EP 03 ห้ามใจไว้ก่อน

1681 Words
ที่ไร่อิงดอยส่งออกส้มได้กำไรปีละหลายสิบล้าน อาจจะไม่ได้รวยเท่านักธุรกิจที่กรุงเทพ แต่อยู่ที่นี่เขาก็เป็นพ่อเลี้ยงคนหนึ่ง ที่มีลูกน้องเป็นพันๆชีวิตให้ดูแล ทุกๆเช้าเขาจะตื่นขึ้นมา ทานข้าวมื้อหนัก ก่อนจะขับรถกระบะโฟวิลคู่ใจเข้าไปในไร่ ในส่วนของโฮมสเตย์ จะมีไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาชมธรรมชาติบนดอย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกชาวต่างชาติ “สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง” เกศินีทักทายเจ้านาย ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตให้ดู “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” “คือว่ามีลูกค้าคนหนึ่ง ทำการจองที่พักของเราผ่านระบบเอาไว้ เป็นระยะเวลาหกสิบกว่าวันค่ะ ตั้งแต่ทำโฮมสเตย์มา ยังไม่เคยเจอลูกค้าพักนานขนาดนี้เลยนะคะ” “สงสัยจะจองผิด คุณโทรไปคอนเฟิร์มลูกค้าหรือยัง” “โทรไปแล้วค่ะ แต่ว่าไม่มีคนรับสาย แถมลูกค้ายังชำระเงินทั้งหมดเรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ” “ผมขอดูชื่อที่จองไว้หน่อย” ญาณวุฒิกดขยายหน้าจอเพื่ออ่านชื่อของลูกค้า พรลถัส เขารู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน “คุณก็สั่งคนเตรียมห้องไว้ละกัน” “ค่ะพ่อเลี้ยง” เกศินีมองเจ้านายที่ทำหน้าตึงแล้วเดินผ่านเธอไป ปกติเขาก็ไม่ค่อยยิ้มอยู่แล้ว พอเจอแบบนี้เธอถึงกับขนลุกซู่ ไม่รู้ว่าใครที่ทำให้เขาไม่พอใจ ซึ่งคนๆนั้นไม่ใช่เธอแน่ๆ “พระพายไม่เห็นต้องจองที่พักให้ลำบากเลย ที่บ้านก็มีห้องรับรองแขกว่างอยู่” วีรภพทำหน้าเซ็งๆ เขาอยากอยู่ใกล้ๆเธอ ยิ่งนอนคนละที่แบบนี้ เขายิ่งจะไม่มีเวลาอยู่กับเธอ “พระพายเกรงใจคุณตรัยค่ะ เดี๋ยวพระพายจะโดนครหาว่าเป็นเด็กใจแตก ดูไม่ดีในสายตาพ่อพี่ซันอีก เราสองคนวางตัวให้ห่างกันหน่อยเถอะนะคะ” เธอมองเขาด้วยสายตาละห้อย คล้ายว่าไม่อยากอยู่ห่างเขาเลย ทั้งที่จริงแล้วเธอเองตั้งใจจะเข้าไปพักในไร่ เพราะรู้มาว่าญาณวุฒิใช้เวลาอยู่ที่ไร่มากกว่าที่บ้าน “เราก็โตกันแล้ว เรื่องแบบนี้พ่อพี่เข้าใจ” วีรภพรวบร่างบางเข้ามากอดในขณะที่นั่งรถผ่านหุบเขาไปยังไร่อิงดอย เขายื่นใบหน้าเข้าไปหาเธอด้วยความเสน่หา “โตแล้ว แต่ว่าพระพายยังอยากดูดีในสายตาผู้ใหญ่นะคะ” เธอดันตัวออกห่างจากวีรภพ “เอางั้นก็ได้ครับ พี่รอได้ พี่รักพระพายมากนะ” “ค่ะ” พรลภัสแอบถอนหายใจ เมื่อหนีจากมือปลาหมึกนี้ได้ เธอเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะเดินทางถึงไร่อิงดอยเสียที จากถนนลาดยาง เปลี่ยนเป็นถนนลูกรังที่มีทุ่งนายาวสุดลูกหูลูกตา อากาศเริ่มเย็นจากลมที่มาปะทะร่างกาย ญาณวุฒิยืนคุมคนงานอยู่ท้ายไร่ ทองดีก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหา “ป้อเลี้ยงครับ ป้อเลี้ยง” ทองดีออกเสียงสำเนียงคนเหนือ เพราะพูดภาษากลางไม่ค่อยได้ “มึงมีอะไรไอ้ทอง” “คุณซัน ปาแม่หญิงจากกรุงเทพมาตวยครับ” ทองดียิ้มร่า ก่อนจะพูดต่อ “แม่หญิงอะหยั่งบ่อฮู้ อย่างงามเลยครับป้อเลี้ยง” “หึ! สนใจผู้หญิงกรุงเทพเหรอมึงน่ะ หัดพูดไทยให้คล่องก่อนเถอะ” ญาณวุฒิหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถโฟวิล “รอผมตวยครับป้อเลี้ยง” ทองดีรีบวิ่งตามหลังนาย ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งท้ายกระบะ “เชิญทานน้ำเย็นๆก่อนนะคะ” มาลีเป็นแม่บ้าน ที่ดูแลทุกอย่างของเรือนหลังใหญ่ “ขอบคุณค่ะ” พรลภัสคอแห้งจากการนั่งรถมานานหลายชั่วโมง จึงยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างไม่เกรงใจ “แล้วคุณพ่อล่ะครับป้ามาลี” วีรภพถามหาบิดา เขามองไปรอบๆบ้านทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “เข้าไร่ไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว” พอสิ้นเสียงของมาลี เสียงรถก็ใกล้เข้ามา จนจอดอยู่ตรงหน้า พรลภัสมองญาณวุฒิที่เปิดประตูลงมาจากรถด้วยท่าทางสุขุม เขามองผ่านเธอไปหาวีรภพ “พร้อมเริ่มงานเลยไหม” เขาแซวเล่น ถึงแม้ว่าใจจะอยากให้ลูกสนใจงานที่ไร่มากแค่ไหนก็ตาม “ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมครับ วันนี้เดินทางมาเหนื่อยเลย” วีรภพส่ายหน้า เจาแทบจะทนสู้อากาศร้อนๆไม่ไหว “ถ้างั้นก็พักผ่อนกันก่อนเถอะ ตอนเย็นอยากกินอะไรก็บอกป้ามาลีไว้” เขามองเด็กสาวที่แต่งกายด้วยกางเกงขาสั้น กับเสื้อกล้าม แล้วยิ่งรู้สึกหงุดหงิด “ห้องพักที่พระพายจองไว้อยู่ตรงไหนคะ” เธอมองหาโฮมสเตย์ที่เหมือนในรูป แต่ไกลสุดตาก็ไม่พบ “อยู่ท้ายไร่ ห่างจากที่นี่เกือบสิบโล เดี๋ยวฉันให้คนไปส่ง” ญาณวุฒิมองหาทองดี ก่อนหน้าเขาก็เห็นยืนอยู่ตรงนี้ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว “ไอ้ทองดี ไอ้ทองดี” เขาตะโกนเรียกเสียงดัง “ครับป้อเลี้ยง” ทองดีวิ่งมาจากทางหลังบ้าน ในมือยังถือขนมปังอยู่ ทำเอาญาณวุฒิถึงกับมองตาถลึง “เรื่องกิน มันเรื่องใหญ่สำหรับมึงจริงๆเลยนะ” ทุกครั้งที่มาบ้าน ทองดีจะชอบไปเปิดตู้เย็นหาแต่ของกิน แต่บางครั้งเขาก็ทำเป็นมองข้ามไป เพราะรู้ว่าทองดีไม่ค่อยจะเต็มบาทเท่าไหร่ “แฮร่ๆ” ทองดียิ้มแห้งๆ ก่อนจะนำขนมปังที่เหลือยัดลงในกระเป๋ากางเกงจนแน่น พรลภัสมองทองดีที่ทำหน้าระรื่นใส่ตัวเองก็รู้สึกกลัว เลยจับแขนวีรภพไว้แน่น “มึงมองแฟนกูจังเลยนะ ไม่เคยเห็นคนสวยเหรอไง” วีรภพถามทองดีอย่างขำๆ ถึงแม้ทองดีจะไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีพิษมีภัยและไว้ใจได้ “งามขนาดเลยครับ” พรลภัสยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ เธอหลบอยู่หลังวีรภพอยู่อย่างนั้น “ไม่ต้องกลัวไอ้ทองดีมันหรอก ถึงมันจะไม่เต็ม แต่มันก็ไม่ใช้คนบ้า” ญาณวุฒิพูดขึ้น ก่อนจะเดินไปยกกระเป๋าเดินทางของเธอขึ้นไว้หลังกระบะรถ “คุณตรัยช่วยไปส่งพระพายได้ไหมคะ” เธอเดินไปหาเขา ก่อนจะจับแขนใหญ่ด้วยมือสองข้าง เงยหน้าขึ้นมองสบประสานสายตาคม วีรภพได้ยินดังนั้นก็รีบพูดเสริมขึ้น “คุณพ่อไปส่งพระพายก็ดีนะครับ จะได้แนะนำไร่ว่าที่นี่มีอะไรบ้าง” เขาอยากให้พรลภัสกับบิดาสนิทกัน ญาณวุฒิหันหน้ามองไปทางอื่น พร้อมกับบดกรามแน่น “ขึ้นรถ” เขาบอกกับเด็กสาว ก่อนจะไปนั่งประจำที่คนขับแล้วสตาร์ทรถรอ พรลภัสวิ่งมาอีกทาง เธอเปิดประตูรถออก แต่พอจะก้าวขากลับไม่ถึง ด้วยความที่รถถูกออกแบบมาให้ยกสูงมากกว่าปกติ วีรภพจึงรีบมาช่วยอุ้ม ทำให้เธอได้นั่งอยู่บนรถจนสำเร็จ “ขอบคุณค่ะพี่ซัน” เธอยกมือปัดปอยผมทัดหูอย่างเขินๆ “เย็นนี้เจอกันนะ” “ค่ะ” พอเธอพูดจบ รถก็ถอยกลับออกมาหน้าทางเข้า ก่อนจะเลี้ยวลัดเลาะไปตามถนนลูกลัง เธอนั่งตัวโยนตามแรงกระแทกของล้อรถ “คุณช่วยขับช้าๆได้ไหมคะ พระพายกลัวค่ะ” เธอวางมือลงบนหน้าขาแกร่งเป็นการห้ามปรามเขา แต่เหมือนว่าเขาจะยิ่งเร่งความเร็วของรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้ามากกว่าเดิม มือเล็กจิกต้นขาของเขา เธอพยายามหาที่ยึดเกาะ จนกระทั่งเสียงเบรคดังขึ้น พร้อมกับรถที่จอดนิ่งอยู่กลางถนน พรลภัสแปลกใจจึงเงยหน้ามอง ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็ไม่เห็นอะไรที่แปลกไป “มีอะไรเหรอคะ” เขาไม่ตอบ แต่กลับมองลงไปที่มือของเธอ “อุ๊ย! พระพายขอโทษค่ะ” เธอรีบยกมือออกจากขาของเขาทันที “นั่งดีๆ แล้วก็คาดเข็มขัดด้วย” เขาใช้น้ำเสียงออกคำสั่ง พูดโดยไม่มองเด็กสาว พรลภัสดึงเข็มขัดมาคาดตามที่เขาบอก เธอมองใบหน้าคนคายเรียบนิ่ง เขาเอาแต่มองไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะสนใจเธอ ก่อนจะออกรถ พอถึงห้องพักเธอลากกระเป๋าเข้ามา และเขาก็ช่วยยกอีกสองใบมาวางให้ เธอเห็นเหงือของเขาไหลซึมบนใบหน้า จึงหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับให้ “นี่เธอจะทำอะไร” เขาจับมือเธอไว้ และมองด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ “พระพายแค่อยากจะช่วยเช็ดเหงื่อให้คุณ” ร่างบางขยับเข้าใกล้ร่างใหญ่ เธอบรรจงซับคราบเหงื่อไคลจากหน้าผากลงมายังแก้มสาก แขนเรียวถูกมือใหญ่จับไพล่หลัง ก่อนจะดันร่างของเธอติดผนังห้อง จึงทำให้ผ้าในมือหลุดร่วงลงพื้น “อ๊ะ เจ็บนะคะ พระพายเจ็บ” เขากดหน้าเธอไว้กับผนังเย็นๆ แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงเรือนกายสมส่วน เขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ “อย่าเข้าใกล้ฉันอีก ฉันไม่อยากให้ซันเข้าใจผิด” เขาบอกกับเธอใกล้ๆหู ก่อนจะปล่อยแขนออก แล้วเดินกลับไปที่รถ พรลภัสลูบต้นแขนและข้อมือของตัวเองตรงที่โดนมือใหญ่จับ เธอหายใจถี่กระชั้น รู้สึกร้อนๆหนาวๆเมื่อได้ใกล้ชิดญาณวุฒิ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD