ตอนที่ 1 อุบัติเหตุ

2423 Words
ใยไหมมองไปที่คนตัวเล็กด้วยความรู้สึกเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ที่เธอลงมาดูอาการ คนตรงหน้าก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรกับเธอสักคำ จนใยไหมรู้สึกกังวลและอดเป็นห่วงไม่ได้ “ตัว...ตัวเป็นอะไรหรือเปล่า!?” “หา!” เมื่อถูกคนตรงหน้าเรียกด้วยเสียงที่ดัง ปุยฝ้ายก็หลุดออกจากความคิดของตัวเองทันที “เป็นอะไรมากหรือเปล่า ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” คนตัวสูงสำรวจไปทั่วทั้งใบหน้าและร่างกายของอีกฝ่ายอย่างละเอียดด้วยความรู้สึกผิด และเมื่อเธอมองไปตรงบริเวณหัวเข่าก็เจอเข้ากับแผลถลอกที่มีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย “…คงเจ็บมากเลยใช่ไหม” “ฉะ ฉัน...ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” การได้เจอกับผู้หญิงสวย ๆ แบบที่ตัวเองชอบ ทำให้ปุยฝ้ายถึงกับเสียอาการ แถมยังพูดจาติด ๆ ขัด ๆ จนฟังแทบไม่เป็นประโยค “แต่ตัวเลือดไหลนะ” ยิ่งได้เห็นบาดแผลและใบหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวด ใยไหมก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม จนมันแสดงออกมาทางสีหน้าหมดว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ตกลงนี่ฉันเจ็บหรือเธอเจ็บกันแน่เนี่ย? ดูทำหน้าเข้า “ฮ่าฮ่าฮ่า นิดหน่อยเอง ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า” ปุยฝ้ายพยายามพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ แม้ในความจริงเธอจะรู้สึกเจ็บแผลและปวดบริเวณข้อเท้ามากก็ตาม “ให้เราพาตัวไปหาหมอนะ” ใยไหมยังคงมองไปที่บาดแผลของปุยฝ้ายด้วยความรู้สึกผิด เพราะเธอมองว่าอีกฝ่ายดูเปราะบางจนกลัวว่าจะแตกสลายไปถ้ามีแผลมากกว่านี้ “ไม่เป็นไร ๆ แผลแค่นี้เองสบายมากกก” “แน่ใจนะ?” “อือ! ฉันแน่ใจ” เมื่อพูดจบเจ้าของนัยน์ตาสวยก็ส่งยิ้มแสนน่ารักไปให้ จนคนที่โดนรอยยิ้มนี้เข้าอย่างจังถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ แถมยังเผลอมองแก้มใส ๆ ด้วยความรู้สึกมันเขี้ยวและคิดว่าคนตรงหน้า... น่ารัก “เดี๋ยวนะ! นี่กี่โมงแล้วเนี่ย” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป ปุยฝ้ายก็รีบก้มมองที่นาฬิกาข้อมือทันที “เก้าโมงยี่สิบ!!!” ปุยฝ้ายอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อในตอนนี้เจ้าตัวเหลือเวลาเพียงเล็กน้อยสำหรับเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเท่านั้น สายแล้ว ๆ ตายแน่ไอ้ปุยฝ้าย! คนตัวเล็กพยายามลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก แต่เพราะความรีบร้อนและกลัวไปไม่ทันคาบเรียน ทำให้เธอไม่ได้คำนึงถึงร่างกาย จนทำให้อาการบาดเจ็บทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อเธอพยายามยืนด้วยตัวเองอีกครั้ง “โอ๊ย!!!” “ตัว! เป็นอะไรมากไหม ให้เราช่วยดีกว่านะ” พอเห็นอีกฝ่ายล้มลงไปต่อหน้าต่อตา ใยไหมก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที “ไม่เป็นไร...มะ ไม่ต้องช่วยฉันหรอก ฉันลุกไหว” เพราะความดื้อและอยากเอาชนะตัวเองให้ได้ ปุยฝ้ายจึงไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากคนตรงหน้า ก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้งแต่ผลลัพธ์กลับไม่ต่างจากเดิมเลย “อึก!” แม้จะรู้สึกเจ็บแต่ปุยฝ้ายก็พยายามไม่ส่งเสียงร้องออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่จะคิดได้ตอนนี้ก็สายไปซะแล้ว เมื่อคนตรงหน้าเธอดูน่ากลัวเกินกว่าจะกล้าหันไปสบตา “เห็นไหม! ตัวลุกเองไม่ไหว” ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ คนตัวสูงมองไปที่คนตัวเล็กด้วยท่าทางเหนื่อยใจ เพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะหน้าตาน่ารักและน่าทะนุถนอมมากเพียงใด แต่ความดื้อกลับมากกว่าความน่ารักนั้นหลายเท่าจนใยไหมอยากจะจับมาตีก้นซะให้เข็ด “ตัวจะเลิกดื้อแล้วให้เราช่วยได้หรือยัง หือ” ใยไหมส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวให้เด็กดื้อตรงหน้า พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ อย่างที่เจ้าตัวชอบทำ “...ก็ได้” “ก็แค่นั้น นี่ถ้าตัวไม่ดื้อก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวเพิ่มแบบนี้หรอก” เพราะความดื้อดึงของคนตรงหน้า ทำให้ใยไหมบ่นออกมาไม่หยุด และด้วยความใกล้ชิดมันก็ทำให้เธอได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะปลายจมูกจนเผลอสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างไม่รู้ตัว ...หอมจัง “เธอ...เธอ! ฮาโหลยังอยู่ที่นี่ไหมเนี่ย!?”  “ห้ะ! วะ ว่าไงนะ” เมื่อได้สติคืนกลับมาเธอก็ค่อย ๆ ประคองอีกฝ่ายนั่งลงที่เบาะรถ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอสูดดมกลิ่นหอมมานานแค่ไหน แถมอาการที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้ยังทำให้รู้สึกสับสนไปหมด “เหม่อแบบนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่า...เมื่อกี้หัวกระแทก!?” ปุยฝ้ายเงยหน้าขึ้นไปสำรวจใบหน้าของใยไหม ก่อนจะพยายามยืดตัวขึ้นเพื่อมองบริเวณหัวของอีกฝ่าย “นี่...ช่วยย่อตัวลงมาหน่อยได้ไหม” “อือ” ใยไหมทำตามอย่างว่าง่าย เธอย่อตัวลงนั่งตรงหน้าปุยฝ้าย ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยเพื่อให้อีกคนสำรวจอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ “อืมมม หัวก็ไม่ได้แตกนะ หรือว่าเลือดคั่งในสมอง!?” โป๊ก! “โอ๊ย! เจ็บนะ มาดีดหน้าผากกันทำไมเนี้ย!?” “ก็เลิกคิดแบบนี้สักทีสิ เด็กบ๊อง” ร่างสูงเงยหน้ามองคนที่ทำหน้าบึ้งด้วยความรู้สึกเอ็นดู เพราะตอนนี้ปุยฝ้ายกำลังทำแก้มป่อง ๆ พร้อมกับจ้องมาที่เธอเหมือนแมวหวงของกิน เจ้าตัวน่ารัก “หึ! ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เลย คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง กลับทำร้ายกันได้ลงคอ” ปุยฝ้ายบ่นออกมาไม่หยุด จนใยไหมเผลอหลุดขำในความน่ารักของอีกฝ่าย “โอ๋ ๆ เราขอโทษ มา...เดี๋ยวเป่าให้” “มะ...!?” ฟู่... ปุยฝ้ายคิดจะห้ามการกระทำของคนตรงหน้า แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อในตอนนี้บริเวณหน้าผากของเธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจถี่รัวราวกับไปวิ่งรอบภูเขามาสิบรอบ ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก ทะ ทำไมหัวใจ...ถึงเต้นแรงแบบนี้!? “หายเจ็บหรือยัง หือ?” หาย...หัวใจเนี้ยหาย! “ใครเขาให้เป่ากันเล่า!” ปุยฝ้ายพยายามหลบสายตาใยไหม เพราะเธอรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าจนไม่กล้ามองอีกฝ่ายในตอนนี้ “ก็ตัวดูเจ็บ เราก็เลยเป่าให้” “ไม่ต้องพูดเลย แล้วก็ช่วยขยับออกไปหน่อยได้ไหม มันหายใจไม่สะดวก” “ถ้าเป็นแบบนี้...ก็ต้องผายปอดน่ะสิ!?” “อุบเอยอะ!” เมื่อได้ยินสิ่งที่ใยไหมพูดปุยฝ้ายก็รีบเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น จนคนที่มองอยู่ระเบิดหัวเราะออกมาไม่หยุด “ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมตัวถึงได้น่ารัก น่าแกล้งแบบนี้นะ” ใยไหมรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้าเหลือเกิน “คนขี้แกล้ง!” “โอเค ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ว่าแต่...ตัวจะไปไหนเหรอรีบร้อนซะขนาดนั้น” ใยไหมลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอยออกมา เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด “แม่ร่วง! ฉันมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งน่ะสิ ตาย ๆ ฉันต้องโดนอาจารย์ว่าแน่เลย” เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปุยฝ้ายก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “อีกห้านาทีก็จะถึงเวลาแล้วนะ ตัวไปไม่ทันหรอก” ใยไหมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ก่อนจะถามคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง “ไม่ทันก็ต้องทัน งั้นฉันไปแล้วนะ” ใยไหมรู้สึกงงกับประโยคที่ได้ยิน ก่อนจะเข้าใจในไม่ช้าเมื่ออีกฝ่ายพยายามลุกขึ้นโดยไม่คำนึงถึงร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของตัวเองเลย “อร๊าย!!!” เพราะกลัวไปไม่ทันเข้าเรียน ปุยฝ้ายจึงลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เลยทำให้ตอนนี้เธอเซไปด้านหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างห้ามไม่ได้ และก็ได้แต่หลับตาลงเพื่อรอรับความเจ็บปวดที่กำลังตามมา หมับ! “ทำไมถึงไม่รู้จักระวัง! นี่ถ้าเราจับตัวเอาไว้ไม่ทันมันจะเกิดอะไรขึ้นรู้บ้างไหม!?” ใยไหมพูดตักเตือนคนตรงหน้าทันที เพราะถ้าเธอเข้าไปรับอีกฝ่ายไม่ทันก็ไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง “…ขอโทษ” พอโดนคนตรงหน้าทำเสียงดุใส่ ปุยฝ้ายก็เงยหน้ามองด้วยสายตาสำนึกผิด ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อหลบอีกฝ่ายอีกครั้ง เพราะหัวใจของเธอไม่สามารถต้านทานอะไรได้อีกโดยเฉพาะสายตาคู่นี้ของใยไหม “เฮ้อ...เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราไปส่งตัวที่มหา’ลัยละกัน แล้วก็ห้ามปฏิเสธด้วย” เมื่อเห็นอาการน่าสงสารของร่างเล็กตรงหน้า ใยไหมก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมกับปรับเสียงตัวเองให้อ่อนโยนมากขึ้น แต่สายตาก็ยังน่ากลัวจนอีกฝ่ายไม่กล้าเถียงต่อ ดุชะมัด! แล้วนี่ฉัน...ควรเอายังไงต่อดี Rrrrrrrrrrr ในขณะที่ปุยฝ้ายกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น ก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้น ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกลกว่านี้ ไอ้นิล! “รับสิ แต่ต้องจับแขนเราเอาไว้ด้วยนะ” ปุยฝ้ายหันไปมองคนข้างกายและพยักหน้าช้า ๆ เพื่อตอบรับ ก่อนจะเกาะแขนใยไหมเอาไว้แน่นเพื่อรับสายเพื่อนสนิท “ว่าไงแก” [ไอ้ปุยฝ้าย แกอยู่ไหนแล้ว] “ยังไม่ถึงมหา’ลัยเลย ฉันต้องโดนอาจารย์สมรภูมิด่าแน่” ในขณะที่ปุยฝ้ายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นั้น ก็มีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ใยไหมรู้สึกเพลิดเพลินกับการมองสีหน้าและท่าทางที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของปุยฝ้ายมากจนเธอไม่สามารถหุบยิ้มได้ ดูเขาทำหน้าเข้า หยิกสักทีดีไหม หือ? [ฮ่าฮ่าฮ่า ตั้งฉายาให้อาจารย์ใหม่อีกแล้วเหรอวะ แต่แกไม่ต้องกลัวหรอกตอนนี้เดินกลับหอไปได้เลย] “หา! ทำไมอะ” เปลี่ยนหน้าอีกแล้ว ร่างสูงไม่อยากจะละสายตาไปจากอีกฝ่ายเลย เพราะยิ่งได้มองเธอก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข [ก็อาจารย์ยกคลาส นี่พวกเราก็เพิ่งรู้เหมือนกัน] “แล้วทำไมถึงยกคลาสวะ นี่เปิดเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอ” ร่างสูงต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการกลั้นขำเอาไว้ เมื่อท่าทางที่เหมือนเด็กของอีกฝ่ายมันน่ารัก น่าเอ็นดูซะจนเธอแทบเก็บความสุขที่มีเอาไว้ไม่อยู่ [อาจารย์ไปทำธุระน่ะ แกเลยไม่ได้บอกพวกเราล่วงหน้า] “โอเค ๆ แล้ววันนี้ตอนบ่ายพวกเรามีเรียนไหมแก” [วันนี้เหรอ มีเรียนแค่คาบเช้าหนิ แกกลับไปนอนต่อได้เลย] “อือ ๆ ขอบใจมากนะที่โทรมาบอก” [จะขอบใจทำไมวะเพื่อนกัน เออ! ไอ้ปุยฝ้าย แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพวกเราจะกลับบ้านกันแล้ว] “อือ!” พอบทสนทนาจบลง ปุยฝ้ายก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ไม่ต้องโดนอาจารย์หมายหัวตั้งแต่วันแรกของการเปิดเรียน แถมเธอยังได้กลับไปนอนต่อบนเตียงนอนแสนนุ่มอีกครั้งด้วย “เฮ้อ!!! รอดตายแล้วเรา” ปุยฝ้ายมัวแต่ดีใจจนลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้มีอีกคนยืนอยู่ข้างกาย ซึ่งท่าทางน่ารัก ๆ นี้ก็อยู่ในสายตาของใยไหมตลอด จนเธออดใจเอาไว้ไม่ไหวจึงคิดแผนแกล้งอีกฝ่ายให้ตกใจเล่น “ให้เราไปส่งนะ ฟู่...” “อ๊ะ! ตกใจหมดเลย เล่นอะไรของเธอเนี่ย” “ก็ตัวไม่สนใจเรานี่ ตกลงให้เราไปส่งใช่ไหม” “ไม่ต้องแล้วละ เพราะเดี๋ยวฉันจะกลับหอแล้ว” “กลับหอ? แต่ตัวควรไปหาหมอก่อนนะ” “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันกลับห้องไปกินยาพารา นอนพักสักหน่อยก็หายแล้ว” “ยาพารา!!!” การได้ฟังคำตอบของปุยฝ้าย ทำให้ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เพราะเธอไม่คิดว่ายาพาราที่อีกคนกล่าวถึง จะรักษาอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้ “ใช่! ยาพารา” มันแปลกตรงไหนกัน ปุยฝ้ายรู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่คนตรงหน้าเสียงดังใส่ตัวเอง “ตัวจะกินแค่ยาพาราน่ะเหรอ! ยาพารามันไม่ได้ทำให้ข้อเท้าของตัวหายปวดหรอกนะ รู้ใช่ไหม” “ก็รู้...แต่ถ้าฉันไปหาหมอก็ได้มากินอยู่ดี แล้วอย่างนี้ฉันจะไปหาให้มันเปลืองเงินทำไมล่ะ” ปุยฝ้ายพยายามประหยัดเงินของตัวเองเอาไว้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ไปรบกวนพ่อกับแม่มากจนเกินไป “ได้มากินก็จริง แต่ถ้าไปโรง’บาลก็จะได้ตรวจอย่างละเอียดไง” ดื้อ! ดื้อไม่มีใครเกินจริง ๆ ยิ่งได้เห็นหน้าตาดื้อ ๆ และการโต้เถียงของอีกฝ่าย ใยไหมก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยใจกับปุยฝ้ายจนอยากจะเอามือขึ้นมากุมขมับ “ฉันไม่ไปหรอก แล้วเธอก็ไปได้แล้ว ฉันจะได้เรียกรถมอเตอร์ไซค์กลับหอสักที” ปุยฝ้ายปล่อยมือที่เกาะแขนของอีกฝ่ายออก แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ เพราะเมื่อเธอเอามือออกใยไหมก็คว้าข้อมือของเธอให้ไปจับไว้ตามเดิม แถมคราวนี้ยังกระชับสัมผัสให้แน่นขึ้นจนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย “ไม่! ตัวต้องไปหาหมอกับเราก่อน เพราะเราต้องรับผิดชอบที่ทำตัวเจ็บแบบนี้” อย่าดื้อได้ไหมยัยตัวเล็ก! ใยไหมจ้องมองไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ ด้วยอารมณ์ที่เริ่มหงุดหงิดเพราะคนตรงหน้าดื้อเหลือเกิน “มะ ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะ...” “ต้องไป! ตัวห้ามปฏิเสธ” เมื่อทนความดื้อของปุยฝ้ายไม่ไหว ใยไหมจึงงัดไม้แข็งขึ้นมาใช้ เพื่อให้คนตรงหน้าเลิกดื้อและไม่สามารถปฏิเสธเธอได้อีก “...ก็ได้” ดุแบบนี้ แล้วใครเขาจะกล้าปฏิเสธเล่า! แม้ปุยฝ้ายอยากจะพูดปฏิเสธออกไปมากแค่ไหน แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจนึก เพราะสายตาของใยไหมน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ปุยฝ้ายเลยได้แต่ทำใจยอมรับและก้มหน้าหลบอีกฝ่ายเหมือนลูกหนูตัวน้อย ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD