" นั่นไง มันมานู่นล่ะ ถามมันเองแล้วกัน " เมื่อผมเดินมาถึงโต๊ะประจำที่นั่งกับเพื่อนก็เห็นเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ จากนั้นพอไอ้ขุนมันหันมาเห็นผมมันก็พูดขึ้นทันที ทำให้เพื่อนๆ หันมามองผมเป็นตาเดียว
ผมเดินไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงนิ่งๆ ผมไม่ได้สนใจสายตาของพวกมันเลยซักนิด
" เอ่อ ครามไปไหนมาหรอ " ลินิน เพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น
" ถามทำไม " ผมถามเธอกลับนิ่งๆ เพราะปกติผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วกับลินิน เธอเป็นเพื่อนกับไอ้วินเพื่อนของผม เลยทำให้เธอได้มาอยู่กลุ่มพวกผม แต่ผมไม่ได้สนิทอะไร
" ก็พวกนี้บอกว่าครามไปส่งผู้หญิงมา จริงหรอ " เธอถามขึ้นแล้วมองหน้าผมอย่างเกรงๆ เพราะรู้จักนิสัยผมอยู่แล้ว
ผมไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าตอบรับไปนิ่งๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมากดบันทึกเบอร์ของคนที่ผมพึ่งไปส่งมาตะกี้ไว้
❤️
ครับ รูปหัวใจนี่แหละที่ผมบันทึกไว้
" นั่นไง บอกแล้วไม่เชื่อลินิน " ไอ้พายัพพูดขึ้น
" อย่าว่าแต่ลินินจะไม่เชื่อ ถ้ากูไม่เห็นกับตากูก็คงไม่เชื่อเหมือนกันแหละ " เสียงไอ้วินเนอร์พูดขึ้นบ้าง
" เออ ก็จริง ปกติมันไม่สนใจผู้หญิง "
" แล้วนั่นทำอะไรว่ะ มาถึงก็จับโทรศัพท์ " ไอ้ขุนถามขึ้น
" นี่มึงจริงจังหรอไอ้คราม " ไอ้วินชะโงกหน้ามาดูโทรศัพท์ผมที่บันทึกเบอร์พะพายไว้ก็ถามขึ้นทันที
ผมจึงเงยหน้าไปมองพวกมันนิ่งๆ
" ดูหน้าแล้วน้องตุ๊กตาไม่รอดแน่วะ " ไอ้ขุนพูดขึ้น
" รู้จักเขาดีแล้วหรอวะ " ไอ้พายัพถามขึ้นแล้วมองหน้าผมอย่างจริงจัง เพื่อนผมพวกนี้มันจะรู้จักนิสัยผมดีว่าเป็นคนยังไง ชอบแบบไหน และไม่ชอบแบบไหน เพราะทั้งไอ้ขุน พายัพ วินเนอร์ เป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะไอ้พายัพที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อผมเป็นเพื่อนพ่อแม่มัน ส่วนลินิน ผมพึ่งรู้จักตอนเข้าปีหนึ่ง
" นั่นสิ ครามรู้จักน้องเขาดีแล้วหรอ นิสัยเป็นยังไง ดีรึป่าว " ลินินพูดขึ้นบ้างพร้อมมองหน้าผมเศร้าๆ
" ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร " ผมตอบกลับไปแล้วละสายตาหรือเรียกง่ายๆ ว่ามองข้างสายตาของลินิน หันมาสนใจโทรศัพท์กดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์แล้วกดเพิ่มเพื่อนพะพายไป
คุณได้เพิ่ม PHAPHAI เป็นเพื่อนแล้ว
ผมรู้ ว่าลินินรู้สึกยังไงกับผม
แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ และด้วยความที่ผมไม่ค่อยสุงสิงกับผู้หญิง ทำให้ความสนิทของผมกับเธอนั้นไม่มี เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ไม่ใช่เพื่อนสนิท ที่เธอมาอยู่กลุ่มเดียวกันได้เพราะรู้จักไอ้วินแค่นั้น แต่เธอก็มีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงอยู่แล้ว แค่มาอยู่กับพวกผมเป็นครั้งคราว
แต่อย่าไปสนใจคนอื่นเลย
เอางี้ดีกว่า ผมว่าเรามาทำความรู้จักกันเถอะ
สวัสดีครับ ผมคราม ที่รู้จักกันในนามเฮดว๊ากวิศวะ เรียนปี 3 มีเพื่อนสนิท 3 คน ที่พูดถึงตอนต้นนั่นแหละ ผมเรียนวิศวะการบิน เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวการบิน ผมเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ แต่จะนิ่งแค่ไหนต้องรอดู เอาเป็นว่ารู้จักพอคร่าวๆ ก่อนนะ ค่อยทำความรู้จักนิสัยกันไปก็แล้วกัน
" ที่จริงมันไม่ได้เจอน้องเขาวันนี้วันแรกหรอก น้องคนนี้มันจองตั้งแต่น้องเขามาเรียนปรับพื้นฐานแล้ว " ไอ้ขุนพูดขึ้น ทำให้ผมเงยหน้าไปมองมันนิ่งๆ
" เห้ย ยังไงว่ะ นี่พวกมึงไปเจอน้องเขาที่ไหน " ไอ้พายัพถามขึ้นอย่างตื่นๆ
" หึ ก็วันนั้นที่คณะบริหารไง ที่เราไปประชุมรับน้องอ่ะ " ไอ้ขุนหันมามองผมแล้วกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้น
ใช่แล้ว
ผมเคยเจอพะพายมาก่อน
1 เดือนก่อนหน้านี้
" งื้ออออ ก็เราไม่รู้จักทางนี่นา " เสียงหวานที่ดังขึ้นงุ้งงิ้งๆ ตรงทางเดินขึ้นบันไดทำให้ผมหันไปมองนิ่งๆ
แล้วก็เจอกับร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว ผมรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คงเป็นเด็กปีหนึ่งของคณะบริหารแน่ๆ เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่คณะบริหาร มาประชุมเรื่องรับน้องรวม ส่วนที่รู้ว่าเธอคือเด็กปีหนึ่งเพราะตอนนี้มหาลัยยังไม่เปิด แต่มีบางคณะที่เปิดรับน้องก่อน และเปิดเรียนปรับพื้นฐานก่อน หนึ่งในนั้นก็คือคณะบริหารนี่แหละที่เปิดเรียนปรับพื้นฐานก่อน
" แล้วเราต้องขึ้นไปอีกกี่ชั้น " เธอพูดขึ้นแล้วยกมือขึ้นสวัสดีคนที่เดินผ่านแล้วใส่ชุดไปรเวทด้วยมือข้างเดียว วันนี้คนที่มาประชุมใส่ชุดไปรเวทกันหมด
" ไอ้คราม มองอะไรว่ะ " ไอ้ขุนที่เดินเข้ามาหาผมถามผมงงๆ
แต่ผมแค่เหลือบสายตาไปมองมันเล็กน้อยแล้วหันไปมองร่างบางต่อ ก็เห็นเธอกำลังหันซ้ายหันขวาเหมือนลังเลว่าจะไปทางไหน
" ให้เราขึ้นไปชั้น 4 ใช่มั้ย แล้วข้าวหอมจะมารอรับที่บันไดใช่มั้ย " เธอเอ่ยพูดกับปลายสายแล้วเดินขึ้นบันไดไป โดยมีสายตาของคนที่เดินผ่่านมองมาที่เธออย่างสนใจ
" งื้อออ อย่ามาว่าเรานะ ถ้าที่มอมีจีพีเอสตามหาห้องเราก็ไม่หลงหรอก " แต่เด็กหลงทางนั้นไม่ได้สนใจสายตาที่มองไปที่เธอเลยซักนิด หึ ผมถึงกับหลุดขำกับเสียงงุ้งงิ้งๆ ที่พูดประโยคนั้น
จีพีเอสตามหาห้อง????
หึ สงสัยจะเป็นเด็กชอบหลงทาง
" สวย หวาน เหมือนตุ๊กตา สเปคมึง?? " ไอ้ขุนมองตามสายตาผมแล้วถามขึ้น
" เอาว่ะ นานๆ ทีเพื่อนกูจะมองสาว " เมื่อเห็นผมไม่ปฏิเสธหรือตอบอะไรไปมันก็พูดขึ้นอย่างแซวๆ
ผมไม่ได้หันไปสนใจเพื่อนที่ยืนข้างๆ แต่มองตามร่างบางไปจนลับสายตา ซึ่งเธอไม่รู้หรอกว่ามีผมหรือคนอื่นมองตามเธอไปเยอะแค่ไหน
แต่ผมไม่สนหรอกว่าใครจะมองเธอยังไงก็ช่าง
แต่คนนี้ผมจอง