ดั่งต้องมนต์มาเฟีย

2269 Words
ตอนที่ 1 : คืนที่ไม่ควรเจอเขา เสียงดนตรีในบาร์หรูย่านกลางเมืองดังกลบทุกเสียงสนทนา แสงสีสลัว ๆ จากไฟบนเพดานสะท้อนกับขอบแก้ว เครื่องดื่มแพง ๆ และสายตาคนที่กำลังมองหาความเมามายชั่วคืน “ลิน โต๊ะสิบสองสั่งเพิ่มอีกสองเซ็ตนะหนู” เสียงพี่พนักงานตะโกนแข่งกับเพลงจากหลังเคาน์เตอร์ “ได้ค่ะพี่” ลินตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน ระหว่างมือเล็กจัดแก้วและขวดแอลกอฮอล์ลงถาดอย่างคล่องแคล่ว คืนนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติจนเธอแทบไม่ได้พัก พอเดินไปเสิร์ฟโต๊ะหนึ่งจบ ก็ต้องหันกลับมาเตรียมชุดใหม่ทันที มันเหนื่อย แต่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก… ทำยังไงได้ ในเมื่อเงินคือสิ่งเดียวที่ทำให้ลมหายใจของเธอและคนที่รออยู่ที่ห้องยังไม่ขาดหาย ลินสูดหายใจเข้าลึก ยกถาดขึ้นประคองด้วยสองมือ ก่อนจะฝ่าฝูงคนที่กำลังยืนเต้นไปยังโต๊ะหมายเลขสิบสองที่อยู่มุมในสุดของบาร์ โต๊ะนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายในชุดสูท คนหนึ่งพูดเสียงดังจนได้กลิ่นเหล้าจากระยะไกล อีกคนเอาแต่หัวเราะ ไม่มีใครดูมีสติสักคน “เครื่องดื่มมาแล้วค่ะ” เธอวางแก้วลงทีละใบอย่างระมัดระวัง ตอนกำลังจะหันหลังกลับ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังแทรกจากด้านหน้า “เฮ้ น้อง เสิร์ฟเหล้าอย่างเดียวไม่เสิร์ฟใจบ้างเหรอ” มือหนัก ๆ เอื้อมมาจับที่ข้อมือเธอ ลินชะงัก หัวใจเต้นแรงแต่ไม่ใช่เพราะเขา…เพราะความกลัว “ขอโทษนะคะ หนูต้องไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นต่อแล้วค่ะ” เธอพูดสุภาพ พยายามดึงมือออกอย่างนิ่มนวล แต่คนเมาไม่คิดแบบนั้น เขาหัวเราะหึ ๆ แล้วบีบข้อมือแน่นขึ้น “อยู่เป็นเพื่อนพวกพี่หน่อยสิ เดี๋ยวทิปดี ๆ ให้” ท้องฟ้าในกรุงด้านนอกอาจจะมืดเงียบ แต่ในอกลินตอนนี้กลับวุ่นวาย เธอพยายามไม่แสดงท่าที แต่ความอึดอัดกำลังไหลขึ้นมาถึงลำคอ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย พี่การ์ดของร้านเดินเข้ามาเตือน ทำให้คนเมายอมปล่อยมือเธออย่างเสียไม่ได้ ลินโค้งให้เบา ๆ แล้วรีบถอยออกมา เธออดคิดไม่ได้ว่า…คืนนี้ทำไมรู้สึกแย่เป็นพิเศษ ⸻ เธอกลับมาที่เคาน์เตอร์ นั่งพักขาแค่ไม่กี่วินาที ก็ต้องลุกอีกครั้งเมื่อพี่พนักงานเรียกไปช่วยด้านใน “ลิน เดี๋ยวพี่ขอให้ออกไปช่วยเช็กโต๊ะโซนหน้าอีกหน่อยนะ มีแขกใหญ่จะมา” “แขกใหญ่?” ลินทวนคำ พี่เขาแค่ยิ้มแห้ง ๆ “เออ…อย่าไปมองเยอะ แค่ทำงานให้ดีพอ” คำว่า แขกใหญ่ ทำให้ลินรู้สึกแปลก ๆ ในบาร์นี้มีคนหลายประเภท แต่ถ้าเป็นแขกที่ทำให้พนักงานดูเกร็งขนาดนี้…ก็ไม่ได้ธรรมดาแน่ เธอเดินออกจากโซนหลังบาร์มาแถวหน้าทางเข้า มองเห็นบอดี้การ์ดชุดดำสองสามคนยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว ราวกับกำลังเช็กพื้นที่ ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ประตูกระจกก็ถูกผลักเปิด ผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทดำสนิทก้าวเข้ามา กลิ่นอากาศรอบตัวเหมือนจะเปลี่ยนไปในทันทีที่เขาก้าวเหยียบพื้นบาร์ เขาตัวสูง…ไหล่กว้าง…รูปร่างแบบที่ต่อให้ใส่เสื้อยืดธรรมดาก็คงดูดี แต่มันไม่ใช่แค่รูปร่าง ดวงตาคมที่มองกวาดไปทั่วบาร์แบบนิ่ง ๆ ทำเอาบรรดาพนักงานบางคนเผลอก้มหน้าลงอย่างไม่รู้ตัว เสี้ยวคางแข็งกร้าว เส้นเลือดที่ลำคอ และรอยสักดำเข้มที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตขึ้นมาเพียงนิดเดียว…ทุกอย่างเตะตาเธอจนละสายตาไม่ได้ ลินรู้สึกได้เองโดยไม่ต้องให้ใครบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา “คุณคิริว ทางนี้ครับ” เสียงผู้จัดการร้านเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไป คิริว… ชื่อที่เหมือนมีน้ำหนักบางอย่างกดลงกลางหน้าอกเธอ เขาเดินผ่านหน้าไปอย่างไม่สนใจใคร แต่เพียงแค่ลมที่พัดตามร่างสูงนั้นมาก็ทำให้ลินขนลุกวาบอย่างไม่มีเหตุผล ไม่รู้ว่าเพราะแอร์เย็น หรือเพราะแค่เผลอสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที ในชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาคมกริบคู่เดิมหันมาทางเธอราวกับจับได้ว่ามีคนจ้องอยู่ สายตาเขาไม่ได้ดุ ไม่ได้ยิ้ม…แต่เรียบเฉยจนเหมือนถูกอ่านทะลุ หัวใจเธอสะดุดเต้นแรงผิดจังหวะ ก่อนจะรีบหลุบตาลงมองพื้น “อย่าไปจ้องแบบนั้น เดี๋ยวมีเรื่อง” พี่ผู้หญิงข้าง ๆ กระซิบเบา ๆ “เค้าใครเหรอคะ” ลินถามเสียงแผ่ว “อย่ารู้เลยดีกว่า แค่จำชื่อไว้ก็พอ…คนที่นี่เรียกกันว่า ‘คุณคิริว’ ใครก็รู้ว่าไม่ควรยุ่ง” ยิ่งได้ฟัง ความเย็นวูบในใจยิ่งชัด ⸻ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในบาร์ยิ่งแน่นขึ้น เพลงเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามจังหวะคนที่เมามากกว่าเดิม ลินเดินวนไปมาเสิร์ฟเครื่องดื่มแทบไม่หยุด จนมาถึงโต๊ะมุมลึกด้านในที่เป็นโซนส่วนตัวของแขกคนสำคัญ บอดี้การ์ดหน้าดุยืนกั้นอยู่หน้าทางเข้า “เข้าได้ครับ แต่ห้ามวุ่นวาย ห้ามถ่ายรูป” เสียงทุ้มของการ์ดคนหนึ่งบอก “ค่ะ” ลินก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านใน ถือถาดเครื่องดื่มเซ็ตใหม่ไปวางบนโต๊ะ ในห้องนั้นเงียบกว่าส่วนอื่นของบาร์ ทั้งที่เพลงด้านนอกยังดังอยู่เต็มที่ ราวกับผนังดูดเสียงทั้งหมดเอาไว้ ชายสองคนนั่งฝั่งตรงข้ามกัน โต๊ะระหว่างกลางเต็มไปด้วยไวน์และแก้วคริสตัลราคาแพง แต่คนที่ดึงสายตาเธอไปได้เพียงคนเดียวคือเขา—คิริว เขานั่งเอนหลังเล็กน้อย ใบหน้าคมกริบหันไปมองชายฝั่งตรงข้าม แสงไฟสลัวขับให้รอยสักที่ลำคอดูชัดขึ้น “วางไว้ตรงนั้น” เสียงเขาดังขึ้น โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตาลงมามองเธอจริง ๆ “ค่ะ…” ลินพยายามวางถาดลงโดยไม่ให้มือสั่น ทั้งที่สัมผัสได้ว่าสายตาของอีกคนบนโต๊ะกำลังมองมาที่เธออย่างสำรวจ “เด็กใหม่?” ชายคนนั้นถามอย่างไม่เกรงใจ “ไม่ค่ะ ทำมาสักพักแล้ว” ลินตอบสุภาพ “หึ หน้าตาแบบนี้มีแต่คนอยากให้เสิร์ฟ” คำพูดนั้นทำให้เธอเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนที่สถานการณ์จะดูแย่ลง เสียงทุ้มต่ำของคิริวก็แทรกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน “เราไม่ได้จ่ายให้พนักงานมานั่งคุย ถ้าเมาแล้วก็นั่งเงียบ ๆ ไป” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ แต่ไม่ต้องตะคอก แค่พูดเท่านั้น บรรยากาศก็เปลี่ยน ลินเผลอเงยหน้าขึ้นนิดเดียว สบตากับเขาอีกครั้ง… คราวนี้เขามองเธอตรง ๆ เป็นครั้งแรก สายตาคู่นั้นเหมือนจะเฉยชา แต่ในความนิ่งกลับซ่อนอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออกเอาไว้ หัวใจเธอกระตุกแรงแบบที่ไม่เข้าใจตัวเองเลย “ออกไปได้แล้ว” เขาพูดต่อ แต่คราวนี้เป็นประโยคที่มีไว้ให้เธอ “ค่ะ” เธอก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา แต่แค่ไม่กี่ก้าว…เสียงปืนก็ดังขึ้น! ปัง! เสียงมันดังสนั่นจนกลบทุกเสียงรอบตัว ลินยืนนิ่งในเสี้ยววินาทีนั้น สมองตื้อไปหมด เสียงโหวกเหวกจากด้านนอกดังทะลุเข้ามา การ์ดหลายคนวิ่งพุ่งไปทางประตูด้านหน้า “หมอบลง!” เสียงตะโกนของการ์ดคนเดิมดังขึ้น ถาดในมือพนักงานอีกคนร่วงกระแทกพื้น แก้วแตกกระจาย เสียงผู้หญิงกรี๊ดระงม คนในบาร์เริ่มแตกฮืออย่างตื่นตระหนก ลินยืนค้าง หัวใจเต้นรัวจนเกือบหลุดออกมานอกอก เธอไม่เคยอยู่ใกล้เหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นใครยิงกันต่อหน้า เธอควรจะวิ่ง…ควรจะหมอบ…ควรจะทำอะไรสักอย่าง แต่ร่างกายกลับขยับไม่ออก ทันใดนั้น แขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็ดึงร่างของเธอจากด้านหลังอย่างแรงจนถาดเกือบหลุดจากมือ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ร่างบางถูกดึงเข้าไปชิดอกแกร่ง มือใหญ่ปิดศีรษะเธอแน่นแล้วโน้มตัวลงหมอบไปกับพื้นด้านหลังโซฟายาว กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่และความอุ่นของร่างกายผู้ชายคนหนึ่งโอบรัดเธอไว้ทั้งหมด “อยู่นิ่ง ๆ ถ้าไม่อยากตาย” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เสียงนี้…สายตานั้น…สัมผัสที่มั่นคงและหนักแน่น… มันเป็นของผู้ชายคนเดียวในคืนนี้ที่ทำให้เธอลืมหายใจตั้งแต่แรกเห็น—คิริว หัวใจของลินเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก ความกลัวและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีกันยุ่งในอก เสียงปืนด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงโวยวายของลูกค้าและเสียงของการ์ดที่สั่งการกันวุ่น แต่ในมุมเล็ก ๆ ตรงนี้ เธอกลับได้ยินชัดที่สุดแค่เสียงลมหายใจของเขาที่เป่ารดขมับ และแรงเต้นของหัวใจตัวเอง มือใหญ่ของคิริวยังคงกดศีรษะเธอแนบกับแผ่นอก แขนอีกข้างโอบเอวเธอแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มันอึดอัด…แต่น่าแปลกที่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยกว่าการยืนอยู่คนเดียวเมื่อครู่หลายเท่า “กลัว?” เขาถามสั้น ๆ ทั้งที่เสียงปืนยังดังอยู่ราง ๆ ลินกลืนน้ำลายฝืดคอ “ค…ค่ะ” “ดีแล้ว จำความกลัวนี้ไว้ จะได้ไม่เดินเข้าไปในที่แบบนี้อีก” น้ำเสียงเขาไม่อ่อนโยน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกดุด้วยความห่วงใยแปลก ๆ “คุณ…คุณคิริว…ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นคะ” เธอถามทั้งที่รู้ตัวว่าคำถามอาจจะไม่เหมาะในเวลาแบบนี้ “ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้” เขาตอบเรียบ ๆ ลมหายใจเขาเฉียดแก้มเธอทุกครั้งที่พูด ความร้อนจากร่างกายกำลังหลอมความกลัวให้กลายเป็นความรู้สึกอย่างอื่นปนอยู่ด้วย ลินหลับตาแน่น พยายามไม่คิดอะไร มือเธอเผลอกำสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว “ปล่อยได้แล้ว” เธอพึมพำเบา ๆ ทั้งที่แขนเขายังกอดแน่น “ยัง” คำตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน “…ทำไมคะ” เขาเงียบไปหนึ่งจังหวะราวกับกำลังชั่งใจว่าจะตอบดีหรือไม่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากริมฝีปากที่เฉียดใบหู “เพราะตอนนี้…เธอเป็นเป้าหมายของใครบางคนเหมือนกัน” ลินเบิกตาโพลง หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “หมายความว่ายังไงคะ…” คิริวเลื่อนมือที่โอบเอวเธอมาจับคางเล็กให้เงยหน้าขึ้น เธอจึงเผลอสบตากับเขาในระยะที่ใกล้กว่าทุกครั้ง แววตาเขานิ่งสนิท…แต่ในความนิ่งนั้นมีบางอย่างที่เหมือนกำลังจ้องเข้าไปลึกจนถึงข้างในหัวใจของเธอ “ออกไปจากที่นี่คืนนี้ เธอไม่รอดแน่ ถ้าไม่มีฉัน” เขาพูดช้า ๆ ชัด ๆ “ทำไมต้องเป็น…ฉะ…ฉัน…” เสียงลินสั่นจนแทบขาดหาย มุมปากคิริวยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังมองอะไรบางอย่างที่น่าสนใจเป็นพิเศษ “เพราะเธอเป็นคนเดียว…ที่เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น” คำตอบนั้นทำเอาเลือดในกายลินเย็นวาบไปทั้งตัว ก่อนที่เธอจะทันถามอะไรต่อ เสียงประตูก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง การ์ดคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามา “คุณคิริว พื้นที่ด้านหน้าเคลียร์แล้วครับ แต่เราต้องรีบออกไปจากทางด้านหลัง ตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่ถอย” คิริวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะคลายอ้อมแขนออกจากตัวลินช้า ๆ ความอุ่นหายไปในทันทีราวกับไม่เคยมีอยู่ แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน “ลุก” เขาออกคำสั่งสั้น ๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือมาหาเธอ ลินมองมือใหญ่ที่ยื่นตรงหน้าอย่างลังเล นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกว่าการจับมือผู้ชายคนหนึ่ง…อาจเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ไปตลอดกาล แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจ เสียงปืนจากด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง ปัง! เสียงนั้นทำให้ร่างกายเธอชาวูบ ขาอ่อนจนเกือบทรุด คิริวขมวดคิ้ว ก่อนจะคว้าแขนเธอไว้ทันทีแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างไม่รอ “ไม่มีเวลาให้คิดแล้วลิน” เขาเรียกชื่อเธออย่างรู้ทั้งที่เธอจำไม่ได้ว่าบอกเขาตอนไหน “จากวินาทีนี้ไป…เธอจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน” “แต่ฉัน—” “จำไว้” เขาโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหูอีกครั้ง “ถ้าอยากมีชีวิตรอด…อย่าปฏิเสธคำสั่งของมาเฟีย” ดวงตาคมกริบตวัดมองเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามไปทางประตูด้านหลัง และในตอนนั้นเอง…ลินก็รู้ตัวดีว่า คืนนี้ไม่ใช่แค่คืนที่มีเสียงปืนดัง แต่เป็นคืนที่เธอเผลอก้าวขาเข้าไปในโลกของผู้ชายที่ใคร ๆ ต่างบอกว่า…ไม่ควรเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD