บทที่ 1 ขายเสียงเพลง
ใต้เท้าจ้าวชิงเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบต้นๆ รูปร่างองอาจสูงสง่า ใบหน้าคมสันไว้หนวดเคราดูภูมิฐาน แววตาคมกริบตามวิสัยขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ข้าเคยพบใต้เท้าจ้าวชิงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เขาอุ้มข้าและเด็ดดอกไม้ที่อยู่สูงให้ บางทีก็มีตุ๊กตาไม้แกะสลักที่ทำด้วยตนเองมาฝาก ยามใดที่ใต้เท้าจ้าวชิงมาดื่มสังสรรค์ที่บ้าน ข้าก็จะชอบดื้อนั่งตักของเขาจนหลับคาอกเขาเสมอ กระทั่งข้าถึงวัยปักปิ่นจึงมิสะดวกพบกันอีก ยามนี้ข้าจึงรู้สึกอยากจะร้องไห้ด้วยความอับอาย
“วันนี้ฮวาเอ๋อร์จะบรรเลงเพลงพิณแด่ใต้เท้าเป็นเวลาสองชั่วยาม เด็กคนนี้ยังไม่รู้ประสีประสา ฝากใต้เท้าช่วยอบรมสั่งสอนด้วยเจ้าค่ะ”
“ออกไปได้”
“เจ้าค่ะ” เหยาหนี่ว์ยิ้มแย้มพลางสั่งให้สาวใช้ช่วยกันยกสุราอาหารเข้ามา และล่าถอยออกไปอย่างรู้งาน ก่อนไปนางก็กระซิบกำชับข้า “ใต้เท้าจ้าวชิงยอมจ่ายห้าพันตำลึงเพื่อซื้อเสียงเพลงเจ้า อย่าทำให้ข้าผิดหวังเด็ดขาด”
เสียงปิดประตูดังตามหลัง มีชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นคนของเหยาหนี่ว์เฝ้าและคอยเงี่ยหูฟังอยู่ด้านนอก ส่วนข้ายังคงก้มหน้าและยอบกายอยู่เช่นเดิม
“ฮวาเอ๋อร์รีบลุกขึ้น” ใต้เท้าจ้าวถอนหายใจพลางประคองข้าให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะปลดเสื้อตัวนอกออกมาคลุมไหล่ให้ข้า ชุดที่เปิดเผยเนื้อตัวเช่นนี้ เขาเองก็ไม่สบายใจ
“ลุงเป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก เจ้าปลอดภัยสบายดีใช่หรือไม่ ลุงกำลังพยายามขอหยิบยืมเงินเพื่อช่วยเจ้าออกมาโดยเร็วที่สุด น่าจะไม่เกินสามวันนี้ ท่านป้าของเจ้าก็เป็นห่วงเจ้าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
ข้าร่ำไห้ดั่งดอกสาลี่เปียกฝน
“ท่านลุง ข้าเป็นห่วงท่านแม่กับทุกคนเหลือเกิน”
“ไม่ต้องห่วงนะ ลุงจัดการซื้อตัวทุกคนให้มาอยู่ที่จวนของลุงแล้ว ท่านแม่เจ้าสบายดี กำลังรอเจ้ากลับไป ส่วนพี่ชายน้องชายและญาติคนอื่นๆ ลุงสั่งให้คนของลุงช่วยดูแลพวกเขาแล้ว”
“ข้าซาบซึ้งใจท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ”
“เป็นสิ่งที่ข้าต้องทำอยู่แล้ว”
ข้าปล่อยโฮ ซบกอดใต้เท้าจ้าวผู้ซึ่งเป็นแสงสว่างช่วยเหลือข้าจากความมืด ท่านลุงลูบหลังปลอบใจข้า นึกสังเวชใจยิ่งนักที่เด็กสาวแรกแย้มเช่นข้าต้องพบเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ “พ่อของเจ้าเป็นคนดี แต่ทำงานเถรตรงเกินไปจนถูกใส่ร้าย ลุงเจ็บปวดใจแทนเจ้ายิ่งนัก หากเจ้าออกมาจากที่นี่เมื่อไหร่ ลุงจะดูแลเจ้าในฐานะลูกสาวแทนพ่อเจ้าเอง เข้มแข็งเข้าไว้นะ”
“พี่เฉินฟงไม่มาด้วยหรือเจ้าคะ”
“เขาติดงาน ต้องเข้าวัง” ท่านลุงจ้าวชิงรินสุราให้ข้าดื่ม จะได้คลายน้ำตา “วันนี้เขาให้ข้าซื้อเสียงเพลงเจ้า ฮวาเอ๋อร์ เจ้าจะได้ไม่ต้องออกไปรับแขกอื่น”
“แต่เงินจำนวนมากขนาดนั้น...”
“เขายอมจ่ายเพื่อเจ้า ข้าเองก็เห็นด้วย ข้ามาเพื่อแจ้งแทนเขาว่าสัญญาหมั้นหมายยังคงอยู่ตามเดิม เฉินฟงมั่นคงในตัวเจ้าเสมอ เจ้าวางใจเถอะ เขามุ่งมั่นจะล้างมลทินให้สกุลเจี่ยเต็มที่”
“ขอบพระคุณ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” ข้าทรุดตัวลงคำนับใต้เท้าจ้าวชิงแทบพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ท่านลุงจึงก้มลงตบไหล่ข้าเบาๆ
“เหยาหนี่ว์บอกข้าว่านางจะจัดประมูลพรหมจรรย์ของเจ้าในวันพรุ่งนี้ แต่จำนวนเงินที่ลุงกับเฉินฟงพยายามรวบรวมเกรงว่าจะไม่...”
“ท่านลุง...”
“เฮ้อ ลุงยังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่”
“ไม่ ไม่นะเจ้าคะ ท่านลุงช่วยข้าด้วย”
“ฮวาเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ลุงมีแผนแสร้งป่วย เจ้าจะยอมร่วมมือหรือไม่”
“หลานยอมทุกอย่างเจ้าค่ะ”
“ดี เช่นนั้นก็ขออภัยด้วย” ร่างสูงกำยำปลดเสื้อคลุมไหล่เนื้อหนาออกไป เผยความงามกระจ่างภายใต้แพรพรรณบางเบา ท่านลุงหยิบแจกันดอกไม้ก่อนจะเทน้ำเย็นเฉียบราดตัวศีรษะและเนื้อตัวของข้า
หยาดน้ำซึมเซาะจนเปียกชุ่ม เนื้อผ้าที่บางใสอยู่แล้วจึงยิ่งแนบเนื้อนวล จนเห็นได้ชัดว่าข้ามิได้สวมชั้นใน แพรพรรณฉ่ำๆ รัดรึงทุกสัดส่วนชัดแจ้ง โดยเฉพาะกลีบสวาทเกลี้ยงเกลาไร้ขน ปทุมถันขบเผาะตั้งเต้าชวนให้ใช้นิ้วบีบคลึง ท่านลุงอุ้มข้าให้นั่งที่โต๊ะสำหรับบรรเลงเพลงพิณ พร้อมเปิดหน้าต่างให้กว้างเพื่อให้ข้าต้องลมเย็น
“เพียงเท่านี้เจ้าก็จะล้มป่วย นางเหยาหนี่ว์ก็ต้องยืดเวลาเปิดประมูลออกไป อดทนหน่อยนะฮวาเอ๋อร์”