ตอนที่ 4 : ใกล้ชิดเกินกว่าจะควบคุม
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์เงียบกว่าที่ควรจะเป็น
ความเงียบแบบที่ทำให้ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจตัวเอง
ลินนั่งตัวแข็งอยู่บนโซฟา ขณะที่คิริวยังคงยืนอยู่ตรงหน้า
ร่างสูงของเขาบดบังแสงไฟจากด้านหลังจนเธอรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ใต้เงาอันตรายนั่น
เขาไม่พูด
แต่สายตาของเขากำลังพูดแทนทุกอย่าง
มันทั้งคม ทั้งลึก ทั้งกดดัน…
และราวกับต้องการอ่านความคิดเธอให้ทะลุ
“ลุกขึ้น”
เขาออกคำสั่ง
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แต่ดังก้องอยู่ในหัวเธอทันที
ลินกลืนน้ำลาย เหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่พื้นที่ที่ไม่ควรขยับเข้าไป
แต่ก็ลุกขึ้นช้า ๆ ตามคำสั่ง
ทันทีที่เธอยืนเต็มความสูง คิริวก็ขยับเข้ามาใกล้
ใกล้จนปลายผมของเธอแตะกับสาบสูทของเขา
“ฉันมีเรื่องต้องถาม”
เสียงของเขาต่ำลงกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าเสียงจะหลุดไปให้ใครได้ยิน ทั้งที่ในห้องนี้มีแค่เธอกับเขา
“เรื่อง…อะไรคะ”
เขาไม่ตอบ
แต่ยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าเธอแทน
ปลายนิ้วแตะผิวของเธอเบา ๆ จนหัวใจเธอสะดุ้งอย่างควบคุมไม่ได้
“ในบาร์…”
เขาพูดช้า ๆ
“ผู้ชายคนนั้นจับมือเธอแรงไปใช่ไหม”
เธอไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องนี้
และไม่คิดว่าเขาจะ จำได้
“เขาแค่เมา…ฉันไม่ได้เป็นอะไร—”
“โกหก”
คิริวพูดขัดทันที
ดวงตาของเขาคมขึ้นในเสี้ยววินาที
มือใหญ่เลื่อนจากใบหน้าไปจับข้อมือเธอเบา ๆ
เหมือนต้องการตรวจสอบสภาพจริงด้วยตัวเอง
ปลายนิ้วเขาลูบผ่านรอยแดงจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่
สัมผัสนั้นทั้งอุ่น ทั้งอ่อนโยน
และทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง
“พวกมันทำเธอเจ็บ”
เขาพูดเบา ๆ แต่เสียงข้างในกลับดุดันราวกับพายุใต้ผิวน้ำ
“ฉันไม่น่าปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นด้วยซ้ำ”
“คุณไม่ผิดนี่คะ…”
เธอเงยหน้าขึ้น
แต่พอเห็นสายตาของเขา เธอก็พูดไม่ออกทันที
สายตาคิริวตอนนี้—
ร้อนแรง
อันตราย
และเต็มไปด้วยความหวงที่เขาไม่อยากยอมรับออกมา
“ตั้งแต่นี้ไป”
เขากระซิบ
“ถ้าใครแตะต้องเธออีก…ฉันจะไม่เตือนแล้ว”
หัวใจเธอกระตุกวาบ
ก่อนที่เธอจะตอบอะไร เขาก็โน้มตัวลงมาใกล้อีก
ใกล้จนเธอรับรู้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ที่พาดผ่านริมฝีปากตัวเอง
“และเธอ…”
นิ้วหัวแม่มือของเขาปาดผ่านมุมปากเธออย่างช้า ๆ
“ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นอีก”
ลินสะดุ้ง “ฉ…ฉันไม่ได้—”
“เมื่อกี้เธอยิ้มให้การ์ดของฉัน”
“ฉันแค่…ตอบเขาเฉย ๆ…”
เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว
คิริวขยับหน้าเข้ามาชิด
เงาของเขาทาบลงบนเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
“ไม่ต้องตอบใคร”
เขากระซิบ
“นอกจากฉันคนเดียว”
อกของเธอเต้นแรงจนรู้สึกได้ว่าคิริวเองก็คงได้ยิน
เขามองเธอไม่กะพริบ
สายตาเหมือนจะกลืนเธอทั้งตัว
“คุณคิริว…” เธอถอยหลังหนึ่งก้าว แต่เขาเอื้อมมือมาจับเอวเธอไว้
ไม่รุนแรง
แต่แน่นพอให้รู้ว่าเขาไม่ให้เธอหนี
“กลัวฉันเหรอ”
เขาเอียงหน้าเข้ามา ใกล้จนปลายจมูกของเขาเฉียดแก้มเธอ
ลินเม้มปาก
หัวใจเธอเต้นจนเหมือนจะหลุดออกมา
“…กลัวค่ะ”
คิริวหัวเราะในลำคอเบา ๆ
เสียงนั้นทั้งทุ้ม ทั้งอันตราย
และฟังแล้วกลับทำให้เธอร้อนวาบขึ้นหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
“ดี”
เขากระซิบชิดผิวเธอ
“เธอควรจะกลัวฉันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ”
มือใหญ่เลื่อนจากเอวขึ้นมาแตะต้นแขนเธอ
ไล่ขึ้นมาถึงลำคอเบา ๆ
ก่อนจะหยุดลง…ที่หลังใบหูของเธอ
สัมผัสนั้นทำให้ขาเธอแทบอ่อน
“แต่จำไว้ให้ดีลิน”
น้ำเสียงเขาแผ่วลงจนเกือบเป็นเสียงลมหายใจ
“ฉันเป็นอันตรายกับทุกคน…ยกเว้นเธอคนเดียว”
เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าแรง
ไม่รู้ว่าเพราะคำพูด…หรือเพราะมือเขาที่ยังแตะอยู่ตรงหลังคอเธอ
คิริวโน้มหน้าเข้าชิดขึ้นอีกจนริมฝีปากเขาแทบจะสัมผัสขอบแก้มเธอ
หัวใจเธอเต้นแรงจนได้ยินเป็นเสียง
แต่ก่อนที่ความใกล้ชิดนั้นจะข้ามเส้นลึกไปกว่านี้—
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากเครื่องสื่อสารของการ์ดดังขึ้นหน้าประตู
“คุณคิริวครับ…มีข่าวด่วนเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น”
คิริวชะงัก
แต่สายตาเขาค้างอยู่ที่ริมฝีปากเธออีกหนึ่งวินาทีเต็ม ๆ
แล้วเขาก็พูดเสียงต่ำพร่า…
“คุยเสร็จแล้ว ฉันจะกลับมาต่อ”
ลินไม่รู้ว่าเขาหมายถึง
คุยเรื่องงาน…หรือกลับมาทำให้เธอหวั่นไหวต่อ
แต่หัวใจเธอ…
กลับเต้นแรงกว่าเดิมจนแทบห้ามไม่ได้