10.15 น.
มหาลัย Bearvo
“ตัวเล็ก...ตัวเล็กคับ!”
เฮือก!
“คะ!?”
ร่างเล็กสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เมื่อเธอถูกปลุกจากความคิดแล้วมาพบกับความจริงที่มีใยไหมอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจซึ่งกันและกัน
ทำไมตัวใหญ่ขยับเข้ามาใกล้อีกแล้วเนี่ย
“เป็นอะไรหรือเปล่า ตัวใหญ่เรียกตั้งนานตัวเล็กก็ไม่ยอมตอบ”
“ปะ เปล่า ตัวเล็กแค่คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ”
ที่ตัวเล็กเหม่อก็เพราะตัวใหญ่นั่นแหละ! แกล้งกันอยู่ได้
ปุยฝ้ายพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะส่งยิ้มให้ใยไหมที่ทำหน้าเครียดอยู่
“แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นอะไร” ใยไหมพูดพร้อมกับเอามือไปแตะที่หน้าผากของปุยฝ้ายเบา ๆ เพื่อเช็คว่าร่างกายของอีกฝ่ายร้อนหรือไม่
“ตัวเล็ก...ไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ”
อย่ามาแตะนู้น แตะนี่ ตามใจชอบสิตัวใหญ่
“ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้วคับ ตัวใหญ่เป็นห่วงแทบแย่นึกว่าตัวเล็กเป็นอะไร เห็นชอบเหม่อตลอดเลย”
แล้วมันเพราะใครล่ะคะ
ปุยฝ้ายพยายามทำใจให้เย็นลง ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเรื่องคุย
“ถึงมหา’ลัยแล้วเหรอคะ”
“คับ แต่ตัวใหญ่จะขอแวะซื้อกาแฟก่อนนะ ตัวเล็กกินไหม”
“ตัวใหญ่กินเลยค่ะ ตัวเล็กกินกาแฟไม่ได้”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เมื่อก่อนที่ตัวเล็กลองกินกาแฟ มันทำให้ปวดหัวแล้วก็ใจสั่น”
เพราะกลิ่นหอมเย้ายวนของเมล็ดกาแฟคั่ว ทำให้ปุยฝ้ายทดลองกินมันเป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อกินเข้าไปได้ไม่นานเธอก็มีอาการปวดหัว ใจสั่น และต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ ๆ เพื่อให้อาการพวกนี้หายไป หลังจากวันนั้นปุยฝ้ายเลยไม่กินกาแฟอีกเลย แต่ถ้าวันนี้เธอกลับไปกินมันอีกครั้ง ก็คงไม่มีอะไรที่สามารถทำให้ใจของเธอสั่นได้เท่าใยไหมแล้วละ
“อย่างนี้นี่เอง งั้นตัวเล็กห้ามกินอีกนะตัวใหญ่เป็นห่วง”
ประโยคของใยไหมทำให้ปุยฝ้ายรู้สึกสับสนมาก เพราะเธอไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร และที่สำคัญเธอไม่เคยใจเต้นแรงกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“อื้อ!”
“แล้วตัวเล็กอยากกินน้ำอะไรไหม เดี๋ยวตัวใหญ่ซื้อมาให้”
“ทำไมตัวใหญ่ไม่ให้ตัวเล็กลงไปด้วยล่ะ” ปุยฝ้ายถามใยไหมด้วยความรู้สึกสงสัย
“ตัวใหญ่กลัวตัวเล็กจะร้อน”
“ไม่ร้อนหรอกค่ะ ตัวเล็กอยากออกไปด้วย เพราะตัวเล็กก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะกินอะไรดี”
“งั้นก็ได้ แต่รอแป๊บหนึ่งนะ” ใยไหมหันไปหยิบเสื้อคลุมจากเบาะด้านหลัง ก่อนจะส่งมันให้ปุยฝ้าย
“งั้นใส่นี่ก่อน เดี๋ยวผิวสวย ๆ ของตัวเล็กไหม้หมด”
“แล้วตัวใหญ่ล่ะ”
“มีเสื้อแค่ตัวเดียวน่ะ ตัวเล็กใส่เถอะ”
“ไม่เอาหรอก งั้นผิวสวย ๆ ของตัวใหญ่ก็ไหม้หมดสิ ถ้าตัวใหญ่ไม่ใส่ตัวเล็กก็ไม่ใส่” ปุยฝ้ายพูดพร้อมกับส่งเสื้อคืนให้ใยไหมด้วยหน้ามุ่ย ๆ
“ทำไมถึงดื้อแบบนี้”
“ตัวเล็กก็กลัวตัวใหญ่ร้อนเหมือนกัน ไม่รู้แหละ! ถ้าตัวใหญ่ไม่ใส่ตัวเล็กก็ไม่เหมือนกัน”
ความจริงแล้วปุยฝ้ายไม่ได้อยากดื้อในสายตาของใยไหม แต่ถ้าจะให้อีกฝ่ายต้องทนร้อนแล้วเธอสบายอยู่คนเดียวเธอก็ไม่โอเคเหมือนกัน
“โอเค ๆ งั้นเอาไงดีล่ะ อืม...ใช่! ลืมไปเลย”
“อะไรเหรอคะ”
อยู่ ๆ ใยไหมก็หันกลับไปหาอะไรสักอย่างที่เบาะหลังอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะโผล่หน้ามาพร้อมร่มพกคันสีขาว
“ตัวใหญ่ลืมว่ามีร่ม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วก็เถียงกันตั้งนาน”
“งั้นเรารีบไปซื้อน้ำกันเถอะ เดี๋ยวขึ้นเรียนไม่ทัน”
เมื่อพูดจบใยไหมก็ลงจากรถ ก่อนจะรีบมาเปิดประตูให้ปุยฝ้ายและช่วยผยุงอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม
“ไหวไหม เดินดี ๆ นะ”
“ไหวสิ ตัวเล็กไม่ค่อยปวดแล้ว”
“แต่ยังไงก็ต้องเกาะตัวใหญ่เอาไว้รู้ไหม” เธอหันไปมองทางปุยฝ้ายด้วยสายตาที่แสดงออกว่าห่วง
“รู้แล้วค่ะ”
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในร้านกาแฟด้วยท่าทางที่มีความสุข โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจนพวกเธอต้องปวดหัว
ห้องเรียน
“เพื่อนตัวเล็กนั่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวตัวใหญ่เดินไปส่ง”
“ตัวเล็กขอหาก่อนนะ ...อยู่ไหนน้า อะ! เจอแล้ว”
“เฮ้ย! ไอ้ปุยฝ้าย แกไปโดนอะไรมาวะ ใครมันเป็นคนทำ แกบอกมาเลยนะเราจะไปจัดการมันเอง!”
“แกกก ใจเย็น ๆ ก่อน”
คนที่โวยวายอยู่ในตอนนี้ก็คือ ‘นิล’ เพื่อนสนิทของเธอเอง หากให้บรรยายถึงรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่าย นิลก็เป็นสาวสวยคนหนึ่ง แถมยังรวยมากเมื่อพ่อแม่ของนิลเป็นเจ้าของสายการบิน Jasper airline ที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชีย แต่ข้อเสียของคนตรงหน้าก็คือความใจร้อน ปากเหมือนมีหมาอาศัยอยู่ในนั้นนับร้อยตัว
แต่ถึงแม้นิสัยของนิลจะแตกต่างจากรูปร่างภายนอก อีกฝ่ายก็เป็นคนที่ปุยฝ้ายสามารถพึ่งพาได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไรหรือมีใครเข้ามารังแก ก็จะมีนิลนี่แหละที่เข้ามาแก้ปัญหาและอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เปรียบเสมือนคนในครอบครัวก็ว่าได้
“บอกมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย”
“แล้วใครเป็นคนทำ! บอกมาเลยนะไอ้ปุยฝ้าย”
มาแล้วค่ะ โหมดโหด
“...เราเอง เราต้องขอโทษด้วยนะ เป็นเพราะเราไม่ระวังปุยฝ้ายถึงเจ็บตัวแบบนี้”
แม้ปุยฝ้ายจะพยายามส่งสัญญาณมาเพื่อไม่ให้เธอพูดอะไรออกไป แต่ใยไหมก็อดไม่ได้จริง ๆ เพราะเรื่องนี้มันเป็นความผิดของเธอ
“เธอเป็นคนทำงั้นเหรอ!?”
“เฮ้ยไอ้นิล อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นดิวะ” สาวหล่อรูปร่างสูงเดินเข้ามาตบไหล่ของนิลเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลงบ้าง
ก่อนที่เธอจะหันไปหาปุยฝ้ายเมื่อเพื่อนกำลังขอความช่วยเหลือผ่านทางสายตา ซึ่งเธอก็ไม่เคยปฏิเสธคนตรงหน้าได้เลย เพราะสายตาอ้อน ๆ เหมือนลูกแมวของปุยฝ้าย ทำให้ทอมมาดนิ่งอย่าง ‘นัท’ ใจอ่อนทุกที
แกต้องจัดการหมาในปากมันให้ได้นะไอ้นัท
ตอนนี้ปุยฝ้ายยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นัทช่วย ไม่ว่าจะกะพริบตาถี่ ๆ เรียกความสงสาร หรือทำแก้มป่อง ๆ เหมือนที่นัทกับนิลชอบให้เธอทำ ซึ่งมันก็ได้ผลทุกครั้งรวมถึงครั้งนี้ด้วย
“เลิกทำหน้าเหมือนหมาหวงเจ้าของได้แล้ว ไม่มีใครเขาอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกจริงไหม”
“ใช่ ๆ” เมื่อนัทหันกลับมามอง ปุยฝ้ายก็รีบตอบรับทันที
“อย่ามาทำเป็นพูดดี มึงก็หวงไอ้ปุยฝ้ายอย่างกับจงอางหวงไข่เหมือนกันแหละ”
สิ่งที่นิลพูดมาคือความจริง เพราะทั้งสองคนหวงและห่วงเธอมากจนถึงขั้นเทผู้หญิงเพื่อมาหาตอนที่เธอเจอกับปัญหา แต่คนที่ชอบโอ๋เธอเหมือนลูกก็คือนัท เพราะไม่ว่าเธออยากได้หรืออยากกินอะไร อีกฝ่ายก็จะหามาให้จนแทบจะเหมือนลูกคนหนึ่ง นี่ถ้าส่งเสียค่าเล่าเรื่องได้นัทก็คงทำไปแล้ว
“ไม่เถียง แต่เรื่องนี้มึงต้องใจเย็น ๆ ก่อน ในเมื่อปุยฝ้ายมันบอกว่าไม่เป็นไร มึงจะหัวร้อนทำไมวะ”
“นั่นดิไอ้นิล แกใจเย็น ๆ ดิวะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แถมใยไหมก็พาฉันไปโรงพยาบาล พาไปรักษาอย่างดีเลยนะ”
“แกแน่ใจนะปุยฝ้าย ว่าไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ”
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่...เธอสวยดีเนอะ ชื่อใยไหมใช่ไหม”
เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างจบแล้ว นิสัยที่แท้จริงของนัทก็ปรากฏขึ้นจนปุยฝ้ายรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจ เมื่อนัทใช้สายตาแบบนี้มองมาที่ใยไหม
“ใช่! แล้วแกจะถามทำไม”
“ถามเขา ไม่ได้ถามแกไอ้ปุยฝ้าย”
“แต่ฉันอยากตอบ! คนนี้ฉันขอพวกแกอย่ายุ่งได้ไหม”
ประโยคหลังปุยฝ้ายขยับเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อนทั้งสองคนพร้อมกับใช้โทนเสียงที่เบาจนเหมือนกระซิบ เพราะไม่อยากให้ใยไหมได้ยิน
“แสดงว่าคนนี้ต้องพิเศษสำหรับแกใช่ไหม เพราะแกไม่เคยขออะไรแบบนี้เลย” นิลมองไปที่ปุยฝ้ายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
พิเศษงั้นเหรอ
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้พวกแกไปหักอกใครอีก โดยเฉพาะใยไหมที่ถือว่าเป็นเพื่อนคนนึงของฉัน”
“แกแน่ใจเหรอวะ ว่าคิดกับยัยคนสวยนี้แค่เพื่อนจริง ๆ” ท่าทางแปลก ๆ ของปุยฝ้ายทำให้นัทรู้สึกสงสัย
“เออดิ! ฉันไม่ใช่พวกแกนะ ถึงฉันจะชอบมองผู้หญิงสวย ๆ แต่ก็ไม่ได้ชอบแบบนั้นเว้ย!”
“เออ! พวกเราจะคอยดู”
ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่นิลจะเริ่มพูดต่อ
“คนนี้พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าคนอื่นมันจะยุ่ง ตอนนั้นแกก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะ เพราะงั้นอย่ามัวแต่ปอดแหก เข้าใจ!”
“บ้า! บอกว่าคิดแค่เพื่อน ก็แค่เพื่อนดิวะ”
ฉันไม่ได้ชอบตัวใหญ่จริง ๆ ใช่ไหม?
ยิ่งเพื่อนทั้งสองพูดมากเท่าไร ปุยฝ้ายก็ยิ่งรู้สึกสับสนจนคิ้วเริ่มผูกกันเป็นปมมากขึ้น
“เออ ๆ แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นเมื่อไหร่ ก็มาปรึกษาพวกเราละกัน พวกเราพร้อมรับฟังเสมอ” คำพูดของเพื่อนทั้งสองในวันนี้แปลกมาก จนเธอเริ่มไม่แน่ใจตัวเอง
“ใยไหม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกไนท์”
เมื่อได้ยินเสียงคนมาใหม่ เธอและเพื่อนก็หันไปมองตามเสียงทันที
โหหห สวยจัง
ปุยฝ้ายมองเพื่อนของใยไหมด้วยตาเบิกกว้าง เพราะเธอคนนี้หุ่นดีเหมือนนางแบบ แถมทรวดทรงก็สมส่วนดูดีไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะตรงหน้าอกนี่...
ใหญ่มากแม่!
“แน่ใจนะใยไหม”
“เราแน่ใจ เกดไม่ต้องห่วงไม่มีอะไรหรอก”
กลุ่มนี้เขาคัดคนที่หน้าตาหรือไงเนี่ย
ร่างเล็กมองไปที่ผู้หญิงมาใหม่ด้วยดวงตากลมโตมากกว่าเดิม เพราะกลุ่มของใยไหมจัดว่าหน้าตาดีกันทุกคนจนปุยฝ้ายรู้สึกอิจฉา ซึ่งเพื่อนใยไหมคนนี้น่ารักเหมือนกับตุ๊กตา ขนตาเป็นแพ แถมยังตัวเล็กน่าทะนุถนอมที่สุด
“งั้นไปนั่งที่กันเถอะ อาจารย์มาแล้ว”
ไนท์จ้องมาที่พวกเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ จนปุยฝ้ายรู้สึกกลัวเล็กน้อย
“อือ”
ใยไหมหันไปตอบไนท์ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ ปุยฝ้ายอีกครั้งเพื่อกระซิบให้ได้ยินเพียงแค่สองคนเท่านั้น
“ตัวใหญ่ไปก่อนนะตัวเล็ก แล้วเดี๋ยวตอนเลิกเรียนเจอกันนะคับ”
“โอเคค่ะ ตั้งใจเรียนนะ”
เมื่อใยไหมเดินห่างออกไปแล้ว ปุยฝ้ายก็หันมาเจอกับสายตาจ้องจับผิดของเพื่อนทั้งสองคน
“อะไรของพวกแก”
“เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย”
นิลมองมาที่เธอด้วยสายตาที่คาดหวังคำตอบ
“จะกินกันแต่เช้าเลยหรือไงวะ ไม่เห็นเหรออาจารย์มาแล้วเนี่ย”
“ไม่ตลก เล่ามาเลย” นัทพูดเสริมขึ้นมา ก่อนจะเอากำปั้นทุบหัวของปุยฝ้ายเบา ๆ
“อาจารย์มาแล้วนะเว้ย เรียนก่อนดิวะค่อยคุยกัน”
เธอพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องนี้จากตรงไหนก่อนดี
“จะมาตั้งใจเรียนอะไรวันนี้วะ บอกมาเลยไม่งั้นจะเอาหุ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์คืนนะเว้ย”
นัทเอาเรื่องการเป็นหุ้นส่วนของผับมาขู่ปุยฝ้าย เพราะถึงแม้เธอจะมีหุ้นเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับผับที่มีรายได้นับล้านต่อเดือน เธอก็สามารถอยู่ได้อย่างสบาย ๆ เมื่อเงินปันผลออก
“เออ ๆ เล่าให้ฟังก็ได้วะ แต่ที่เล่าเนี่ยไม่ได้กลัวหรอกนะเว้ย!”
20 นาทีผ่านไป
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ”
ที่เธอสามารถเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนฟังได้ ก็เพราะคลาสเรียนนี้อาจารย์ให้หาข้อมูลในการทำรายงาน เลยทำให้ทั้งสามคนคุยไป ทำงานไป
“ทำไมแกโชคดีจังวะ ถ้าเจอแบบนี้ไอ้นัทคนนี้ยอมโดนรถชนเลย”
“เจ็บแบบนี้โชคดีตรงไหนวะ”
“โชคดีที่ได้เจอคนสวยไง หรือว่าไม่ชอบ”
“ก็ชอบ... ตะ แต่ฉันไม่ได้คิดแบบพวกแกแน่นอน!”
ปุยฝ้ายรีบพูดแก้ตัว เมื่อถูกสายตาสองคู่จ้องมองมาไม่เลิก
“จะร้อนตัวทำไม ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ” นิลพูดพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนเพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสับสนอยู่ในตอนนี้
“ก็พวกแกมองหน้าฉันแบบนี้ ไม่ต้องพูดก็รู้เว้ยว่าคิดอะไร”
“แกรู้ว่าพวกเราคิดอะไร งั้นแสดงว่าแกก็คิดเหมือนกัน” นัทพูดเสริมทัพพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ปุยฝ้าย
“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ พวกแกก็เลิกถามได้แล้ว เข้าใจ!”
“เออ ๆ ก็ได้วะ ว่าแต่...ถ้าเสร็จแล้วไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเถอะเดี๋ยวเลี้ยงเอง”
นัทเข้ามาขยี้ผมของปุยฝ้ายเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว จนปุยฝ้ายทำหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ
“ฉันก็อยากไปนะ แต่ว่า…”
“ทำไม? หรือแกมีธุระ”
“ก็เปล่า”
จะให้บอกว่ายังไงล่ะ ถ้าบอกว่าตัวใหญ่ไปส่งพวกมันล้อแน่ ๆ
“แล้วแกจะแต่อะไร”
“เอ่อ...คือว่า”
“ว่า”
“พอดีใยไหม...เขาจะไปส่งฉันที่หอน่ะ”
“โห่ ไอ้เราก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน”
“พวกแกไม่ต้องมาพูดเลยนะ เวลาแกเจอผู้หญิงสวย ๆ หุ่นดี ๆ พวกแกก็ทิ้งฉันเหมือนกันนั่นแหละ”
“ก็คติของพวกเรา ผู้หญิงสวยต้องมาก่อนเสมอ จำไม่ได้หรือไงวะ”
“เห็นไหม! แล้วก็มาว่าฉัน”
“แล้วตกลงจะไม่ไปกินข้าวกับพวกเราจริง ๆ เหรอ” นัททำสายตาอ้อนวอนใส่ปุยฝ้าย แต่เธอก็กลับไม่หลงกลสักนิด
“ก็อยากไปนะ งั้นฉันขอบอกใยไหมก่อนละกัน”
“แล้วทำไมแกไม่ชวนเขาไปด้วยกันเลยล่ะ”
“เอางั้นเหรอ งั้น...ฉันจะลองชวนดู”
“ก็ชวนสิ กำลังเดินมาหาแกพอดีเลย” นิลสะกิดไหล่ของปุยฝ้ายเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายหันไปหาใยไหมที่กำลังเดินมา
“ตัวเล็ก เสร็จหรือยังคับ”
“เอ่อ...ตัวใหญ่ คือว่าเพื่อนของตัวเล็กชวนไปกินข้าวก่อนกลับน่ะ ตัวใหญ่ไปกับตัวเล็กไหมคะ” ปุยฝ้ายเดินไปหาใยไหม เพราะอยากคุยกันเพียงลำพัง
“เหมือนกันเลย ตัวใหญ่ก็กำลังจะมาชวนตัวเล็กอยู่พอดี”
“งั้นตัวใหญ่ไปกับเพื่อนของตัวใหญ่ ตัวเล็กไปกับเพื่อนของตัวเล็กละกันเนอะ”
“ทำไมพวกเราไม่ไปด้วยกันหมดนี่เลยล่ะ ไปกันเยอะ ๆ สนุกดีนะ”
ตัวเล็กว่า...จะฆ่ากันตายมากกว่านะตัวใหญ่