บทนำ

1329 Words
หนึ่งอาทิตย์ก่อนเกิดเหตุ "แกรู้ยังหรือยัง ว่าคู่หมั้นแกเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล"เสียงที่เรียบนิ่งแต่ดูทรงพลังในตัวบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของเจ้าของเสียงได้อย่างดี "ไม่อ่ะ ผมไม่มีความจำเป็นจะต้องรู้"น้ำเสียงที่ตอบกลับปลายสายโทรศัพท์บ่งบอกได้อย่างดีว่าเจ้าตัวไม่ได้แคร์สิ่งที่อีกคนพูดออกมาแม้แต่น้อย ท่าทางที่ดูที่เล่นที่จริงในบางเวลาของเขา ทำให้หลายต่อหลายคนที่ทำงานด้วยไม่กล้าที่จะเล่นกับเขาเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ลักษณะท่าทางของเขาจะดูเป็นคนที่ไม่เคร่งขรึมหรือเป็นคนที่จริงจังตลอดเวลาก็จริง แต่ด้วยต่ำแหน่งหน้าทีและชาติตระกูลของผู้ชายคนนี้ทำให้คนใกล้ตัวต้องแสดงออกถึงความเคารพ "ไอ้นนท์นั้นมันคู่หมั้นแกนะเว้ย แกก็รู้ว่าพ่อเป็นคนยังไงทำตัวให้มันดีสักครั้งเถอะฉันขอ"ธีรภัทรเอ่ยบอกน้องชายเพียงคนเดียวที่ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาจะยอมทำตามใจพ่อเลยแม้สักครั้งเดียว ตั้งแต่ตอนเรียนจนตอนนี้ก็เช่นกัน "ผมไม่ใช่พี่ที่จะเป็นลูกกตัญญูมากขนาดนั้น อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นผมไม่ได้รักและไม่คิดจะรักเธอด้วย"นนทภัทรหรือที่หลายๆคนรู้จักในนามของหมอนนท์ หมอผ่าตัดเฉพาะทางด้านสมอง เขาตอบกลับพี่ชายด้วยเสียงที่เย็นเรียบ จนพยาบาลที่นำเอกสารมาให้เขาเซ็นต์ต้องเดินออกจากห้องทำงานเขาอย่างรีบร้อน "ฉันรู้ ทำไมฉันจะไม่รู้ ว่าแกอ่ะมันเป็นคนยังไง ใช่ฉันชอบคู่หมั้นของฉัน ต่อให้แกจะไม่ชอบเธอหรืออะไรก็ตาม แกต้องดูแลเธอ เธอป่วยต้องผ่าตัดสมอง และฉันว่าแกผ่าตัดได้ดีแน่นอน ขอล่ะ....ดูแลเธอให้หน่อย หลังจากที่เธอหายเราคอยแก้ปัญหาว่าจะเอายังไงต่อ" "ได้....ผมทำให้ได้ แต่หลังจากเธอเป็นปกติผมไม่รับประกันกับสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น" "วันนี้ไม่รัก วันหน้า...." "ก็ไม่รัก" "แกมันมีทิฐิไง แต่ก็ชั่งเถอะฉันคงห้ามอะไรไม่ได้ เพราสุดท้ายแกก็ไม่ฟังอยู่ดี" "ไปเถอะผมจะทำงาน"นนทภัทรที่วางสายจากพี่ชายแล้วก็นั่งเซ็นต์เอกสารต่อโดยที่ในใจยังคงคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ เขายังคงคิดถึงเรื่องที่พ่อจับเขาหมั้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธออายุเพียง13ปีเท่านั้นและเขาอายุ24แล้วแต่พ่อไม่เคยฟังเขา แต่อย่างว่าวันที่พ่อให้เขาเรียนที่อเมริกาในคณะบริหารแต่เขากลับเรียนหมอ จนทุกวันนี้เขายังทำหน้าที่ที่ได้เรียนมาโดยที่พ่อเขาไม่เคยว่าเพียงแต่ให้เขาช่วยงานในบ้างเรื่อง ถึงพ่อเขาจะไม่ลงรอยกับลูกชายคนนี้เท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยที่ว่าอะไรให้เสียครั้งยกเว้นเรื่องนี้ที่ไม่รู้ว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้เขี้ยวเข็นเขาถึงขนาดนี้ "คนไข้ที่ต้องเข้าผ่าตัดเร็วนี้เกี่ยวกับสมอง ชื่ออะไร"น้ำเสียงแล้วสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของหมอหนุ่ม ทำให้พยาบาลที่กำลังหยิบแฟ้มบนโต๊ะสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมทั้งก้มหน้าไม่สบตาคนที่เอ่ยถาม "เอ่อ....อัญชลีค่ะ เธอมีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดเร็วที่สุด แต่ดูเหมือนพี่สาวเธอจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเลยขอเลื่อนการผ่าตัด"พยาบาลเอ่ยตอบพร้อมอาการประหม่าเล็กน้อย "เธออยู่ได้นานแค่ไหน" "หมอเจ้าของไข้บอกว่า ไม่เกิน2อาทิตย์หรือาจจะไม่ถึงต้องดูการโตของเนื้องอกค่ะ" "ทำเรื่องผ่าตัดเลย เดี๋ยวผมผ่าเอง แล้วบอกพี่สาวเธอไปว่าน้องสาวเธอต้องผ่าตัด" "ได้ค่ะ"หลังจากพยาบาลเดินออกไปจากห้องนนทภัทรก็กดโทรหาพี่ชายเพื่อให้เขาเตรียมเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ด้วยเพราะเขาไม่จ่ายให้แน่นอน "คุณหมอค่ะญาติคนไข้เดินทางมาถึงแล้วนะคะ" "ให้เธอมาหาผมเลย"นนทภัทรตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจมากนักเพราะเขากำลังดูแฟ้มประวัติและภาพเอ็กซเรย์สมองของคนตัวเล็ก เวลาผ่านไปเกือบ10นาที พยาบาลก็พาผู้หญิงสองคนเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยที่คนหนึ่งเขารู้จักเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนเขาเคยเจอผ่านที่โรงพยาบาลแต่ไม่บ่อยนัก "เชิญนั่งก่อนครับ"นนทภัทรวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วหันมาให้ความสนใจกับสองคนที่มาใหม่ ดูท่าทางที่ประหม่าและเกรงก็ทำให้นนทภัทรพยายามขยับตัวให้ดูสบายเพื่อให้ทั้งสองไม่เกรงจนเกินไป "เดี๋ยวก่อนเซ็นต์อนุมัติ ผมขอแจ้งรายละเอียดให้ฟังก่อนนะครับ"นนทภัทรมองคนที่ดูสนใจเอกสารในการเซ็นต์อนุมัติการผ่าตัดอย่างใจจดใจจ่ออย่างอดเอ็นดูไม่ได้ มันจึงทำให้เขารู้เลยว่าทำไมพี่ชายเขาถึงรักผู้หญิงคนนี้ แต่ต่างจากน้องสาวของเธอที่ต่อให้ดูน่ารักและน่าทะนุถนอมมากแค่ไหนแต่กลับไม่สามารถทำให้เขารักเธอได้เลยแม้แต่น้อย แต่เขากับเอ็นดูและสงสารมากกว่า "ค่ะ"คนตรงหน้ามองมาที่หมอเช่นเดียวกับเพื่อนของเธอที่มองมาที่เขาเช่นเดียวกัน "นนทภัทร ชลธนิกร ชื่อผมครับเรียกว่าผมนนท์ก็ได้ครับ" "ค่ะ" "อย่าที่ทราบว่าคุณอัญชลีเธอมีเนื้องอกในสมอง ซึ่งมันเป็นจุดสำคัญ จนทางเราต้องมีการผ่าตัดให้เธออย่างเร่งด่วน และผมก็เข้ามาเป็นหมอเจ้าของไข้คนใหม่ ทำให้ผมเห็นว่าเธอคงรอไม่ได้แล้ว..........มีอะไรจะสอบถามไหมครับ"นนทภัทรอธิบายให้ทั้งสองคนฟัง และคนที่ฟังก็ฟังอย่างตั้งใจ ทั้งสองคนมองไปที่จอที่มีภาพเอ็กซเรย์และฟังหมอพูดไม่ต่างจากฟังอาจารย์สอน "เอ่อ.....คือ...."พี่สาวของคนไข้ อย่างหนมผิงมองหน้าหมออย่างกังวลใจ "เรื่องค่าใช้จ่ายละคะ"หญิงสาวข้างกายที่นั่งเงียบอยู่นานก็พูดออกไปอย่างไม่ต้องถามเพื่อนอย่างรู้ใจ "ทางคุณสามารถจ่ายได้ภายในอาทิตย์นี้ครับ แต่ผมอยากให้เตรียมเพื่อไว้อีกนะครับเพื่อมีการผ่าตัดอีกครั้ง"นนทภัทรพูดออกไปอย่างที่เขาคาดคะเนเพราะการผ่าตัดครั้งแรกของน้องสาวเธอมันอาจจะไม่ได้เก็บเอาเนื้องอกอีกชิ้นที่มีขนาดเล็กออกได้เพราะเจ้าตัวอาจจะรับไม่ไว้ เลยต้องมีการผ่าตัดอีกครั้ง "ค่ะ....แล้วค่าใช้จ่ายหมอพอจะประมาณให้ได้ไหมคะ"เสียงที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้นนทภัทรมองไปที่เธออีกครั้ง "เดี๋ยวเรื่องนี้ผมให้ทางพยาบาลจัดการให้นะครับ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรเซ็นต์อนุมัติให้ผมหน่อยนะครับ"หมอนนท์เอ่ยพร้อมเปิดเอกสารให้คนตัวเล็ก เพื่อให้เธอเซ็นต์เอกสารอนุมัติและเขาจะได้เตรียมตัวผ่าตัดให้เธอ "ค่ะ"หนมผิงรับเอกสารมาแล้วเซ็นท์อย่างไม่คิดมาก "ยังไงผมต้องต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ"นนทภัทรรับเอกสารจากตรงข้ามมาว่างไว้ฝั่งตัวเอง เขามองดูก็รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงน้องสาวตัวเองมากขนาดไหน "ค่ะ ยังไงหนูต้องขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวก่อนนะคะ"ทั้งสองเอ่ยแล้วยกมือไหว้คนตรงหน้าทำให้นนทภัทรทำได้เพียงแต่รับไหว้จากทั้งสองแต่เขากลับมองหญิงสาวอีกคนที่ดูเหมือนเธอจะต่างจากเพื่อน เธอดูสวยแล้วรูปร่างท่าทางของเธอไม่ต่างกันแต่ดูยังไงเธอก็ดูสวยกว่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD