถึงไม่เคยเห็นนางออกมาเดินในหมู่บ้านเลยสักครั้ง ส่วนคนที่คอยกระพือให้ข่าวลือดูรุนแรงขึ้นคือ สวีม่านนี บุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน นางเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเถียนสวี่หลันมานาน เพราะตัวนางเองก็พึงใจในตัวของเว่ยเจ๋อหมิงเช่นกัน แต่นางกลับถูกเถียนสวี่หลันขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้นางสามารถเข้าใกล้เว่ยเจ๋อหมิงได้ สวีม่านนี่ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบกับเถียนสวี่หลันได้เลย ไม่ว่าจะด้านฐานะในหมู่บ้านหรือหน้าตาที่แสนธรรมดาของนาง ความริษยาที่มีอยู่เต็มอกจึงทำให้นางคิดหาวิธีกำจัดคู่แข่งหัวใจ เมื่อโอกาสมาถึงมีหรือที่สวีม่านนีจะยอมปล่อยเถียนสวี่หลันไป นางนำข่าวลือของเถียนสวี่หลันไปใส่สีตีไข่ว่านางถูกผีเข้าเลยทำให้นางกลายเป็นคนวิกลจริต หลายคนในหมู่บ้านต่างก็เชื่อในข่าวลือเหล่านั้นทำให้พวกเขาไม่มีใครกล้าเข้าไปสุงสิงกับคนตระกูลเถียนอีก แม้กระทั่งแต่เถียนซู่เจิงที่เป็นมิตรกับทุกคนต่างก็ถูกตีตัวออกห่าง “เกิดอะไรขึ้นหรืออาเล็ก” เถียนสวี่หลันมองใบหน้าที่แสดงออกว่ารู้สึกไม่สบายใจอย่างชัดเจนของเถียนซู่เจิง ในระหว่างที่ทั้งสองไปตักน้ำที่บ่อน้ำโบราณของหมู่บ้าน เมื่อทั้งสองเดินไปถึงที่นั่นชาวบ้านหลายคนที่กำลังตักน้ำอยู่ก็รีบหิ้วถังน้ำวิ่งหนีไป ทิ้งให้เถียนสวี่หลันมองตามด้วยความรู้สึกงงงัน “พวกเขากำลังวิ่งหนีอันใดกัน” นางชี้ไปทางชาวบ้านที่พึ่งจากไป เถียนซู่เจิงถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออด หลายวันมานี้ตัวนางเองก็พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง ถึงพวกเขาจะไม่ชอบคนตระกูลเถียนแต่นี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ “ข้าว่าจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นโดยที่พวกเราไม่รู้เป็นแน่” เถียนสวี่หลั่นเอ่ยขึ้นเบาๆ สองอาหลานหลังจากตักน้ำจนเต็มตุ่มดินเผาทุกใบในเรือน ทั้งสองก็นำเสื้อผ้าของคนทั้งครอบครัวออกไปซักที่ริมแม่น้ำ อาสะใภ้รองของเถียนสวี่หลันที่พึ่งกลับมาจากบ้านแม่ของนางวิ่งกระหืดกระหอบมาที่สตรีทั้งสอง “พวกเจ้าเหตุใดถึงยังมาเอ้อระเหยอยู่ที่นี่ ไม่รู้หรือว่าที่บ้านเกิดเรื่องขึ้นแล้ว” เถียนสวี่หลันและเถียนซู่เจิงลุกขึ้นยืนพร้อมกัน “เกิดสิ่งใดขึ้นหรืออาสะใภ้รอง” เถียนสวี่หลันตะโกนถามนาง “รีบไปเถอะ ท่านแม่กำลังจะฆ่าคนแล้ว หลันเอ๋อมีแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่สามารถห้ามนางได้” เถียนสวี่หลันทิ้งเสื้อผ้าที่อยู่ในมือวิ่งนำอาสะใภ้รองและอาเล็กของนางไปอย่างรวดเร็ว “ท่านย่า” นางส่งเสียงออกไปก่อนที่ตัวนางจะปรากฏต่อหน้าของพวกเขาเสียอีก แม่เฒ่าจางที่ในมือถือมีดผ่าฟืนเล่มใหญ่ท่าทางกำลังคลุ้มคลั่ง เพราะนางเองก็พึ่งได้ยินข่าวลือที่หลานสาวสุดที่รักถูกใส่ร้าย “สารเลวคนใดที่กล้าพูดจาเหลวไหลใส่ความหลานสาวข้า รีบโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้ หนอยแน่!!เห็นข้าอยู่เฉยเข้าหน่อยเลยคิดปีนขึ้นมาเหยียบหัวยายแก่อย่างข้าอย่างนั้นหรือ” เถียนสวี่หลันรีบแย่งมีดในมือท่านย่าของนางโยนทิ้งไปเพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุทำให้มีคนบาดเจ็บ “ท่านย่าใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ ใครกันที่ทำให้ท่านโมโหมากมายเช่นนี้” เถียนสวี่หลันถามแม่เฒ่าจางทั้งยังพยายามทำให้นางอารมณ์เย็นลง “อาสะใภ้รองของเจ้าพึ่งกลับมาจากบ้านเดิม นางเล่าว่าหมู่บ้านที่อยู่ละแวกนี้ต่างก็ลือกันว่าหลานสาวคนโตของตระกูลเถียนถูกผีเข้าจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว หากข่าวลือไม่ออกมาจากปากของคนในหมู่บ้านหนานซานแล้วมันจะมาจากที่ใด ข้ายอมไม่ได้ เรื่องนี้ต้องถึงหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเขาคิดว่าคนตระกูลเถียนสามารถรังแกได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” เถียนสวี่หลันเข้าใจในทันที มิน่าเล่าอาเล็กถึงบอกว่าทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ตีตัวออกห่างจากคนตระกูลเถียน สาเหตุเป็นเพราะเรื่องนี้นี่เอง “ท่านย่าท่านใจเย็นๆ ก่อนนะเจ้าคะ ท่านอย่าได้โมโหเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย หากท่านไม่ว่าอะไรท่านปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการเรื่องนี้ได้หรือไม่” แม่เฒ่าจางมองหลานสาวของตนด้วยสายตาแปลกใจ นางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ หากในยามปกตินางจะต้องโวยวายให้จัดการกับตัวต้นเรื่องที่ปล่อยข่าวลืออย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางกลับยังคงใจเย็นอยู่ได้ ช่างน่าแปลกใจนัก “หลานมีความคิดดีๆ แล้วอย่างนั้นหรือ” เถียนสวี่หลันยกยิ้มท่าทางมีเลศนัย เรื่องแบบนี้นางเคยผ่านมันมาก่อน เพราะชีวิตที่เริ่มสงบสุขทำให้นางลืมไปเลยว่าเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในชีวิตก่อน และเถียนสวี่หลันก็รู้แล้วว่าตัวการของข่าวลือพวกนี้คือผู้ใด หลังจากที่แม่เฒ่าจางกลับเข้าเรือนไป เถียนสวี่หลันก็ย้อนกลับมาที่ริมแม่น้ำอีกครั้ง นางช่วยอาเล็กและอาสะใภ้รองซักผ้าจนเสร็จ จากนั้นจึงไปทำงานบ้านอย่างอื่น เถียนสวี่หลันทำตัวปกติเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเรื่องขึ้นมาก่อน ทั้งอาเล็กและอาสะใภ้รองของนางต่างก็รู้สึกแปลกใจ ช่วงเย็นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เถียนสวี่ หลันก็กลับมาที่ห้องของตน นางสั่งอาเล็กว่านางต้องการพักผ่อนห้ามใครเข้ามารบกวน ก่อนจะแอบเอาชุดของอารองที่ตากอยู่หลังเรือนมาใส่ นางรวบผมขึ้นแล้วแต่งหน้าให้เข้มเหมือนบุรุษ จากนั้นจึงปีนออกจากห้องทางหน้าต่าง นางเดินออกไปจากหมู่บ้านโดยที่ไม่มีใครสนใจเพราะตอนนี้เป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านปิดประตูเรือนพักผ่อนแล้ว ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเถียนสวี่หลันก็กลับมา เมื่อเดินผ่านเรือนตระกูลสวีนางจึงหยุดแล้วมองซ้ายมองขวา เถียนสวี่หลันปีนเข้าไปในเรือนตระกูลสวีไม่นานนางก็ปีนกลับออกมา ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างของนางเหยียบลงบนพื้น ต้นคอของนางก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทันที เถียนสวี่หลันค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังของตนช้าๆ นางสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังยืนมองการกระทำของนางด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางความมืดมิด นางกลับรู้สึกได้ถึงดวงตาที่วาวโรจน์ของเขา เถียนสวี่หลันทำท่าจะวิ่งหนีแต่ถูกร่างสูงของเว่ยเจ๋อหมิงขวางเอาไว้ นางได้แต่คิดในใจว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรตอนนี้เลยเวลาเข้านอนไปนานแล้ว เขาน่าจะอยู่ที่เรือนของเขามิใช่หรือ ความจริงเว่ยเจ๋อหมิงกลับมาที่หมู่บ้านหนานซานเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน เขาเดินผ่านเรือนตระกูลเถียน จึงทันได้เห็นร่างเล็กของนางกำลังปีนออกมาทางหน้าต่างห้อง ด้วยความสงสัยเว่ยเจ๋อหมิงจึงตามนางไปตลอดทาง ทำให้เขารู้ว่านางแอบไปที่ใดมา เขาไม่รู้ว่าเถียนสวี่หลันต้องการทำสิ่งใดกันแน่ หรือว่าเรื่องที่นางถูกผีเข้าจะเป็นเรื่องจริง จะเป็นไปได้อย่างไรโลกใบนี้มีผีเสียที่ไหนกัน ทั้งตอนออกจากหมู่บ้านไปและกลับเข้ามา เถียนสวี่หลันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านางกำลังถูกเว่ยเจ๋อหมิงสะกดรอยตาม จนกระทั่งนางปีเข้าไปในเรือนตระกูลสวี คราแรกเขาคิดที่เปิดโปงนาง แต่สุดท้ายร่างสูงก็เปลี่ยนใจ เว่ยเจ๋อหมิงดึงคอเสื้อของนางที่ใหญ่กว่าตัวให้เดินตามมา เถียนสวี่หลันถูกลากจนมาถึงต้นไม้ร้อยปีที่อยู่ห่างออกไป เดิมทีนางคิดว่าตนเองมีกำลังเหนือผู้อื่นแล้ว แต่หลังจากนางพยายามดิ้นขัดขืนการจับกุมของเว่ยเจ๋อหมิง เหตุใดนางถึงสู้กำลังของเขาไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD