หยาดน้ำซึมเซาะจนเปียกชุ่ม เนื้อผ้าที่บางใสอยู่แล้วจึงยิ่งแนบเนื้อนวล จนเห็นได้ชัดว่าข้ามิได้สวมชั้นใน แพรพรรณฉ่ำๆ รัดรึงทุกสัดส่วนชัดแจ้ง โดยเฉพาะกลีบสวาทเกลี้ยงเกลาไร้ขน ปทุมถันขบเผาะตั้งเต้าชวนให้ใช้นิ้วบีบคลึง ท่านลุงอุ้มข้าให้นั่งที่โต๊ะสำหรับบรรเลงเพลงพิณ พร้อมเปิดหน้าต่างให้กว้างเพื่อให้ข้าต้องลมเย็น
“เพียงเท่านี้เจ้าก็จะล้มป่วย นางเหยาหนี่ว์ก็ต้องยืดเวลาเปิดประมูลออกไป อดทนหน่อยนะฮวาเอ๋อร์”
“จะ...เจ้าค่ะ” ข้าหนาวสั่น พยายามจะกอดตัวเองเพื่อปิดบังเนื้อหนัง แต่ท่านลุงสั่งห้าม บอกให้เสื้อคลุมสีขาวเนื้อบางออกด้วยซ้ำ
“เจ้าต้องอดทน อย่าได้ยอมแพ้ง่ายๆ คิดเสียว่าทำเพื่อเฉินฟง เราต้องทำให้สมจริง ประเดี๋ยวใกล้ครบสองชั่วยาม ก็ให้เจ้ากระโจนลงสระ ลุงต้องแน่ใจว่าเจ้าจะต้องป่วยถึงขั้นนอนซม มิฉะนั้นนางเหยาหนี่ว์คงไม่ยอมแน่”
“หลานทราบแล้ว”
“ถ้าเจ้าหนาว นั่งตักลุงดีหรือไม่ อาการไข้จะได้ไม่สะเทือนถึงชีพจรมากเกินไป”
“หลานโตแล้วนะเจ้าคะ เกรงว่าจะไม่เหมาะ”
“ลุงเห็นเจ้าเป็นลูกสาวตัวน้อย อย่าได้คิดมากเลย มาเถอะ เมื่อก่อนเจ้าออกจะดื้อร้องขอนั่งตักลุงเสมอ เจ้าไม่ไว้ใจลุงหรือ”
ข้านึกชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสบตาก็เห็นเพียงความเป็นห่วงเป็นใยในฐานะญาติผู้ใหญ่ อีกอย่างพี่เฉินฟงก็เป็นคู่หมั้นของข้า ท่านลุงคงจะเป็นกังวล เกรงว่าข้าจะป่วยจนถึงชีวิตจริงๆ
“หลานไว้ใจท่านลุงเจ้าค่ะ” ข้านั่งลงบนตักแกร่ง สะโพกนุ่มๆ บดเบียด เนื้อตัวข้าเปียกปอนหนาวสั่นเมื่อได้รับไออุ่นจากกายแกร่ง จึงเผลอครางออกมาเบาๆ ริมฝีปากของข้าเผยอสั่น นึกแปลกใจว่าข้าก็เติบโตขึ้นมากแล้ว กลับรู้สึกเหมือนเป็นเด็กน้อยอยู่ในวงแขนของท่านลุงอยู่ดี
“เจ้าบรรเลงพิณเถอะ ประเดี๋ยวนางเหยาหนี่ว์จะสงสัย”
เพื่อพี่เฉินฟง ข้าจะยอมทำทุกอย่าง ต่อให้ต้องทรมานยิ่งกว่านี้ ข้าก็จะอดทน ข้าตั้งสมาธิ ข่มความหนาวเย็น วางนิ้วลงบนสายพิณแล้วเริ่มกรีดนิ้ว บรรเลงเพลงอันไพเราะดุจธารน้ำไหลทิ้งตัวลงสู่เชิงผา กระจ่างกังวานและอ่อนหวาน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงคร่ำครวญอาดูร ทุกปลายนิ้วของข้าเริ่มเคลื่อนไหวกระชั้นไปตามอารมณ์
“ดีมาก เล่นเพลงต่อไปเรื่อยๆ ตามใจปรารถนา ระบายมันออกมา”
ท่านลุงกระซิบบอก ข้าจึงหลับตาลง ปล่อยใจไปตามเสียงเพลง ข้าร่ำไห้ผ่านสายพิณ บรรยายความทุกข์ตรมทั้งหลายเป็นเสียงดนตรี ร่างกำยำรินสุราใส่จอก ยกขึ้นดื่มพลางสดับฟังเพลงพิณอันทรงพลัง
“ดี ดีมาก”
กลิ่นสุราหอม กลิ่นดอกเหมยผสมผสานเข้ากับกลิ่นบุรุษเพศที่ข้านั่งพักพิงประหนึ่งเก้าอี้ ข้าดีดเพลงไปตามอารมณ์ ก่อนที่เสียงพิณจะสะดุดเล็กน้อยเมื่อท่านลุงเริ่มลูบไล้ปทุมถันของข้า
“มีคนแอบฟังเราอยู่ เล่นเพลงต่อไป อย่าหยุดเด็ดขาดนะฮวาเอ๋อร์”
“จะ...เจ้าค่ะ อะ...อุ้ย...”
อุ้งมือร้อนผ่าวประคองพวงเต้าของข้า ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งหมุนคลึงยอดถันเด็กสาวพลางดึงเบาๆ จนชูชันแหลมดุนดันผ้าแพร ในตอนนั้นเองที่ข้ารู้สึกถึงท่อนหอกอวบใหญ่ มันกำลังถูไถร่องก้นของข้าอย่างเนิบช้า ทำให้รู้ว่าตอนนี้ท่านลุงกำลังขยับเอวเสียดสีข้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ทะ...ท่านลุง”