ตอนที่ 5 : ความลับที่ทำให้เขาเข้าใกล้เธอ
หลังจากคิริวเดินออกไปจากห้องได้ไม่ถึงนาที ความเงียบก็ถาโถมเข้ามาเต็มพื้นที่
ลินยกมือแตะแก้มตัวเองเบา ๆ—ตรงที่ปลายนิ้วของเขาเพิ่งจะไล้ผ่านเมื่อครู่
ผิวตรงนั้นยังรู้สึกอุ่น…อุ่นจนเธอรู้สึกว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย
ทำไมเขาต้องเข้าใกล้ขนาดนั้น…
ทำไมเขาต้องแตะ…แบบนั้น…
ยิ่งคิด หัวใจยิ่งเต้นแรงไม่หยุด
เธอขยับตัวหลบซ้ายหลบขวาเหมือนอยากหนีความรู้สึกแปลกประหลาดในอก แต่หนีเท่าไหร่ก็ไม่พ้น
⸻
เสียงประตูเลื่อนเปิดอีกครั้ง
ลินหันขวับ คิดว่าคิริวกลับมาแล้ว
แต่เป็นบอดี้การ์ดคนเดิม เขายื่นซองเอกสารบางอย่างให้เธอ
“คุณคิริวให้คุณดูครับ”
“ให้ฉันดู…?” ลินชี้ตัวเอง
ก่อนการ์ดจะตอบ เสียงคิริวก็ดังขึ้นจากด้านหลังเขา
“ไปได้แล้ว”
การ์ดก้มหัวก่อนเดินออกไป คิริวปิดประตูด้วยท่าทางนิ่งขรึมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
แต่ดวงตาของเขา…กลับไม่เหมือนเดิมเลย
มันทั้งลึก ทั้งนิ่ง และเฝ้าจับจ้องเธอราวกับกำลังประเมินทุกลมหายใจของเธอ
เขาเดินเข้ามาใกล้
ซองเอกสารนั้นในมือเธอสั่นน้อย ๆ จนเขามองเห็นชัด
“เปิดสิ” เขาพูดเรียบ ๆ
ลินกลืนน้ำลาย เธอเปิดมันอย่างอึดอัด
และเพียงแค่มองเห็นรูปในซอง…หัวใจเธอก็หล่นวาบลงไปถึงท้อง
“นี่มัน…รูปของฉัน…? ตอนทำงานพาร์ทไทม์…ตอนเดินกลับบ้าน…ตอนกับหลาน…”
รูปถ่ายเธอถูกถ่ายจากหลายมุม
หลายวัน
หลายที่
เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกติดตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่
มือที่จับรูปสั่นหนักกว่าเดิม
ลมหายใจติดขัดจนพูดแทบไม่ออก
“ทำไม…ทำไมถึงมีรูปพวกนี้…?”
คิริวมองเธอนิ่งเหมือนกำลังจับทุกอารมณ์ที่ไหลผ่านใบหน้าเธอ
ก่อนเขาจะพูดเสียงต่ำ
“เพราะเธอไม่ได้ถูกหมายหัวแค่เมื่อวาน…แต่เธอถูกหมายหัวมาสองอาทิตย์แล้ว”
ลินเงยหน้าขึ้นมองเขา
หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว
ความตกใจ
และ…ความสับสนที่ไม่รู้จะร้องไห้หรือโกรธดี
“สองอาทิตย์…? แล้วทำไมฉันไม่รู้…”
“เพราะพวกมันไม่อยากให้เธอรู้”
คิริวตอบ
“และถ้าเมื่อคืนฉันไม่อยู่ที่นั่น—เธออาจจะไม่ได้นั่งตรงนี้แล้ว”
ลินกัดริมฝีปากแน่น
น้ำเสียงเธอสั่นจนแทบไม่เป็นตัวเอง
“แล้วคุณล่ะคะ…?”
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ทำไมต้องช่วยฉันขนาดนี้…”
คิริวเดินเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว
จนเธอเผลอถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ
แต่เขายังคงเดินตาม
ไม่เร่งรีบ
แต่มั่นคงเหมือนเสือที่รู้ว่าหนูไม่มีทางหนีได้
“ฉันช่วยเธอเพราะเธอ…”
เขาหยุดหนึ่งจังหวะ
สายตาเขามองลึกลงไปกว่าเดิม
ลึกจนเหมือนจะทะลุเข้าไปในใจเธอ
ลินกลั้นหายใจ
เขายกมือขึ้น
ปลายนิ้วแตะเส้นผมที่เคลื่อนลงมาคลอแก้มเธอ
แล้วค่อย ๆ เกลี่ยมันไปไว้หลังใบหูอย่างช้า ๆ
“เพราะเธอทำให้ฉันหลุดโฟกัส”
ลินตาโต “หะ…หลุดโฟกัสเหรอคะ?”
คิริวขยับเข้ามาใกล้
จนจมูกของเขาเฉียดแก้มเธออีกครั้ง
“ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา…พวกมันจับภาพเธอได้หลายครั้ง”
เขากระซิบ
“และทุกครั้งที่เห็นหน้าเธอ—ฉันกลับหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว”
หัวใจลินเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกจากหน้าอก
คิริวโน้มศีรษะลงมา
ลมหายใจเขาอุ่นจนเธอสั่นทั้งตัว
“เพราะฉันจำหน้าเธอได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นในบาร์”
เขากระซิบชิดผิวเธอจนขนอ่อนลุกวาบ
“และฉันไม่ชอบให้ใครจ้องเธอ…นอกจากฉัน”
ลินถอยหลังไปจนแผ่นหลังติดผนังโดยไม่รู้ตัว
คิริวตามเข้ามาอีก
ทิ้งระยะห่างระหว่างร่างของเขากับเธอเพียงลมหายใจเดียว
มือใหญ่ของเขายกขึ้น
วางลงบนผนังขนาบข้างศีรษะเธอ
เขาดักเธอไว้หมดทุกทาง
ทั้งกาย…และหัวใจ
“ฉันควรจะปล่อยให้เธอออกไปจากที่นี่”
เขาพูดช้า ๆ ลึก ๆ
“แต่ตอนนี้…ฉันทำไม่ได้”
“คิริว…” เสียงเธอสั่นจนเธอเองก็ตกใจ
เขาเลื่อนใบหน้าลงมาอีก
ริมฝีปากเขาแทบจะชนหน้าผากเธอ
“เพราะยิ่งมองหน้าเธอ…ฉันยิ่งควบคุมตัวเองได้ยาก”
มือเขาที่ขนาบข้างเธอขยับ
ราวกับกำลังระงับอะไรบางอย่าง
“และเธอ…”
เขาสบตาเธออย่างจงใจ
“…ทำให้ฉันอยากทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ”
หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บ
มือเธอกำชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วขาว
แต่ก่อนที่เขาจะขยับเข้าใกล้จนข้ามเส้น—
ติ๊ง!
เสียงเครื่องสื่อสารดังขึ้นอีกครั้ง
คิริวกัดฟันเหมือนต้องการฆ่าเสียงนั้นด้วยมือเปล่า
แต่เขาถอยออกเพียงนิด…นิดเดียวจริง ๆ
ดวงตาของเขายังคงจ้องเธออย่างที่ทำให้ลมหายใจเธอสะดุดไม่หยุด
“ฉันจะกลับมา…”
เขากระซิบ
เสียงพร่าอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
“อย่าไปไหนทั้งนั้นลิน”
แล้วเขาก็หมุนตัวเดินออกไป
ทิ้งให้เธอยืนพิงผนัง มือทาบอก
หัวใจเต้นจนเหมือนจะหลุดออกมา
เธอไม่รู้เลยว่า
สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้…
คือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่มีใครควบคุมได้
แม้แต่คิริวเองก็ตาม