หัวใจไม่รักดี

1324 Words
แพรชมพูเดินประคองคุณย่าอบเชยไปนั่งบนโซฟาไม้สักบุหวายตัวยาว ก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงไปนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่อยู่ถัดไป เพื่อให้ปวีร์ได้นั่งข้างท่าน “ทำไมกลับมาเอาป่านนี้ล่ะลูก หืม” หญิงชราเอ่ยถามเด็กสาวในอุปการะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คือ...พู่คิดบัญชีผิดหลายรอบเลยค่ะ” “อะไรกันลูก พู่เนี่ยนะจะคิดผิด...” คุณย่าอบเชยกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ เนื่องจากผิดวิสัยยิ่งที่คนละเอียดรอบคอบเช่นแพรชมพูจะคิดบัญชีผิดพลาด “หรือว่างานหนักไป หนูจะพักแล้วให้คนอื่นทำแทนก็ได้นะลูก” “ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า น่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนพู่นอนไม่ค่อยหลับค่ะ ก็เลยล้า ๆ ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่” แพรชมพูพยายามหาเหตุผลให้คุณย่าอบเชยเบาใจ ทว่าพอมองเลยไปข้างกายท่าน ดวงตาคู่คมก็กำลังจ้องมองเธอไม่เลิกราเสียที ทำเอาคนถูกมองไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรจึงรีบหลุบตามองต่ำ ด้านหญิงชราที่เห็นอาการของแพรชมพูจึงหันไปทางหลานชาย “อ้าว ยัยพู่ จำพี่วีร์ไม่ได้เหรอลูก ทำอย่างกับคนไม่เคยรู้จักกัน” “พู่จำได้ค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะคุณวีร์” เธอหันไปยกมือไหว้ชายหนุ่มด้วยอาการประหม่า ปวีร์ก็ยกมือขึ้นรับไหว้พร้อมส่งยิ้มให้เธอ “แต่ผมจำไม่ได้เลยครับคุณย่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมละสายตาจากเธอ “วีร์จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก ตอนที่วีร์ไปเรียนต่อ ตอนนั้นยัยพู่ยังเรียนมัธยมอยู่เลย สิวงี้ขึ้นเต็มหน้าไปหมด ย่าต้องส่งไปหาหมอรักษาอยู่ตั้งนาน พอเข้ามหาลัยก็สวยพอดี หนุ่ม ๆ งี้ตามจีบเป็นพรวน” “คุณย่าคะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” แพรชมพูขัดขึ้นด้วยความเขินอาย แม้จะมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเข้ามาแจกขนมจีบเธออยู่เนือง ๆ ไม่เคยขาด แต่ก็ไม่ได้แห่กันมาเป็นพรวนขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งเธอก็ไม่ได้ตกลงปลงใจคบใคร เพราะในหัวใจของเธอนั้นมีใครคนหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อคิดได้แบบนั้น เธอจึงเหลือบมองคนตัวโต และก็พบว่าเขากำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ถ้ามีคนมาจีบเยอะอย่างที่คุณย่าว่า แสดงว่าพู่ก็มีแฟนแล้ว…” จู่ ๆ ปวีร์ก็โพล่งออกมา “จะไปมีได้ยังไงกันล่ะ ใครจีบก็หนีเขาหมด มิหนำซ้ำพอเรียนจบมายังตัวติดย่าเป็นตังเม วัน ๆ ก็อยู่บ้านกับทำงานที่ตลาด ไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มที่ไหนเลย” ได้ยินแบบนั้นริมฝีปากหยักก็กระตุกยิ้มพึงพอใจ ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉย “เฮ้อ...ย่าล่ะกลัวเหลือเกินว่าหลาน ๆ ของย่าจะขึ้นคานกันหมด” คำกล่าวของคนเป็นย่า ทำเอา ปวีร์ถึงกับชะงัก “แล้วไหงถึงวกมาที่ผมได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหน้าตาเหลอหลา แพรชมพูเห็นท่าทีของเขาก็หลุดยิ้มออกมา รอยยิ้มพิมพ์ใจอันสดใสงดงาม ทำคนตัวโตเผลอมองอย่างลืมตัว พร้อมความรู้สึกคันยุบยิบที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กน้อยไร้เดียงสาท่าทางกะโปโล อีกทั้งยังชอบเล่นจนเนื้อตัวมอมแมมในวันวาน จะเติบโตขึ้นมาสวยสะพรั่งได้ขนาดนี้ “เอ่อ คุณย่าคะ พู่ว่าพู่ลงไปดูในครัวดีกว่าค่ะ นี่ก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เดี๋ยวคุณย่าต้องทานยาด้วย” เมื่อถูกมองหนักเข้า แพรชมพูจึงหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้า แต่ทว่า... “ไม่ต้องลูก เดี๋ยวย่าลงไปเอง หนูไปดูห้องนอนให้พี่วีร์เขาดีกว่าว่าเรียบร้อยดีไหม” “คะ? คุณวีร์จะค้างที่นี่เหรอคะ” “จ้ะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องไปส่งพ่อแม่ตาวีร์ที่สนามบิน และก็น่าจะต้องค้างที่นั่นสักคืน หนูเตรียมเสื้อผ้าไปด้วยนะลูก” ว่าจบคุณย่าอบเชยก็ลุกขึ้นเดินออกไป โดยที่แพรชมพูไม่มีโอกาสที่จะปฏิเสธ เมื่อได้อยู่กันตามลำพังสองต่อสอง แพรชมพูจึงรีบผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาเอ่ยกับปวีร์ด้วยความประหม่า “เดี๋ยวพู่ขอตัวไปดูห้องให้คุณวีร์ก่อนนะคะ” สิ้นเสียงหวาน ร่างบางก็เดินลิ่วออกไปอย่างว่องไว เธอเดินลึกเข้าไปจนถึงห้องนอนของชายหนุ่มที่อยู่ฝั่งขวาของเรือนเช่นเดียวกับเธอ ซึ่งถูกปิดเอาไว้ไม่ได้ให้ใครเข้ามาใช้ เนื่องจากประมุขของบ้านต้องการเก็บเอาไว้ให้หลานชายเพียงคนเดียวสามารถมาพักได้ทุกเมื่อ คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปด้านใน พลางไล่สายตามองไปรอบห้อง เครื่องเรือนทุกชิ้นสะอาดสะอ้านเนื่องจากได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ “อ้าว ไม่มีผ้าห่มนี่นา” เธอบ่นออกมาเมื่อมองไปเห็นเตียงนอนไม้สักสี่เสาขนาดคิงไซต์ ที่มีเพียงหมอนสองใบวางอยู่ ก่อนที่เธอจะเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า หมายจะหยิบผ้านวมผืนหนาลงมาวางบน ที่นอน แต่ทว่าชั้นวางด้านบนสุดของตู้นั้นสูงเกินกว่าที่คนตัวเล็กจะเอื้อมถึง หญิงสาวพยายามเขย่งยืนบนปลายเท้าก็ยังไม่สามารถที่จะคว้าลงมาได้ “ฮึบ...อีกนิดเดียว” สิ้นเสียงหวาน แผ่นหลังบอบบางก็ถูกทาบซ้อนด้วยกายแกร่ง พร้อมกลิ่นน้ำหอมสะอาดสดชื่นที่ลอยมากระทบจมูกเล็กทำเอาเธอใจสั่นระรัว ขาแข้งอันแสนบอบบางก็พลันอ่อนแรงขึ้นมาฉับพลัน และในเสี้ยววินาทีต่อจากนั้น แพรชมพูก็ล้มลงชนเข้ากับแผงอกกว้าง “อุ๊ย พู่ขอโทษค่ะคุณวีร์” เธอรีบผละจากชายหนุ่มออกมายืนห่างกันเป็นวา ปวีร์หันไปหยิบผ้านวมผืนหนาบนชั้นวางด้านบนได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะนำมาโยนลงบนเตียงนอน จากนั้นก็หันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็ก “นี่พู่กำลังกลัวผมเหรอ” “เปล่านะคะ” เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาปฏิเสธ “แล้วเป็นอะไร ทำไมทำท่าอย่างกับจะหวาดผวาตลอดเวลาแบบนั้น” “คือ...พู่...คงเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เจอกันนานมั้งคะ” “อืม ก็จริง เราไม่ได้เจอกันนานมาก ตอนเห็นพู่ตอนแรกผมยังตกใจจนเกือบทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ใครจะไปคิดว่ายัยเด็กที่ชอบร้องไห้ขี้มูกโป่ง ชอบตามติด ร้องเรียกคุณวีร์อย่างนั้น คุณวีร์อย่างนี้ จะโตขึ้นมากขนาดนี้” แถมยังสวยมากอีกด้วย ซึ่งนั่นเขาก็ได้แต่บอกกับตัวเองในใจ ด้านคนที่เคยเป็นยัยเด็กขี้มูกโป่งถึงกับทำปากคว่ำ เมื่อถูกแซวแบบนั้น “คุณวีร์น่ะ พู่โตแล้วนะคะ” เมื่อเห็นท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นของเธอ ชายหนุ่มก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำหญิงสาวใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอจึงรีบเสมองไปอีกทาง กระทั่งไปสะดุดตาเข้ากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่ปลายเตียง “พู่ว่าพู่ขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ คุณวีร์จะได้ทำธุระส่วนตัว ถ้ามื้อเย็นพร้อมแล้วพู่จะให้คนขึ้นมาตามนะคะ” ว่าจบ แพรชมพูก็รีบสาวเท้าก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับช่วยปิดประตูห้องให้เรียบร้อย ท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอทำเอาปวีร์อดขำไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD