‘ที่นี่...ที่ไหน’
ร่างเล็กที่นอนหลับใหลในยามราตรีได้ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนเตียงนอนที่แสนนุ่มเหมือนดั่งเคย เพราะในตอนนี้เธอดันตื่นมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตา จนทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ แววตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปรอบ ๆ พื้นที่แปลกใหม่ด้วยอาการสั่นไหว แม้สิ่งที่อยู่รอบตัวเธอในตอนนี้จะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด และผีเสื้อน้อยใหญ่ที่ออกมาโชว์ลวดลายสวยงาม เปรียบสถานที่แห่งนี้เป็นสรวงสวรรค์บนพื้นดิน แต่ลึก ๆ แล้วเธอกลับรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจเมื่อตื่นขึ้นมาในสถานที่แสนพิศวงนี้
‘หรือตอนนี้...ฉันกำลังฝันอยู่’
ร่างเล็กที่ยังคงมึนงงกับสถานการณ์ ค่อย ๆ ยกมือขึ้นหยิกไปที่แก้มของตัวเองเบา ๆ และพบว่าในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเจ็บกับสัมผัสที่เกิดขึ้นจากกระทำของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
‘ฝันอยู่นี่เอง แล้ว...เมื่อไหร่ฉันจะตื่นล่ะ’
เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ใช่ความจริง เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะก่อนจะมองออกไปรอบ ๆ กาย ที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้หลากหลายพันธุ์ หลากหลายสีสัน ด้วยความรู้สึกสบายใจและรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็น
‘อยากฝันแบบนี้บ่อย ๆ จัง’
เจ้าของนัยน์ตาสวยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและบิดร่างกายของตัวเองไปมาช้า ๆ อย่างเคยชิน ก่อนจะเริ่มออกเดินไปตามทางด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มปรากฏ แต่ก้าวเดินออกไปได้ไม่เท่าไรเท้าเล็กก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อทางด้านหน้ามีก้อนกลมขาวนอนขวางทางอยู่
‘นั่น...มันกระต่ายนี่นา!’
พอจ้องมองไปยังเป้าหมายตรงหน้า เธอก็พบว่าก้อนขาว ๆ ที่ตัวเองตกใจในตอนแรกเป็นเพียงกระต่ายตัวน้อยเท่านั้น
พอรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เป็นอันตราย ปุยฝ้ายก็รีบเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีรอก่อนจะอุ้มร่างที่แน่นิ่งขึ้นมาชิดแนบอก แต่เมื่อร่างนี้มาอยู่ในอ้อมกอดได้ไม่เท่าไร ฉับพลันขนสีขาวปุยก็แปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดเงางามราวกับเพชรพลอย และเริ่มเข้ามารัดบริเวณแขนของเธอจนรู้สึกเจ็บไปหมด
‘งะ งู กรี๊ดดด!!!’
เธอพยายามสะบัดร่างนุ่มลื่นออกจากแขนของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะใช้ความกล้าในการจับดึงหรือพยายามสะบัดแรงแค่ไหน ร่างมันเลื่อมก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกไป แถมมันยังเริ่มเลื้อยไปบริเวณอื่นจนเจ้าของหยาดน้ำใสถึงกับหายใจติดขัด
‘ยะ อย่าทำอะไร...ฉันเลยนะ เจ้างูขาว’
ไม่ว่าจะขอร้องหรืออ้อนวอนแค่ไหน ร่างเงางามตรงหน้าก็ไม่ชะลอความเร็วในการสำรวจร่างกายของเธอลงเลย แถมมันยังเลื้อยและกอดรัดไปตามเนื้อตัวจนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดนิ่งตรงบริเวณที่ น่าอาย เพราะในตอนนี้ส่วนหัวของร่างสีขาวหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเธอ พร้อมกับชูคอขึ้นเพื่อใช้นัยน์ตาสีเขียวมรกตจ้องมองมายังใบหน้าขาวซีดอย่างตั้งใจ
ฟ่อ!!!
‘กรี๊ดดดดด’
เฮือก!!!
ปุยฝ้ายสะดุ้งจนสุดตัว พร้อมกับหายใจเข้าออกด้วยความเร็ว จนหัวใจของเธอเต้นแรงราวกับมันจะกระเด็นออกมา
“ไอ้ความฝันบ้า!” เจ้าของดวงตากลมโตอุทานออกมาด้วยเสียงที่ดัง เมื่อนึกถึงความฝันที่ทำให้เธอเกือบหัวใจวายไปกับมัน
ปุยฝ้ายยังคงรู้สึกตกใจกับฝันแสนประหลาด เพราะในตอนแรกมันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมาก แต่พอผ่านไปไม่นานความฝันนั้นกลับทำให้รู้สึกตกใจสุดขีดจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“ว่าแต่...ตอนนี้กี่โมงกัน”
ในขณะที่ยังคงนอนเล่นอยู่บนเตียงแสนนุ่ม ร่างกายก็เริ่มบิดขี้เกียจไปมาเพราะรู้สึกเมื่อยล้าและเคยชิน ก่อนจะขยี้ตาของตัวเองเบา ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปที่หัวเตียงเพื่อหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา
แต่เมื่อเธอได้เพ่งสายตามองไปยังเข็มนาฬิกาอย่างตั้งใจ ร่างเล็กก็ดีดตัวขึ้นจากเตียงด้วยความรวดเร็ว
“สายแล้ว!!!”
เมื่อรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะนอนเล่นต่อได้ ปุยฝ้ายก็รีบลุกขึ้นเก็บที่นอนอย่างลวก ๆ และจัดการกับผมยาว ๆ ของตัวเองด้วยการมัดขึ้นให้เรียบร้อย ก่อนจะเขย่านาฬิกาปลุกอย่างแรงเพราะความโมโห
“แล้วทำไมไอ้นาฬิกาบ้านี่ไม่ยอมปลุกกันเนี้ย โยนมันทิ้งซะเลยดีไหม หา!” ปุยฝ้ายอยู่ในท่าพร้อมโยน แต่เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่นาฬิกาไม่ยอมปลุก ความโมโหทั้งหมดก็หายไปในพริบตา
“ฉันลืมตั้งปลุกเองนี่นา แล้วนี่มันใช่เวลามาบ่นแบบนี้ไหมไอ้ปุยฝ้าย แกสายแล้วนะเว้ย!” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที
“สายแล้ว ๆ”
ตอนที่เธอมัวแต่ทะเลาะกับตัวเอง เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเรื่อย ๆ จนแทบไม่เหลือเวลาให้ทำอะไร
ปุยฝ้ายจึงใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการทำความสะอาดใบหน้าและร่างกาย เพราะในช่วงเวลาที่เร่งรีบแบบนี้ เธอไม่สามารถทำตามความปรารถนาได้ นอกจากรีบทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเวลาจะล่วงเลยไปมากกว่านี้
“เสร็จสักที เฮ้ย! จะเก้าโมงแล้ว”
ปุยฝ้ายรีบแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะจัดการผมของตัวเองให้เป็นทรง และใช้เวลาเพียงนิดในการตกแต่งใบหน้าให้มีสีสันเพิ่มขึ้น
“ดีนะที่หออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ไม่งั้นคงสายกว่านี้แน่เลย”
พอจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย คนตัวเล็กก็ออกจากที่พักของตัวเองทันที โดยที่ไม่ได้เคร่งเครียดเรื่องเวลาเหมือนอย่างตอนแรก เพราะหอพักของเธอไม่ได้อยู่ห่างไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง
9.11 น.
“อืม...ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่ เดินไปดีกว่าเรา จะได้ประหยัดเงินไว้กินอย่างอื่นด้วย” ปุยฝ้ายรู้สึกใจชื้นขึ้นมาก เมื่อนึกถึงของกินแสนอร่อยที่ตัวเองชอบ พร้อมกับก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งก่อนเตรียมเดินข้ามถนน จนไม่ทันได้สังเกตหรือสนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้เธอไม่ทันเห็นรถที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาภายในซอย
แต่ด้วยสัญชาตญาณและภาพที่มองเห็นจากหางตา จึงรับรู้ได้ถึงสิ่งที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ตนเองในระยะประชิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอรู้สึกตกใจ แถมร่างกายก็หยุดเคลื่อนไหวไปเองโดยที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้
...ซวยแล้ว!!!
เมื่อร่างกายไม่ทำตามคำสั่ง การหลีกเลี่ยงจากภัยตรงหน้าก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด เพราะในตอนนี้รถคันสวยกำลังเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เอี๊ยดดดดด!!!
คนตัวเล็กมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว หัวใจของเธอเต้นแรงแข่งกับเสียงเบรกของรถยนต์ จนร่างกายที่ขยับไปไหนไม่ได้ในตอนแรก ถอยหลังออกห่างจากรถที่ยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ก่อนจะสะดุดเข้ากับขาตัวเองล้มไปกองอยู่ที่พื้นด้วยความตกใจ เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดร่างกายก็ตอบสนองต่อสิ่งตรงหน้าด้วยการเปล่งเสียงร้องออกมา แม้รถคันสวยจะค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวแล้วก็ตาม
“กรี๊ดดด พ่อแก้ว แม่แก้ว ช่วยลูกช้างด้วยยย!!!”
เอี๊ยด!
“เฮ้อ...รอดแล้วเรา”
ปุยฝ้ายรู้สึกโล่งใจเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ร่างกายของเธอในตอนนี้กลับระบมไปหมด เพราะการเสียหลักล้มลงไปทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณข้อเท้าจนอยากจะร้องไห้ออกมา
ฮือออ ทำไมมันถึงเจ็บแบบนี้เนี่ย เพราะไอ้เจ้าของรถคันนี้เลยที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้
“ตัว! เป็นอะไรหรือเปล่า”
เจ้าของรถสีขาวคันสวยรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เพราะเมื่อเธอเห็นภาพหญิงสาวหลังจากที่ก้มหยิบของภายในรถ
เท้าเรียวยาวก็เหยียบไปที่เบรกทันที ก่อนจะรีบลงไปดูอีกฝ่ายว่าได้รับบาดเจ็บจากการกระทำที่ประมาทของตัวเองหรือไม่
“เรา...ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ” ใยไหมรู้สึกผิดมากที่ความสะเพร่าของตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนี้
“นี่! อยากจะรู้จริง ๆ ไปซื้อใบขับ...”
“...สวยจัง”
เมื่อปุยฝ้ายเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี ก็เหมือนเวลาหยุดเคลื่อนไหว และเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและหัวใจเต้นรัวขนาดนี้มาก่อน แต่พอได้พบกับผู้หญิงที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดของจิตรกร และไม่ว่าจะมองตรงส่วนไหนของใบหน้าก็ดูสวยสมบูรณ์แบบไปหมดทุกส่วน ก็ทำให้ปุยฝ้ายเผลอคิดไปว่า...ตอนนี้เธอตายไปแล้วหรือยัง?