เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้า ใยไหมก็ไปเอาวีลแชร์มาให้ปุยฝ้ายนั่ง เพราะถ้าหากให้อีกฝ่ายเดินเอง วันนี้พวกเธอคงไม่ได้กินอะไรแน่ ๆ
“คิดออกหรือยังตัวเล็กว่าจะกินอะไร”
กินทุกอย่างเลยได้ไหมล่ะ
“เธอเลือกเลย ฉันกินอะไรก็ได้”
พอปุยฝ้ายพูดจบ ใยไหมก็ทำหน้าบึ้งใส่ทันที
“เราตกลงกันว่ายังไงตัวเล็ก”
“เอ่อ...”
หน้างอคอหักยิ่งกว่าปลาทูซะอีก โอเค ๆ ก็ได้!
“ตะ ตัวใหญ่เลือกเลย ฉัน เอ๊ย! ตัวเล็กกินอะไรก็ได้ค่ะ”
ปุยฝ้ายพูดออกมาด้วยความยากลำบาก เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเขินมากที่ต้องเรียกกันด้วยชื่อที่พิเศษแบบนี้
“ดีมาก น่ารักที่สุดเลย แต่ทีหลังอย่าลืมอีกนะ เข้าใจไหม”
“อื้อ!”
โอ๊ย! ขอละ อย่ายิ้มเยอะเลย ใจคอมันไม่ดีเลย
“แล้วตกลงตัวเล็กอยากกินอะไร หือ?”
ใยไหมหยุดเข็นวีลแชร์ ก่อนจะเดินมาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าปุยฝ้ายด้วยใบหน้าที่ยังคงปรากฏรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“ไม่รู้เหมือนกัน เลือกไม่ถูกเลยอะ มันน่ากินไปหมดทุกอย่างเลย”
สายตาของปุยฝ้ายไม่ได้มองไปที่ใยไหมเลย เพราะตอนนี้เธอคอยมองไปทางร้านนู้นที ร้านนี้ทีจนรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
“งั้นไปกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกัน ตัวเล็กกินจุหนิ”
“นี่...ไม่ได้หลอกด่ากันใช่ไหม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตัวใหญ่ไม่ได้หลอกด่านะ ตัวใหญ่แค่กลัวตัวเล็กกินไม่อิ่มเฉย ๆ”
“แน่ใจนะ ว่าไม่ได้หลอกด่า”
“แน่ใจสิ! ตัวใหญ่กลัวตัวเล็กไม่อิ่มจริง ๆ นะ”
“เชื่อก็ได้ค่ะ”
“งั้นไปกินกันเลยไหม”
“อื้อ!”
ไปเลย ๆ เพราะตอนนี้ฉันหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย!
“หิวแล้วล่ะสิ ตาลุกวาวเชียว”
ยัง ๆ ยังจะมาแหย่คนหิวอีก เดี๋ยวก็โดนขวิดหรอก แฮ่!!!
ปุยฝ้ายเลิกมองไปทางร้านอาหาร ก่อนจะหันกลับมามองใยไหมด้วยสายตานิ่งเฉย แต่ก็สามารถทำให้ร่างสูงรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ จนต้องรีบลุกขึ้นยืนอย่างไว
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเค ๆ ตัวใหญ่ไม่แกล้งตัวเล็กแล้วก็ได้ ไปกินกันเถอะ”
หมูจ๋า กุ้งจ๋า รอพี่ปุยฝ้ายก่อนนะ เดี๋ยวจะไปกินให้เรียบเลยยย!!!
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ใยไหมก็เข็นวีลแชร์ให้ปุยฝ้ายช้า ๆ พร้อมกับกลั้นขำอย่างหนัก เมื่อเธอเห็นหัวกลม ๆ หันไปมา มองร้านอาหารร้านนั้นที ร้านนี้ที จนเธออยากจะจับให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำนี้เสียเหลือเกิน
ทำอะไรของเขานะ?
ร้านปิ้งย่าง
“อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะตัวเล็ก”
ใยไหมยื่นเมนูอาหารให้ปุยฝ้ายพร้อมกับส่งยิ้มให้ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกตกใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสั่งอาหาร
“งั้นเอาเบคอน ปลาหมึก กุ้ง อย่างละ 2 ฟักทอง 1 หมูสูตรพิเศษ 5 แซลมอน 4 หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ 3 หมูคุโรโบตะหมักเทอริยากิ 3 แล้วก็หอยเชลล์อบชีท 2 เอาเท่านี้ก่อนละกันค่ะ”
“คิดถูกแล้วละที่พาตัวเล็กมากินที่นี่ ตัวก็เล็กนิดเดียวแต่กินจุใช่เล่นนะเรา ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ก็บอกเองหนิ ว่าอยากกินอะไรก็สั่ง”
“ตัวใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
แล้วนั่นอะไร ยิ้มทำไมไม่ทราบคะ!
“แล้ว...ตัวใหญ่ จะสั่งอะไรเพิ่มไหมคะ”
พูดยากจังวุ้ย!
“เอาเท่านี้แหละ เดี๋ยวกินกับตัวเล็กให้หมดก่อนค่อยสั่งเพิ่ม”
“อื้อ!”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
“ยังไม่อิ่มอีกเหรอเรา เดี๋ยวร้านเขาก็เจ๊งกันพอดีหรอก”
“อิ่มแล้วก็ได้ แต่...อยากกินของหวานก่อนค่ะ”
เคยได้ยินไหมคะ ที่เขาบอกว่ากินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ ฉะนั้นฉันก็เลยชอบกินของหวานตบท้ายด้วยทุกครั้ง
“ตัวใหญ่อยากจะรู้จริง ๆ ว่าอาหารที่ตัวเล็กกินเข้าไปเมื่อกี้ ตัวเล็กเอาไปไว้ตรงไหนหมด หือ?”
“ก็อยู่ในท้องสิคะ ถ้าไม่อยู่ในท้องแล้วมันจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเค ๆ งั้นตัวใหญ่ไปจ่ายเงินก่อนละกัน แล้วเดี๋ยวจะพาไปกินของหวานนะ”
“จะไปกินข้างนอกทำไมคะ ในนี้ก็มีไอติมหนิ”
“ตัวใหญ่จะพาตัวเล็กไปกินบิงซู เดี๋ยวไปจ่ายเงินก่อนนะ”
เมื่อกี้พูดบิงซูใช่ไหม? กรี๊ดดด!!! อยากกินอยู่พอดีเลย
“เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”
“อื้อ!”
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ใยไหมก็เดินกลับมาพร้อมกับเข็นวีลแชร์ของปุยฝ้ายออกจากร้านปิ้งย่างเพื่อไปร้านบิงซูของโปรดของร่างเล็กต่อ
ร้านบิงซู
“ตัวเล็กอยากกินรสไหนสั่งเลยนะ เดี๋ยวตัวใหญ่จ่ายให้”
“ไม่เอาหรอก อันนี้ฉัน เอ่อ...ตัวเล็กขอจ่ายเองนะ”
“วันนี้ตัวใหญ่บอกจะเลี้ยงก็คือเลี้ยง อย่าดื้อได้ไหม”
ไม่ได้ดื้อสักหน่อย แต่มันเกรงใจนี่นา
“โอเค ๆ แต่ถ้าคราวหน้าเราบังเอิญได้เจอกัน ต้องให้ตัวเล็กเลี้ยงคืนบ้างนะ”
“ไม่ต้องห่วง เราได้เจอกันอีกแน่”
อะไรทำให้มั่นใจขนาดนั้น?
“มัวแต่มองตัวใหญ่อยู่ได้ อยากกินรสไหนก็สั่งสิ”
“งั้นเอารสไมโลภูเขาไฟค่ะ”
“ทั้งหมดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทค่ะ”
“นี่ค่ะ”
สายเปย์ตัวจริง! นี่ถ้าใครได้เป็นแฟนคงจะสบายไปทั้งชาติแน่ ๆ
“งั้นคุณลูกค้ารอที่โต๊ะสักครู่นะคะ เดี๋ยวพนักงานจะเอาไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ใยไหมเข็นวีลแชร์ของปุยฝ้ายไปที่โต๊ะ ก่อนที่เธอจะนั่งลงตรงข้ามร่างเล็กและมองอีกฝ่ายไม่วางตา
“พอกินบิงซูเสร็จ ตัวเล็กอยากไปไหนต่อไหม”
“ไม่ค่ะ ตัวใหญ่จะไปไหนเหรอ”
“ไม่ได้ไปไหนหรอก แต่ถ้าตัวเล็กอยากไปไหนตัวใหญ่จะได้พาไป”
“ไม่ไปหรอก ตัวเล็กขอกลับบ้านไปนอนพักดีกว่า”
จะว่าไปพอกินเยอะ ๆ ก็เริ่มง่วงแล้วแฮะ
“เออใช่! ตัวใหญ่ว่าจะถามตั้งนานแล้ว ตัวเล็กเรียนที่มหาลัย Bearvo ใช่ไหม”
“ใช่ ๆ ทำไมเหรอ”
“ตัวใหญ่ก็เรียนที่เดียวกับตัวเล็กเหมือนกัน และเราน่าจะเรียนคลาสเดียวกันด้วย เพราะตอนเช้าที่เพื่อนตัวเล็กโทรมา เพื่อนตัวใหญ่ก็ไลน์มาบอกว่าอาจารย์ยกคลาสเหมือนกัน”
จริงดิ! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น แต่จะว่าไปตัวใหญ่ก็ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนเรานี่นา งั้นก็แสดงว่า...อยู่ปีสองเหมือนเราน่ะสิ!
“ขออนุญาตเสิร์ฟบิงซูไมโลภูเขาไฟค่ะ”
ว๊าววว มาแล้วๆ
จากตอนแรกที่ตั้งใจจะถามใยไหมต่อ แต่เมื่อเห็นบิงซูที่ถูกราดด้วยนมและผงไมโล ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างมากกว่าเดิม
“ตัวเล็กขอกินนะ” ปุยฝ้ายหันไปขออนุญาตคนจ่ายเงิน ด้วยแววตาออดอ้อนจนใยไหมเผลอยิ้มตาม
“ค่ะ”
“หืมมม อร่อยจังเลย หวาน เย็น ชื่นจายยย”
ในขณะที่ปุยฝ้ายกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน ใยไหมก็คอยมองเวลาที่อีกฝ่ายกินตลอดเวลา แถมเธอยังเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
“อ้าว ทำไมตัวใหญ่ไม่กินล่ะ แล้วนี่...มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงเอาแต่จ้องหน้าตัวเล็ก” ปุยฝ้ายพูดในขณะที่เธอยังคงกินบิงซูต่อไป
“ไม่มีอะไรหรอก ตัวใหญ่แค่มองเพราะว่า...ตัวเล็กน่ารักดี”
“แค่ก! แค่ก! เมื่อกี้... เมื่อกี้ตัวใหญ่พูดว่าอะไรนะ!?”
“ตัวใหญ่จะบอกว่าตัวเล็กน่ารักดี”
ละลายค่ะ หมายถึงหัวใจฉันเนี่ยแหละละลาย งื้อออ
“ตะ ตกลง ตัวใหญ่ไม่กินใช่ไหมคะ”
“ตัวเล็กกินเลย ตัวใหญ่แค่อยากนั่งมองตัวเล็กกินเฉย ๆ”
โอ๊ย แล้วนั่งมองแบบนี้ ตัวเล็กจะกินได้มั้ยล่ะ เอาวะ! รีบกินละกัน
“…งั้นรอก่อนนะ ตัวเล็กจะรีบกิน”
ร่างเล็กรีบตักบิงซูเข้าปากคำแล้วคำเล่า จนเธอเริ่มรู้สึกเสียวฟันแต่ก็พยายามตักกินต่อไป เพราะหากยังอยู่ด้วยกันแบบนี้เธอจะต้องหัวใจวายตายแน่นอน
“แล้วทำไมตัวเล็กต้องรีบกินขนาดนั้นด้วยล่ะ เราไม่ได้รีบไปไหนกันสักหน่อย”
“พอดีอยากรีบกลับไปพักน่ะ” ปุยฝ้ายโกหกคำโต
“กินค่อย ๆ ก็ได้ตัวเล็ก มันเย็นนะ”
ใช่มันเย็น! แต่ตัวใหญ่รู้อะไรไหม ไอ้ความเย็นของบิงซูมันไม่ได้ช่วยดับความร้อนในร่างกายของตัวเล็กเลยสักนิด
เมื่อรู้สึกร้อนผ่าวที่บริเวณใบหน้า ปุยฝ้ายก็รีบตักกินจนมันเย็นขึ้นถึงสมอง
“...แค่นี้เอง สบายมาก!” โอ๊ย! เย็นขึ้นสมอง!
ห้านาทีผ่านไป
“หมดแล้ววว กลับกันเถอะ!”
ปุยฝ้ายมองถ้วยที่ว่างเปล่าสลับกับหน้าของใยไหม ก่อนเธอจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อการทำแบบนี้มันทำให้เธอเหนื่อยเหลือเกิน
“ตัวเล็กนี่เหมือนเด็กเลยเนอะ ดูสิ...รีบกินจนปากเลอะหมด”
ใยไหมหยิบทิชชูไปเช็ดตรงบริเวณริมฝีปากของร่างเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ดะ เดี๋ยวตัวเล็กเช็ดเองก็ได้”
“ตัวใหญ่เช็ดให้เอง เดี๋ยวก็จะหมดแล้ว”
ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก
ยิ่งใยไหมขยับเข้ามาใกล้มากเท่าไร หัวใจของปุยฝ้ายก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกไปหมด
นี่ตกลงฉันเป็นโรคหัวใจจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?
“เสร็จแล้ว” ใยไหมเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้า ก่อนจะพบว่า อีกฝ่ายมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ตัวเล็ก ตัวเล็ก!”
“หา!!!”
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเหม่ออีกแล้วล่ะ”
“เปล่า ๆ ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เรากลับกันไหม”
“ตัวเล็กไม่เป็นอะไรแน่นะ” ใยไหมถามด้วยความรู้สึกเป็นห่วง
“อื้อ! แน่สิ”
เมื่อใยไหมชอบเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ทั้งสองคนก็ออกจากร้านบิงซูก่อนจะตรงไปที่รถเพื่อเดินทางกลับบ้าน
“ที่นี่แหละตัวใหญ่ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่พาไปโรงพยาบาล แถมยังพาไปกินของอร่อย ๆ อีก”
“ไม่เป็นไร ตัวใหญ่เต็มใจ”
“งั้น...ตัวเล็กไปแล้วนะ” ปุยฝ้ายส่งยิ้มน่ารักให้ใยไหม ก่อนจะเตรียมเปิดประตูรถออกไป แต่ก็โดนอีกคนห้ามเอาไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวก่อนตัวเล็ก! ตัวใหญ่ขอขึ้นไปส่งข้างบนนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ตัวเล็กไปเองได้”
“ขนาดลงจากรถยังลำบากขนาดนี้ จะขึ้นไปเองได้ยังไง หือ”
ร่างสูงพูดพร้อมกับเขกหัวของปุยฝ้ายเบา ๆ
“แต่หอตัวเล็กมีลิฟต์นะ ตัวใหญ่ไม่ต้องไปส่งหรอก แค่นี้ตัวเล็กก็รบกวนตัวใหญ่มามากแล้ว”
“ไม่! ตัวใหญ่จะไปส่งตัวเล็กให้ถึงห้อง เพราะตัวใหญ่ไม่มั่นใจกลัวว่าตัวเล็กจะไม่ไปสะดุดพื้นล้มเอา”
เดี๋ยวนะ ตัวเล็กไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นสักหน่อย
“แต่…”
“ไม่มีแต่ค่ะ!”
เมื่อไม่สามารถเอาชนะใยไหมได้ ปุยฝ้ายจึงยอมให้อีกฝ่ายประคองเธอเดินเข้าไปในหอพักช้า ๆ ด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นรัวไม่เลิก
“เห็นไหม ตัวใหญ่มาส่งตัวเล็กแป๊บเดียวถึง แต่ถ้าตัวเล็กขึ้นมาเอง ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะถึงหรือเปล่า”
“ค่ะ ๆ ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่พาตัวเล็กไปหาหมอ ไปกินของอร่อย ๆ แถมยังพามาส่งถึงหน้าห้องอีก”
“ไม่เป็นไรหรอก ตัวใหญ่ต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้ตัวเล็กเจ็บตัว และอีกอย่างตัวใหญ่ถูกชะตากับตัวเล็กมาก เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
“อือ! งั้นเดี๋ยวตัวเล็กเข้าห้องแล้วนะ ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะคะ”
“โอเค งั้น...พักผ่อนเยอะ ๆ นะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ตัวใหญ่มารับ”
“มารับ... มารับทำไมคะ”
“มารับไปเรียนพร้อมกันไง เราอยู่คลาสเดียวกัน อย่าลืมสิ”
“ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวตัวเล็กให้เพื่อนมารับดีกว่า รบกวนตัวใหญ่มาเยอะแล้ว”
“ตอนนี้ตัวใหญ่ก็เป็นเพื่อนของตัวเล็กแล้วเหมือนกัน ฉะนั้นตัวใหญ่จะมารับเอง แล้วก็ห้ามหนีไปกับใครด้วยเข้าใจไหม!?” ใยไหมทำหน้าโหดใส่จนปุยฝ้ายต้องยอม
“…ก็ได้ค่ะ”
“ดีมาก เอ่อ...ตัวเล็ก”
“หือ ว่าไงคะ”
“ตัวใหญ่ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ พอดี...หาโทรศัพท์ไม่เจอน่ะ”
“ได้สิ อะนี่!” ปุยฝ้ายยื่นโทรศัพท์ให้ใยไหม ก่อนจะสังเกตท่าทางแปลก ๆ ของอีกฝ่าย
“ขะ ขอบใจนะ”
Rrrrrrrrrrr
“อ้าว ทะ ที่แท้ก็อยู่นี่นี่เอง”
เดี๋ยววว มันก็อยู่ในกระเป๋านี่นา
“...งั้นตัวใหญ่ถือโอกาสเมมเบอร์เลยแล้วกันเนอะ”
ตั้งใจจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไงคะ บอกกันดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้มุขนี้เลย ฮ่าฮ่าฮ่า
“เมมเบอร์แล้วนะ ถ้าถึงบ้านตัวใหญ่จะไลน์มาบอกละกัน”
ใยไหมมีท่าทางเขิน ๆ เมื่อเธอต้องมาทำอะไรน่าอายแบบนี้เพียงเพราะอยากได้เบอร์โทรของคนตรงหน้า
“ขับรถระวังด้วยนะคะ”
“คับ ตัวใหญ่ไปนะ ตัวเล็กพักผ่อนเยอะ ๆ นะคับรู้ไหม”
ใยไหมพูดพร้อมกับเอามือมาลูบหัวของปุยฝ้ายเบา ๆ
“รู้แล้วน่า”
นี่ฉันแพ้ผู้หญิงพูดคับ หรือแพ้เพราะเป็นตัวใหญ่กันแน่นะ?
[Special Talks : Yai Mai]
แม้ปุยฝ้ายจะเดินเข้าไปในห้องได้สักพักแล้ว แต่ใยไหมก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับมองไปที่ประตูบานใหญ่ด้วยริมฝีปากที่สามารถหุบยิ้มลงได้
“นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ย”
ร่างสูงนึกถึงเวลาที่ได้อยู่กับปุยฝ้ายด้วยใบหน้าที่มีความสุข เพราะถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน แต่สำหรับเธอ...ปุยฝ้ายคือความสบายใจ ความสดใส และคือคนที่ทำให้เธอยิ้มได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่ด้วยกัน ซึ่งใยไหมคิดว่าหากได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากกว่านี้ เธอจะต้องเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกแน่ ๆ
“กลับบ้านดีกว่าเรา เฮ้อ! อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง”
ยังไม่ทันจะได้ก้าวออกไปจากหน้าห้องของปุยฝ้าย ใยไหมก็รู้สึกคิดถึงและอยากให้เวลาผ่านไปเร็วกว่านี้ เพื่อเธอจะได้เจอหน้าปุยฝ้ายอีกครั้ง
“ยังจะยืนอยู่อีก กลับสิใยไหม!”
แม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่เท้าของเธอกลับไม่ยอมก้าวต่อไป ใยไหมยังคงมองไปทางประตูด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข ก่อนจะมีแผนกลั่นแกล้งปุยฝ้ายโผล่แวบเข้ามาในหัว
“กลับบ้านไปคิดแผนเพิ่มดีกว่า” เมื่อนึกถึงพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงอ่อน ใยไหมก็ยิ่งอยากให้ถึงพรุ่งนี้ไว ๆ เพื่อที่เธอจะได้มองและลอบสูดดมกลิ่นกายที่เหมือนกับกลิ่นแป้งเด็กแบบใกล้ชิด
[End : Special]