ตอนที่ 6 ผู้ช่วยจำเป็น

1502 Words
ตอนที่ 6 ผู้ช่วยจำเป็น เช้าวันรุ่งขึ้น กิจวัตรประจำวันของปิ่มงามก็ยังคงเหมือนเดิม เธอกำลังปั่นจักรยานเอาข้าวไปส่งให้คุณหมอ แล้วจึงเลยไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆที่โรงเรียน ส่วนร้านขายของที่บ้านดีที่ปู่ของเธอยังช่วยหยิบจับให้ได้ ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร ส่วนมากชาวบ้านจะมาซื้อกันแค่เช้าๆเย็นๆอยู่แล้ว เพราะช่วงกลางวันผู้คนส่วนมากจะออกไปทำไร่ทำสวนกันหมด ปิ่นงามปั่นจักรยานมาจอดที่หน้าบ้านพักของคุณหมอเพื่อส่งอาหารเช้าให้เขาเหมือนเดิม แล้วทันทีที่เธอได้เจอหน้าเขาเธอยิ้มหวานแล้วพูดขึ้นว่า “คุณหมอปิ่นไอ” เธอทำเสียงไอค๊อกแค๊กให้เขาดู “มีอาการตั้งแต่เมื่อไหร่” คุณหมอเริ่มถามอาการของเธอ...แต่เมื่อวานตอนเย็นเธอก็ยังดีๆอยู่เลยนี่ “ตั้งแต่เจอหน้าคุณหมอเลยค่ะ ไอเลิฟยู” และแล้วใบหน้ายิ้มๆของเธอก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก “มุขเก่ามาก ไปเล่นที่อื่นไป๊” คุณหมอหนุ่มรีบไล่ ตอนแรกก็คิดว่าเธอไม่สบายจริงแต่ที่ไหนได้แอบหยอดเขาอีกแล้ว “ไปก็ได้” เธอทำท่าจะปั่นจักรยานออกไป แต่ก็ถูกคุณหมอเรียกเอาไว้ซะก่อน “เดี๋ยวๆข้าวที่ตะกร้าหน้ารถ” เขาทวงเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ได้ส่งถุงกล่องข้าวให้เขา “อ่อลืม...” “ยัยเตี้ยเอ๊ย...” เขาส่ายหน้าเบาๆแล้วเดินมาหยิบถุงกล่องข้าวที่หน้ารถจักรยานเอาไปถือไว้ ซึ่งเช้านี้มันมีแค่ถุงเดียว “คำก็เตี้ยสองคำก็เตี้ย สงสัยจะอยากกินไข่ทุกมื้อล่ะมั้ง...” เธอบ่นเสร็จก็ปั่นจักรยานออกไปเลย ส่วนคุณหมอเดินกลับเข้าบ้านไปเปิดกล่องข้าวดูไม่รู้ว่าวันนี้เธอทำอะไรมาให้เขาทาน และดูเหมือนว่าอาหารเช้าที่เธอทำมาให้ ก็จะมีกาแฟหนึ่งถุงและขนมปังแซนวิช...แต่วันนี้เป็นแบบธรรมดาไม่ได้เป็นรูปหัวใจเหมือนเมื่อวาน ทำเอาคุณหมอหนุ่มรู้สึกเซ็งๆนิดหน่อยเหมือนเขากำลังหวังอะไรบางอย่างกับอาหารเช้า แต่พอเปิดกล่องข้าวออกมาดูเท่านั้นแหละ ใบหน้าเซ็งๆของเขากลับยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเลย เพราะวันนี้บนข้าวสวยร้อนๆมีไข่ดาวรูปหัวใจถูกวางไว้ด้านบนด้วย ส่วนอีกกล่องเป็นผัดผัก ซึ่งน่าจะเป็นผักที่ชาวบ้านให้มาเมื่อวานแล้วให้เธอไปทำกับข้าวนั่นเอง จากนั้นคุณหมอก็นั่งดื่มกาแฟกับแซนวิช พร้อมกับนั่งชมธรรมชาติ ฟังเสียงนกร้องไปพลางๆ จากนั้นก็เตรียมตัวไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ช่วงกลางวัน ปิ่นงามทำหน้าที่ส่งอาหารให้คุณหมอ วันนี้เธอไม่ได้ไปไหนจึงสามารถทำมื้อต่อมื้อให้ได้ และเมื่อเธอเดินเข้ามาในสถานีอนามัย อยู่ๆก็ได้ยินเสียงชาวบ้านเสียงดังขึ้นมาอีกทาง “หมอๆ ช่วยด้วยครับ แผลเปิดใหญ่มากเลยครับ” เสียงดังฟังชัดก็จริง แต่คุณหมอหนุ่มกลับฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เพราะชาวบ้านคนนั้นพูดไว้มาก อีกอย่างภาษาที่ใช้ก็ยังเร็วและรัว แต่เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มพอจะเดาได้ แต่ก็ยังต้องการสื่อสารกับชาวบ้านให้แน่ชัด “ปิ่นเขาพูดอะไร” คุณหมอหันไปถามปิ่นงามที่กำลังเดินถือถุงอาหารกลางวันเข้ามานั่นเอง และสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือสองคนพยุงคนเจ็บเดินเข้ามา คุณหมอรู้สึกตกใจไม่แพ้กัน ปิ่นงามที่ได้ยินและเห็นสถานการณ์พอดีเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปดูและแปลภาษาให้คุณหมอกับชาวบ้านเข้าใจตรงกัน “ตกต้นไม้มาค่ะ แขนน่าจะเกี่ยวกับกิ่งไม้ แหกไปเยอะเลย” “เป็นลูกมือให้ผมหน่อยละกัน” คุณหมอขอความช่วยเหลือจากปิ่นงาม “ได้ค่ะ” น้ำเสียงหนักแน่นของเธอทำให้คุณหมอไม่รอช้ารีบทำการตรวจอาการลึกของแผลที่แขนทันที “ปิ่นหยิบน้ำเกลือให้ผมที” “ขวดนี้มั้ยคะ” “ไม่ใช่ๆ ขวดขุ่นๆโน่น” “อันนี้” “อือเอามา” เขาพยักหน้าเมื่อสิ่งที่เธอหยิบมันถูกต้องแล้ว “สำลีไม่พอ อยู่ตรงนั้น” เขาบุ้ยหน้าไปตรงที่เก็บสำลี เพื่อให้เธอไปหยิบมาให้ “นี่ค่ะ” คุณหมอเริ่มทำการล้างแผลที่แขนให้กับชาวบ้านที่บาดเจ็บมา ส่วนปิ่นงามก็ทำหน้าหวาดเสียวอยู่ที่ด้านหลังของคุณหมอ “ต้องเย็บแผลนะครับ” เพราะแผลค่อนข้างลึกและฉีกเป็นแนวยาว “ช่วยจับไว้ก่อนนะครับ หมอขอเตรียมอุปกรณ์สักครู่” คุณหมอบอกให้ญาติสองคนจับแขนและช่วยกันกดคนเจ็บเอาไว้ก่อน คุณหมอหันไปเตรียมอุปกรณ์แล้วเริ่มลงมือเย็บแผลให้กับคนเจ็บ ส่วนปิ่นงามโน้นเธอวิ่งออกไปรออยู่ข้างนอกเรียบร้อยแล้วเพราะทนเห็นเลือดกับแผลเหวอะๆไม่ไหว และเมื่อคุณหมอเย็บแผลเสร็จเขาก็เรียกหาเธอ “ปิ่นๆ” คุณหมอกวักมือเรียก เธอชะโงกหน้ามามอง เห็นเขาเรียกก็เลยเดินเข้าไปหา “ผมกลัวเขาฟังไม่รู้เรื่อง ช่วยอธิบายตามที่ผมพูดให้เขาฟังหน่อยสิ” “ได้ค่ะ” คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นั่นก็คือห้ามโดนน้ำและเมื่อถึงเวลานัดก็ให้มาตัดไหมที่อนามัย คุณหมอยังย้ำอีกว่าต้องมาให้ตรงตามเวลานัดด้วย และระหว่างนี้ถ้าเกิดการอักเสบเจ็บมากขึ้นหรือคันให้มาหาหมอได้ตลอดเลย ปิ่นงามอธิบายทุกอย่างให้คนไข้ฟังอย่างชัดเจนตามที่คุณหมอบอก “ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับ” ชาวบ้านคนนั้นหันมาขอบคุณคุณหมอแล้วพากันกลับไป “คุณหมอโคตรหล่อ...” เธอหมายถึงหน้าตาและความสามารถของเขา ไม่ว่าเขาจะหยิบจับหรือทำอะไรก็ดูหล่อดูเทไปหมด “ผมรู้...” ซึ่งตอนนี้คุณหมอกำลังเก็บอุปกรณ์ที่เอาออกมาใช้เมื่อสักครู่ “ปิ่นก็สวยมาก” เธอเอ่ยชมตัวเองเช่นกันก็เมื่อกี้เธอมีส่วนช่วยด้วยตั้งเยอะ ภูมิใจสุดๆ “นี่ยัยเตี้ยชมตัวเองก็เป็น บ้าหรือเปล่าเนี่ย” “ปิ่นก็เหมือนคุณหมอนั่นแหละค่ะ” เขายังรู้เลยว่าตัวเองหล่อแล้วทำไมเธอถึงจะรู้ว่าตัวเองสวยบ้างไม่ได้ “มาส่งข้าวเหรอ” “ค่ะ” “ตอนเย็นไม่ต้องทำมานะ ข้าวเช้ายังไม่ได้กินเลย แค่กาแฟกับขนมปังก็อิ่มแล้ว เดี๋ยวกลางวันกินข้าวมื้อเมื่อเช้า ส่วนมื้อนี้ที่เธอทำมาเดี๋ยวเอาไว้กินตอนเย็นก็แล้วกัน” “เอาอย่างนี้ก็ได้ค่ะ แล้วเย็นนี้ไปมั้ยคะ เหมือนเมื่อวาน” “เธอว่างหรือเปล่าล่ะ ถ้าว่างก็ไปด้วยกัน” “ว่างค่ะ สำหรับคุณหมอปิ่นว่างเสมอ” สายตาฟรุ้งฟริ้งถูกส่งไปให้คุณหมอแบบรัวๆ “เป็นอะไรตาเจ็บเหรอ ล้างตาสักหน่อยมั้ยล่ะ” “เฮ้อ...คนแก่ไม่รับมุขเลยไปดีกว่า” “...........” แสงเหนือมองเธอเดินออกไปแล้ว เขาส่ายหน้าเบาๆแล้วเดินกลับไปที่บ้านพักเพื่อหยิบเอาข้าวที่เธอทำให้เมื่อเช้ามากินก่อน ช่วงเย็น ระหว่างทางไปหาสัญญาณมือถือ ผ่านแปลงผักของชาวบ้าน “คุณหมอ...แวะก่อนค่า...” มีชาวบ้านโบกไม้โบกมือเรียกคุณหมออยู่ไกลๆ ชาวบ้านที่นี่ยิ้มแย้มและมีน้ำใจมาก ทุกคนที่เจอคุณหมอพวกเขามักจะทักทายแบบนี้เป็นประจำ “ปิ่นชาวบ้านเขาพูดว่าอะไรน่ะ” “เขาบอกให้แวะ จอดค่ะ” คุณหมอจอดรถแล้วพากันเดินไปที่แปลงผักของชาวบ้าน “คุณหมอเอาพักไปกินค่ะ” ชาวบ้านส่งผักให้คุณหมอ แต่ผักที่ส่งให้แสงเหนือไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเลยไม่รู้ว่ามันกินแบบไหนแล้วรสชาติของมันอร่อยหรือเปล่า “ขอบคุณครับ” ซึ่งเขาก็ยอมรับเอามา แต่ในปริมาณแค่พอกินเท่านั้น แล้วเดินกลับมาที่รถจักรยานเหมือนเดิม ผักที่ได้มาถูกใส่ไว้ในตะกร้าหน้ารถ “ปิ่นผักนี่ทำอะไรกินได้เหรอแล้วรสชาติมันเป็นยังไง” เขาไม่เคยเห็นก็เลยถามดู “อ่ะลองชิมสิ สดๆแบบนี้หวานมาก...” เธอทำท่ากัดใส่ปากให้เขาดูเป็นตัวอย่าง คุณหมอเลยลองเอามากัดชิมบ้าง คิดว่ามันน่าจะอร่อยเหมือนหน้าตาของเธอตอนที่ชิมให้เขาดูแต่ที่ไหนได้มันทั้งขมทั้งกวาด “ยัยเตี้ย!!” ปิ่นงามเลือกที่จะวิ่งหนี ส่วนคุณหมอวิ่งไล่ตามหวังจะเอาคืนแต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้เพราะเหนื่อยก่อนเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD