บทที่ 6 ว่าที่คุณผู้หญิงของบ้าน (2)

1149 Words
บทที่ 6 ว่าที่คุณผู้หญิงของบ้าน (2) ร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองหน้าหญิงสาวที่ดีแต่สร้างปัญหาให้ ก่อนจะยกยิ้มเมื่อนึกถึงแผนที่จะจัดการเจ้าหล่อนทันทีเมื่อถึงพรุ่งนี้ ก่อนจะเดินเข้าหาและโน้มตัวโดยใช้สองแขนล็อกคร่อมร่างบางไว้ “นี่ถึงขั้นลงทุน กินถั่วให้ตัวเองแพ้ แล้วตามมาเกาะแกะฉันถึงที่นี่ใช่มั้ย?” “ฉันตามเกาะแกะคุณที่ไหน ฉันจะกลับคอนโดฉันแล้วต่างหากล่ะ คุณนั่นแหละที่ลากฉันมาที่นี่ ก็เหมือนคืนแรกคุณก็ลากฉันไปห้องคุณเอง แต่พอตื่นมาก็มาโทษฉันอยู่ฝ่ายเดียวเลย” มาลีรินทร์ยกสองแขนเรียวโอบรอบเอวของแอนดี้ไว้ ก่อนที่มือเล็กจะซุกซนล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของชายหนุ่มและคว้าซองถุงยางออกมา “นี่มัน!!…คุณจะนอกใจฉันเหรอ?” “ฉันจะไปนอกใจเธอได้ยังไง ในเมื่อเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ได้กันทีสองทีเขาไม่นับหรอกนะมาลีรินทร์ แต่ถ้าอีกสักทีก็ไม่แน่” แอนดี้พูดพลางทำตากรุ้มกริ่มมองไล้ไปทั่วลำคอที่ยังมีริ้วแดงอยู่ “ถ้าอีกสักที ก็จะเริ่มนับแล้วใช่มั้ย ว่าเราเป็นอะไรกัน งั้นอย่ามัวเสียเวลาเลย เดี๋ยวฉันจะง่วงซะก่อน” พูดจบสองมือเรียวก็เริ่มรั้งคนตัวโตให้เข้าหา “มาลีรินทร์!! ฉันไม่ได้เมาถึงขั้นเอาได้ไม่เลือกนะ หน้าเธอบวมเป่งขนาดนี้ พาฉันขำจนอะไร ๆ ก็พลอยหดไปด้วย หึ” พูดจบคนตัวสูงก็ดันคนตัวเล็กออก มาลีรินทร์ที่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองคงจะสภาพน่าเกลียดน่ากลัวมาก ถึงกับรีบปล่อยแขนจากเอวหนาทันที ก่อนจะยกสองมือขึ้นปิดหน้าปิดตาของตัวเอง “ถ้าตาเธอยังไม่ปิด ก็รีบลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวฉันจะให้คนมาช่วย อย่ามานอนเน่าบนเตียงฉันเด็ดขาด” แอนดี้ถึงกับปล่อยขำออกมากับท่าทางของเด็กแสบเมื่อก้าวขาพ้นประตูห้อง ที่จริงแล้วมาลีรินทร์หน้าตาแทบจะเป็นปกติแล้ว อาจจะมีบวมอยู่บ้างเล็กน้อยแต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดลง จากนั้นแอนดี้ก็หันไปกำชับสาวใช้ให้เข้าไปอำนวยความสะดวกแก่หญิงสาวในห้อง พร้อมประกาศให้รู้ว่า มาลีรินทร์คือว่าที่คุณผู้หญิงของบ้าน และให้อยู่รอดูเธอจนกว่าเธอจะหลับ ในขณะที่เขาแยกตัวไปพักในห้องรับรองของแขกที่อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านแทน สายวันใหม่ สาวสวยปรือตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ด้วยเพราะแสงแดดยามสายที่สาดส่องเข้ามากระทบเปลือกตา และเมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าทั้งห้องสว่างจ้าไปหมด จมูกที่ไวต่อความรู้สึกได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของแอนดี้ลอยแตะเข้ามา หญิงสาวพยายามกวาดสายตาหาเจ้าของกลิ่นหอม ก่อนจะชันตัวลุกลงจากเตียงและย่องเข้าหาร่างหนาที่กำลังยืนแต่งตัวอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง หมับ!! สองแขนเรียวโอบกอดจากด้านหลังคนตัวสูง พร้อมเอาเนื้อตัวนุ่มนิ่มที่ปราศจากชุดชั้นในเบียดเสียดเข้าหาแผ่นหลังหนาทันที ทำเอาคนตัวสูงชะงักงันกับสัมผัสที่กำลังถูไถอยู่ด้านหลัง “อรุณสวัสดิ์ ที่รัก” มาลีรินทร์ทำตัวราวกับว่าทั้งคู่กำลังเป็นคู่สามีภรรยา ข้าวใหม่ปลามันยังไงยังงั้น “อรุณสวัสดิ์…ที่รัก!! งั้นเหรอ? หึ” แอนดี้ ยกแขนขึ้นติดกระดุมที่ข้อมือ ขณะสายตาก็เพ่งมองไปที่กระจกเงาเบื้องหน้า ก่อนที่ร่างเล็กจะชะโงกหน้ามองสบตาเขาผ่านกระจก มาลีรินทร์ส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย หน้าเปลือยสดของเธอเช้านี้มันสดใส จนเขาต้องหยุดมองและยกยิ้มตอบให้เล็กน้อย “หายดีแล้วนี่…” “อื้อ…หายแล้ว คุณจะไปทำงานแล้วเหรอ?” ร่างเล็กเดินอ้อมมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะแย่งเนคไทในมือของแอนดี้ และถือวิสาสะจัดการสวมขึ้นคอและผูกให้ โดยที่สายตาจดจ้องอยู่แต่เงื่อนในมืออย่างตั้งใจ ขณะที่แอนดี้ก็ลอบมองหน้าหวานตรงหน้าสลับกับบางสิ่งที่มันชูชันนูนเด่นอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง “ฉันมีประชุมเช้านี้ ตอนบ่ายฉันจะให้คนมารับเธอแล้วพาไปพบฉัน เดี๋ยวทานข้าวแล้วทานยาซะ” “ไปไหน ไปเดทกันเหรอ?” มาลีรินทร์ถามขึ้นอย่างใคร่รู้ “ก็เธอจองรถไว้ไม่ใช่เหรอ? พรุ่งนี้เขาจะเอามาส่งที่นี่ แต่วันนี้เธอต้องทำบางอย่างให้เรียบร้อยก่อนมาลีรินทร์ ฉันถึงจะยกรถให้เธอ!!” มาลีรินทร์หน้าเหวอเล็กน้อย เมื่อแอนดี้พูดถึงรถและนั่นน่าจะหมายถึงรถซุปเปอร์คาร์ที่เธอจองเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน แต่ที่น่าแปลกใจนอกจากที่ชายหนุ่มจะไม่โกรธเธอแล้ว กลับใจดียอมจ่ายและยกมันให้เธออย่างง่ายดาย “คุณหมายถึงรถอะไร?” มาลีรินทร์ทำทีซื่อถามออกไป “เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าฉันพูดเกี่ยวกับอะไร เพราะถ้าเธอไม่รู้ ฉันจะได้คืนมันไปซะ” “รู้ รู้ ฉันจำได้แล้ว” มาลีรินทร์คลี่ยิ้มเจื่อน ก่อนจะกระแซะเบียดตัวเข้าหา “หึ จำได้ก็ดี วันนี้ก็เตรียมตัวซะ” แอนดี้ลอบมองหญิงสาวในอ้อมอก สายตาที่เหลือบมองมีแต่ความรังเกียจ แต่เขาคงไม่มีอะไรจะเสียไปกว่านี้แล้ว ถ้าไม่ทำอย่างนี้มาลีรินทร์คงไม่หยุดตามรังควานเขาแน่ อีกทั้งเขาก็น่าจะใช้ประโยชน์จากเธอกันพวกผู้หญิงประเภทเดียวกันกับมาลีรินทร์ให้ออกห่างเขาได้ด้วย “แล้วคุณจะทำอะไรอะ? บอกเลยตอนนี้ไม่ได้เหรอ?” มาลีรินทร์ถามซ้ำอย่างระแวง “ก็เธออยากเป็นเมียฉันไม่ใช่เหรอ วันนี้แหละฉันจะให้เธอได้เป็นสมใจ หึ” พูดจบแอนดี้ก็ผละออกมาทันที โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม ปล่อยให้มาลีรินทร์ที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ถึงกับยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา ที่แผนของเธอบทจะยากก็ยากเหลือเกิน บทจะง่ายก็กลับสำเร็จได้เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก “ทำไมมันง่ายจัง จะสบายแล้วสินะ มาลีรินทร์ หึ หึ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD