ตอนที่ 1 : คืนที่ไม่ควรเจอเขา
เสียงดนตรีในบาร์หรูย่านกลางเมืองดังกลบทุกเสียงสนทนา แสงสีสลัว ๆ จากไฟบนเพดานสะท้อนกับขอบแก้ว เครื่องดื่มแพง ๆ และสายตาคนที่กำลังมองหาความเมามายชั่วคืน
“ลิน โต๊ะสิบสองสั่งเพิ่มอีกสองเซ็ตนะหนู”
เสียงพี่พนักงานตะโกนแข่งกับเพลงจากหลังเคาน์เตอร์
“ได้ค่ะพี่”
ลินตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน ระหว่างมือเล็กจัดแก้วและขวดแอลกอฮอล์ลงถาดอย่างคล่องแคล่ว
คืนนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติจนเธอแทบไม่ได้พัก พอเดินไปเสิร์ฟโต๊ะหนึ่งจบ ก็ต้องหันกลับมาเตรียมชุดใหม่ทันที มันเหนื่อย แต่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก…
ทำยังไงได้ ในเมื่อเงินคือสิ่งเดียวที่ทำให้ลมหายใจของเธอและคนที่รออยู่ที่ห้องยังไม่ขาดหาย
ลินสูดหายใจเข้าลึก ยกถาดขึ้นประคองด้วยสองมือ ก่อนจะฝ่าฝูงคนที่กำลังยืนเต้นไปยังโต๊ะหมายเลขสิบสองที่อยู่มุมในสุดของบาร์
โต๊ะนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายในชุดสูท คนหนึ่งพูดเสียงดังจนได้กลิ่นเหล้าจากระยะไกล อีกคนเอาแต่หัวเราะ ไม่มีใครดูมีสติสักคน
“เครื่องดื่มมาแล้วค่ะ”
เธอวางแก้วลงทีละใบอย่างระมัดระวัง
ตอนกำลังจะหันหลังกลับ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังแทรกจากด้านหน้า
“เฮ้ น้อง เสิร์ฟเหล้าอย่างเดียวไม่เสิร์ฟใจบ้างเหรอ”
มือหนัก ๆ เอื้อมมาจับที่ข้อมือเธอ ลินชะงัก หัวใจเต้นแรงแต่ไม่ใช่เพราะเขา…เพราะความกลัว
“ขอโทษนะคะ หนูต้องไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นต่อแล้วค่ะ” เธอพูดสุภาพ พยายามดึงมือออกอย่างนิ่มนวล
แต่คนเมาไม่คิดแบบนั้น เขาหัวเราะหึ ๆ แล้วบีบข้อมือแน่นขึ้น
“อยู่เป็นเพื่อนพวกพี่หน่อยสิ เดี๋ยวทิปดี ๆ ให้”
ท้องฟ้าในกรุงด้านนอกอาจจะมืดเงียบ แต่ในอกลินตอนนี้กลับวุ่นวาย เธอพยายามไม่แสดงท่าที แต่ความอึดอัดกำลังไหลขึ้นมาถึงลำคอ
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย พี่การ์ดของร้านเดินเข้ามาเตือน ทำให้คนเมายอมปล่อยมือเธออย่างเสียไม่ได้
ลินโค้งให้เบา ๆ แล้วรีบถอยออกมา
เธออดคิดไม่ได้ว่า…คืนนี้ทำไมรู้สึกแย่เป็นพิเศษ
⸻
เธอกลับมาที่เคาน์เตอร์ นั่งพักขาแค่ไม่กี่วินาที ก็ต้องลุกอีกครั้งเมื่อพี่พนักงานเรียกไปช่วยด้านใน
“ลิน เดี๋ยวพี่ขอให้ออกไปช่วยเช็กโต๊ะโซนหน้าอีกหน่อยนะ มีแขกใหญ่จะมา”
“แขกใหญ่?” ลินทวนคำ
พี่เขาแค่ยิ้มแห้ง ๆ “เออ…อย่าไปมองเยอะ แค่ทำงานให้ดีพอ”
คำว่า แขกใหญ่ ทำให้ลินรู้สึกแปลก ๆ
ในบาร์นี้มีคนหลายประเภท แต่ถ้าเป็นแขกที่ทำให้พนักงานดูเกร็งขนาดนี้…ก็ไม่ได้ธรรมดาแน่
เธอเดินออกจากโซนหลังบาร์มาแถวหน้าทางเข้า มองเห็นบอดี้การ์ดชุดดำสองสามคนยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว ราวกับกำลังเช็กพื้นที่
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ประตูกระจกก็ถูกผลักเปิด
ผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทดำสนิทก้าวเข้ามา กลิ่นอากาศรอบตัวเหมือนจะเปลี่ยนไปในทันทีที่เขาก้าวเหยียบพื้นบาร์
เขาตัวสูง…ไหล่กว้าง…รูปร่างแบบที่ต่อให้ใส่เสื้อยืดธรรมดาก็คงดูดี แต่มันไม่ใช่แค่รูปร่าง
ดวงตาคมที่มองกวาดไปทั่วบาร์แบบนิ่ง ๆ ทำเอาบรรดาพนักงานบางคนเผลอก้มหน้าลงอย่างไม่รู้ตัว
เสี้ยวคางแข็งกร้าว เส้นเลือดที่ลำคอ และรอยสักดำเข้มที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตขึ้นมาเพียงนิดเดียว…ทุกอย่างเตะตาเธอจนละสายตาไม่ได้
ลินรู้สึกได้เองโดยไม่ต้องให้ใครบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
“คุณคิริว ทางนี้ครับ” เสียงผู้จัดการร้านเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไป
คิริว…
ชื่อที่เหมือนมีน้ำหนักบางอย่างกดลงกลางหน้าอกเธอ
เขาเดินผ่านหน้าไปอย่างไม่สนใจใคร แต่เพียงแค่ลมที่พัดตามร่างสูงนั้นมาก็ทำให้ลินขนลุกวาบอย่างไม่มีเหตุผล
ไม่รู้ว่าเพราะแอร์เย็น หรือเพราะแค่เผลอสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที
ในชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาคมกริบคู่เดิมหันมาทางเธอราวกับจับได้ว่ามีคนจ้องอยู่
สายตาเขาไม่ได้ดุ ไม่ได้ยิ้ม…แต่เรียบเฉยจนเหมือนถูกอ่านทะลุ
หัวใจเธอสะดุดเต้นแรงผิดจังหวะ ก่อนจะรีบหลุบตาลงมองพื้น
“อย่าไปจ้องแบบนั้น เดี๋ยวมีเรื่อง” พี่ผู้หญิงข้าง ๆ กระซิบเบา ๆ
“เค้าใครเหรอคะ” ลินถามเสียงแผ่ว
“อย่ารู้เลยดีกว่า แค่จำชื่อไว้ก็พอ…คนที่นี่เรียกกันว่า ‘คุณคิริว’ ใครก็รู้ว่าไม่ควรยุ่ง”
ยิ่งได้ฟัง ความเย็นวูบในใจยิ่งชัด
⸻
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในบาร์ยิ่งแน่นขึ้น เพลงเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามจังหวะคนที่เมามากกว่าเดิม
ลินเดินวนไปมาเสิร์ฟเครื่องดื่มแทบไม่หยุด จนมาถึงโต๊ะมุมลึกด้านในที่เป็นโซนส่วนตัวของแขกคนสำคัญ
บอดี้การ์ดหน้าดุยืนกั้นอยู่หน้าทางเข้า
“เข้าได้ครับ แต่ห้ามวุ่นวาย ห้ามถ่ายรูป” เสียงทุ้มของการ์ดคนหนึ่งบอก
“ค่ะ” ลินก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านใน ถือถาดเครื่องดื่มเซ็ตใหม่ไปวางบนโต๊ะ
ในห้องนั้นเงียบกว่าส่วนอื่นของบาร์ ทั้งที่เพลงด้านนอกยังดังอยู่เต็มที่ ราวกับผนังดูดเสียงทั้งหมดเอาไว้
ชายสองคนนั่งฝั่งตรงข้ามกัน โต๊ะระหว่างกลางเต็มไปด้วยไวน์และแก้วคริสตัลราคาแพง แต่คนที่ดึงสายตาเธอไปได้เพียงคนเดียวคือเขา—คิริว
เขานั่งเอนหลังเล็กน้อย ใบหน้าคมกริบหันไปมองชายฝั่งตรงข้าม แสงไฟสลัวขับให้รอยสักที่ลำคอดูชัดขึ้น
“วางไว้ตรงนั้น” เสียงเขาดังขึ้น โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตาลงมามองเธอจริง ๆ
“ค่ะ…”
ลินพยายามวางถาดลงโดยไม่ให้มือสั่น ทั้งที่สัมผัสได้ว่าสายตาของอีกคนบนโต๊ะกำลังมองมาที่เธออย่างสำรวจ
“เด็กใหม่?” ชายคนนั้นถามอย่างไม่เกรงใจ
“ไม่ค่ะ ทำมาสักพักแล้ว” ลินตอบสุภาพ
“หึ หน้าตาแบบนี้มีแต่คนอยากให้เสิร์ฟ”
คำพูดนั้นทำให้เธอเกร็งไปชั่วขณะ
ก่อนที่สถานการณ์จะดูแย่ลง เสียงทุ้มต่ำของคิริวก็แทรกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
“เราไม่ได้จ่ายให้พนักงานมานั่งคุย ถ้าเมาแล้วก็นั่งเงียบ ๆ ไป”
น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ แต่ไม่ต้องตะคอก แค่พูดเท่านั้น บรรยากาศก็เปลี่ยน
ลินเผลอเงยหน้าขึ้นนิดเดียว สบตากับเขาอีกครั้ง…
คราวนี้เขามองเธอตรง ๆ เป็นครั้งแรก
สายตาคู่นั้นเหมือนจะเฉยชา แต่ในความนิ่งกลับซ่อนอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออกเอาไว้
หัวใจเธอกระตุกแรงแบบที่ไม่เข้าใจตัวเองเลย
“ออกไปได้แล้ว” เขาพูดต่อ แต่คราวนี้เป็นประโยคที่มีไว้ให้เธอ
“ค่ะ”
เธอก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา
แต่แค่ไม่กี่ก้าว…เสียงปืนก็ดังขึ้น!
ปัง!
เสียงมันดังสนั่นจนกลบทุกเสียงรอบตัว ลินยืนนิ่งในเสี้ยววินาทีนั้น สมองตื้อไปหมด
เสียงโหวกเหวกจากด้านนอกดังทะลุเข้ามา การ์ดหลายคนวิ่งพุ่งไปทางประตูด้านหน้า
“หมอบลง!”
เสียงตะโกนของการ์ดคนเดิมดังขึ้น
ถาดในมือพนักงานอีกคนร่วงกระแทกพื้น แก้วแตกกระจาย เสียงผู้หญิงกรี๊ดระงม คนในบาร์เริ่มแตกฮืออย่างตื่นตระหนก
ลินยืนค้าง หัวใจเต้นรัวจนเกือบหลุดออกมานอกอก
เธอไม่เคยอยู่ใกล้เหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นใครยิงกันต่อหน้า
เธอควรจะวิ่ง…ควรจะหมอบ…ควรจะทำอะไรสักอย่าง
แต่ร่างกายกลับขยับไม่ออก
ทันใดนั้น แขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็ดึงร่างของเธอจากด้านหลังอย่างแรงจนถาดเกือบหลุดจากมือ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ร่างบางถูกดึงเข้าไปชิดอกแกร่ง มือใหญ่ปิดศีรษะเธอแน่นแล้วโน้มตัวลงหมอบไปกับพื้นด้านหลังโซฟายาว
กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่และความอุ่นของร่างกายผู้ชายคนหนึ่งโอบรัดเธอไว้ทั้งหมด
“อยู่นิ่ง ๆ ถ้าไม่อยากตาย”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู
เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร
เสียงนี้…สายตานั้น…สัมผัสที่มั่นคงและหนักแน่น…
มันเป็นของผู้ชายคนเดียวในคืนนี้ที่ทำให้เธอลืมหายใจตั้งแต่แรกเห็น—คิริว
หัวใจของลินเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก ความกลัวและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีกันยุ่งในอก
เสียงปืนด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงโวยวายของลูกค้าและเสียงของการ์ดที่สั่งการกันวุ่น
แต่ในมุมเล็ก ๆ ตรงนี้ เธอกลับได้ยินชัดที่สุดแค่เสียงลมหายใจของเขาที่เป่ารดขมับ และแรงเต้นของหัวใจตัวเอง
มือใหญ่ของคิริวยังคงกดศีรษะเธอแนบกับแผ่นอก แขนอีกข้างโอบเอวเธอแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
มันอึดอัด…แต่น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยกว่าการยืนอยู่คนเดียวเมื่อครู่หลายเท่า
“กลัว?” เขาถามสั้น ๆ ทั้งที่เสียงปืนยังดังอยู่ราง ๆ
ลินกลืนน้ำลายฝืดคอ “ค…ค่ะ”
“ดีแล้ว จำความกลัวนี้ไว้ จะได้ไม่เดินเข้าไปในที่แบบนี้อีก”
น้ำเสียงเขาไม่อ่อนโยน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกดุด้วยความห่วงใยแปลก ๆ
“คุณ…คุณคิริว…ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นคะ” เธอถามทั้งที่รู้ตัวว่าคำถามอาจจะไม่เหมาะในเวลาแบบนี้
“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้”
เขาตอบเรียบ ๆ
ลมหายใจเขาเฉียดแก้มเธอทุกครั้งที่พูด ความร้อนจากร่างกายกำลังหลอมความกลัวให้กลายเป็นความรู้สึกอย่างอื่นปนอยู่ด้วย
ลินหลับตาแน่น พยายามไม่คิดอะไร
มือเธอเผลอกำสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ปล่อยได้แล้ว” เธอพึมพำเบา ๆ ทั้งที่แขนเขายังกอดแน่น
“ยัง”
คำตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน
“…ทำไมคะ”
เขาเงียบไปหนึ่งจังหวะราวกับกำลังชั่งใจว่าจะตอบดีหรือไม่
ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากริมฝีปากที่เฉียดใบหู
“เพราะตอนนี้…เธอเป็นเป้าหมายของใครบางคนเหมือนกัน”
ลินเบิกตาโพลง หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“หมายความว่ายังไงคะ…”
คิริวเลื่อนมือที่โอบเอวเธอมาจับคางเล็กให้เงยหน้าขึ้น เธอจึงเผลอสบตากับเขาในระยะที่ใกล้กว่าทุกครั้ง
แววตาเขานิ่งสนิท…แต่ในความนิ่งนั้นมีบางอย่างที่เหมือนกำลังจ้องเข้าไปลึกจนถึงข้างในหัวใจของเธอ
“ออกไปจากที่นี่คืนนี้ เธอไม่รอดแน่ ถ้าไม่มีฉัน”
เขาพูดช้า ๆ ชัด ๆ
“ทำไมต้องเป็น…ฉะ…ฉัน…” เสียงลินสั่นจนแทบขาดหาย
มุมปากคิริวยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังมองอะไรบางอย่างที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
“เพราะเธอเป็นคนเดียว…ที่เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น”
คำตอบนั้นทำเอาเลือดในกายลินเย็นวาบไปทั้งตัว
ก่อนที่เธอจะทันถามอะไรต่อ เสียงประตูก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง การ์ดคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามา
“คุณคิริว พื้นที่ด้านหน้าเคลียร์แล้วครับ แต่เราต้องรีบออกไปจากทางด้านหลัง ตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่ถอย”
คิริวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะคลายอ้อมแขนออกจากตัวลินช้า ๆ
ความอุ่นหายไปในทันทีราวกับไม่เคยมีอยู่ แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“ลุก”
เขาออกคำสั่งสั้น ๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือมาหาเธอ
ลินมองมือใหญ่ที่ยื่นตรงหน้าอย่างลังเล
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกว่าการจับมือผู้ชายคนหนึ่ง…อาจเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ไปตลอดกาล
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจ เสียงปืนจากด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ปัง!
เสียงนั้นทำให้ร่างกายเธอชาวูบ ขาอ่อนจนเกือบทรุด
คิริวขมวดคิ้ว ก่อนจะคว้าแขนเธอไว้ทันทีแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างไม่รอ
“ไม่มีเวลาให้คิดแล้วลิน” เขาเรียกชื่อเธออย่างรู้ทั้งที่เธอจำไม่ได้ว่าบอกเขาตอนไหน “จากวินาทีนี้ไป…เธอจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน”
“แต่ฉัน—”
“จำไว้” เขาโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหูอีกครั้ง
“ถ้าอยากมีชีวิตรอด…อย่าปฏิเสธคำสั่งของมาเฟีย”
ดวงตาคมกริบตวัดมองเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามไปทางประตูด้านหลัง
และในตอนนั้นเอง…ลินก็รู้ตัวดีว่า คืนนี้ไม่ใช่แค่คืนที่มีเสียงปืนดัง
แต่เป็นคืนที่เธอเผลอก้าวขาเข้าไปในโลกของผู้ชายที่ใคร ๆ ต่างบอกว่า…ไม่ควรเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย