ตอนที่ 4 ความผิดปกติ

1705 Words
“เดี๋ยวนะ...นี่มันโรงพยาบาลหนิ ทำไมถึงไม่พาฉันไปคลินิกล่ะ” ปุยฝ้ายพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ ก่อนจะพูดคุยในเรื่องที่ตัวเองสงสัย “มาโรงพยาบาลนี่แหละดีแล้ว จะได้ตรวจดูอย่างละเอียดด้วย” “แต่ฉันไม่มีเงินจ่าย! พาฉันไปคลินิกเถอะนะ ขอร้อง” เมื่อได้ฟังคำตอบของใยไหม ปุยฝ้ายก็มีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น เพราะเธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะมาใช้จ่ายกับค่ารักษาแพง ๆ แถมเงินที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังเป็นเงินที่ได้มาจากความยากลำบากของพ่อกับแม่ด้วย “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ในเมื่อเราทำตัวเจ็บเราก็จะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาเอง” “ไม่เอาหรอก มันแพง...ถ้าอยากจ่ายให้ฉันจริง ๆ พาฉันไปคลินิกเถอะนะ ขอร้อง” ถึงแม้เธอจะรู้สึกหมั่นไส้อีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ปุยฝ้ายก็ไม่ได้อยากให้ใยไหมเสียเงินเพราะเรื่องแค่นี้ “ตรวจที่นี่แหละ เราบอกว่าจะจ่ายค่ารักษาให้ไงตัวอย่าดื้อได้ไหม” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่เธอพูด ใยไหมจึงต้องใช้เสียงกดต่ำเพื่อทำให้คนตรงหน้ากลัว “ใครดื้อ! ฉันแค่เกรงใจต่างหาก ที่นี่มันแพงเธอไม่เข้าใจหรือไง” “แต่เรามีเงินจ่าย ตัวรีบลงมาได้แล้วมัวแต่ลีลาอยู่ได้ มันจะได้เวลากินข้าวอีกรอบอยู่แล้วนะ” ใยไหมพูดด้วยสายตาดุ ๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วหันกลับไปมองหน้าปุยฝ้ายด้วยท่าทางไม่พอใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเชื่อฟังเธอเลย “ลงก็ได้!” “พูดง่าย ๆ แบบนี้สิ ค่อยน่ารักเหมือนหน้าตาหน่อย” เมื่อพูดจบใยไหมก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตรงหน้า เพราะเธอต้องการแหย่ให้ปุยฝ้ายโมโห “นิสัยฉันก็น่ารักย่ะ!” “โอเค ๆ ไม่เถียงแล้ว ว่าแต่...ตัวเดินไหวไหม” “ไหวสิ ฉันแค่ข้อเท้าพลิกนะ” แม้ร่างกายในตอนนี้จะไม่สมบูรณ์พร้อม แต่ปุยฝ้ายก็พยายามทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองเก่งและเข้มแข็งแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่ความจริงตอนนี้เธอรู้สึกปวดไปทั้งข้อเท้าจนอยากร้องไห้ออกมาก็ตาม “งั้นก็รีบลงจากรถสิ แม่คนเก่ง” ใยไหมส่งยิ้มกวน ๆ เพื่อให้ปุยฝ้ายรู้สึกหงุดหงิด ซึ่งมันก็ได้ผลจริง ๆ เพราะตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้าบึ้งใส่เธอ และพยายามลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง “เห็นไหม ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่นี้สบายมาก” ใยไหมมองท่าทางอยากเอาชนะของปุยฝ้ายด้วยความรู้สึกเอ็นดู จนบางทีเธอก็อยากให้เวลาหยุดเดินเพื่อจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันกับอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอีก ทำหน้าบึ้งใส่อีกแหละ ในระหว่างที่ใยไหมกำลังมองใบหน้าบูดบึ้งของปุยฝ้ายอยู่นั้น เธอก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละนิดเพื่อจะช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงก็เห็นคนตรงหน้าเซและเริ่มทรงตัวไม่อยู่ ทำให้ใยไหมต้องรีบวิ่งเข้าไปก่อนจะรับร่างเล็กเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี หมับ! “เป็นไงล่ะแม่คนเก่ง เกือบได้จูบพื้นอีกรอบแล้วไหม” ร่างสูงมองไปที่ปุยฝ้ายด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะกระชับกอดให้แน่นขึ้นเพื่อป้องกันอีกฝ่ายล้มลงไปอีกรอบ “อยู่นิ่ง ๆ ก่อนได้ไหม” “...ฉันไม่ได้เป็นไรแล้ว ปะ ปล่อยได้หรือยัง” ปุยฝ้ายพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาเหมือนกระซิบ พร้อมกับพยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อให้ภายในใจสงบนิ่ง แต่ไม่ว่าจะวิธีไหนหัวใจของเธอก็ไม่ยอมทำตามคำสั่ง แถมยังเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเหมือนอยากป่าวประกาศให้คนภายนอกได้รับรู้ “แล้วถ้าตัวล้มอีกล่ะ” เมื่อเห็นท่าทางน่ารักและใบหน้าที่ขึ้นสีแดงของอีกฝ่าย มันก็ยิ่งทำให้ใยไหมอยากแกล้งมากขึ้นกว่าเดิม เธอจึงดึงปุยฝ้ายเข้ามาหาตัวอีกครั้ง พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปหาจนร่างเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก ยิ่งร่างสูงกระชับกอดแน่นขึ้นและโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้มากเท่าไร หัวใจของปุยฝ้ายก็ยิ่งเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกหายใจติดขัดจนเหมือนจะเป็นลม แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดพร้อมกับนับเลขในใจเพื่อให้ข้างในเย็นลง ก่อนจะพบว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยถ้าอีกฝ่ายยังคงกอดเธอไม่ยอมปล่อยแบบนี้ “มะ ไม่ล้มแล้วน่า คราวนี้ฉันจะระวัง ปล่อยได้แล้ว” ใยไหมมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดของอีกฝ่ายอย่างพอใจ พร้อมกับอมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของปุยฝ้ายที่เอาแต่หันหน้าหนีเธอ ด้วยความรู้สึกที่อยากจะกอดคนคนนี้เอาไว้นาน ๆ ...ไม่อยากปล่อยเลย “ก็ได้ แต่ต้องให้เราประคองนะ เพราะถ้าไม่ตกลง…” ใยไหมมองหน้าปุยฝ้ายยิ้ม ๆ ก่อนจะกระชับกอดให้แน่นขึ้นอีก จนอีกฝ่ายตกใจและเบิกตากว้างมากกว่าเดิม “เราจะไม่ปล่อยและจะกอดให้แน่นกว่าเดิมเลย” “ตกลง ๆ ฉันจะทำตามที่เธอบอก ปล่อยได้แล้ววว” ปุยฝ้ายพยายามหลบสายตาที่เอาแต่จ้องมองมาทางเธอไม่เลิก ต่างจากใยไหมที่รู้สึกเสียดายมากเมื่อต้องคลายกอดออกจากร่างนุ่มนิ่มนี้ “ยืนดี ๆ นะ” “อือ รู้แล้วน่า” เมื่อได้ยินคำตอบของคนข้างกาย มันก็ทำให้เธอสงสัยว่าทำไม ปุยฝ้ายถึงยอมเชื่อฟังกันง่าย ๆ แบบนี้ แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัด เธอก็รู้ถึงสาเหตุทันทีว่าคนตรงหน้าเชื่อฟังตัวเองเพราะอะไร แกล้งอีกสักหน่อยดีกว่า ใยไหมมีความสุขมากที่ได้เห็นใบหน้าและท่าทางแปลกใหม่ของปุยฝ้าย จนตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกโลภเพราะอยากเห็นใบหน้านั้นตลอดเวลา “ทำไมคราวนี้พูดง่ายจัง” เธอจ้องไปที่หน้าของปุยฝ้ายอย่างตั้งใจ เพื่อแกล้งให้อีกฝ่ายเสียอาการมากขึ้น “มัวแต่ถามอยู่ได้! แล้ววันนี้ฉันจะได้ไปหาหมอไหม” ปุยฝ้ายตะคอกกลับไปเพราะต้องการกลบอาการเขินของตัวเอง จนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายไปเสียสนิท “อือ เราไม่ถามแล้วก็ได้ ขอโทษนะ” เมื่อโดนอีกฝ่ายแสดงอาการหงุดหงิดใส่ ใยไหมก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เพราะที่เธอพูดและทำไปทั้งหมดนี้มันคือความจริงใจ แต่ปุยฝ้ายกลับไม่รับรู้ถึงความห่วงใยที่เธอมีให้เลย “เอ่อ...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะอารมณ์เสียใส่เธอนะ พอดีว่าฉันกลัวจะหิวตายอีก ก็เลยเผลอหงุดหงิดใส่เธอแบบนั้น ฉันขอโทษจริง ๆ” “อือ เราไม่ได้โกรธหรอก งั้นรีบไปหาหมอกันดีกว่า พอเสร็จจะได้ไปกินข้าวกัน” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มออกมาปุยฝ้ายก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ แต่เธอก็รู้สึกสงสัยคำพูดของคนข้างกายจนต้องถามมันออกไป “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ” “รีบไปหาหมอไง พอเสร็จพวกเราจะได้ไปกินข้าวกัน” “คงจะหมายถึง...เธอก็ไปกินข้าวของเธอ ฉันก็ไปกินข้าวของฉันใช่ไหม” ปุยฝ้ายถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะเธอยังรู้สึกแปลก ๆ กับคำตอบของใยไหม “เปล่า เราหมายถึงไปกินข้าวด้วยกันต่างหาก” พอได้ฟังคำตอบที่ชัดเจนจากใยไหม ปุยฝ้ายก็รู้สึกตกใจมากเพราะเธอคิดว่ามันไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่เราทั้งสองคนต้องไปกินข้าวด้วยกันอีก “แต่ว่า...” “สวัสดีค่ะ คนไข้เป็นอะไรมาคะ” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ พยาบาลสาวสวยก็เดินเข้ามาหาพวกเธอซะก่อน “คุณพยาบาลขอเวลาสักครู่นะคะ นี่เธอ! เรายังคุยกันไม่จบนะ” เมื่อความอยากรู้มันมีมากกว่า ปุยฝ้ายจึงหันไปถามคนข้างกายอีกครั้ง แต่แทนที่จะได้รับคำตอบเธอกลับโดนอีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วห้าม “ไม่ใช่ตอนนี้” แม้จะอยากคุยต่อให้รู้เรื่อง แต่ในเวลานี้เธอกลับไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจนึก เพราะเมื่อบุรุษพยาบาลเอารถเข็นมาให้นั่ง เธอก็ต้องเตรียมเข้าไปรับการรักษาจากหมอ โดยมีใยไหมคอยจัดการบอกอาการเบื้องต้นและกรอกประวัติให้ “ข้อเท้าพลิกค่ะ ยังไงฝากดูแลด้วยนะคะคุณพยาบาล” “ค่ะ เดี๋ยวทางเราจะดูแลคนไข้ให้เป็นอย่างดีเลยค่ะ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด คิ้วของปุยฝ้ายก็เริ่มผูกกันเป็นปมพร้อมกับมองดูการกระทำของใยไหมที่จัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เธอภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาการเบื้องต้นที่เหมือนเป็นคนเจ็บซะเอง หรือแม้แต่ประวัติของเธอที่อีกคนถือวิสาสะหยิบบัตรประชาชนไปกรอกข้อมูลให้อย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วมากจนเธอรู้สึกสับสนและรู้สึกดีในเวลาเดียวกัน “เดี๋ยวเรานั่งรออยู่ข้างนอกนะ แล้วก็...อย่าดื้อกับคุณหมอเขาล่ะรู้ไหมยัยตัวเล็ก” ใยไหมเอามือวางไว้บนหัวของปุยฝ้ายพร้อมกับขยี้มันเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู “มะ ไม่...” “เดี๋ยวค่อยออกมาคุยกัน ไปหาหมอได้แล้ว” ใยไหมลูบหัวอีกคนอย่างเบามือ ก่อนจะพยักหน้าให้บุรุษพยาบาลเพื่อเป็นสัญญาณบอกถึงความพร้อม ส่วนปุยฝ้ายที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่อยู่นั้น กลับเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายไม่ได้เรียกชื่อเธอ แต่กับเป็นคำว่า ‘ตัวเล็ก’ ที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ นี่หลอกด่ากันว่าเตี้ยใช่ไหมเนี้ย!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD