ตอนที่ 2 คนขี้แกล้ง

2552 Words
ทำไมเงียบจัง? ตั้งแต่ขึ้นมานั่งบนรถคันหรู ร่างเล็กก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เธอเอาแต่นั่งกุมมือตัวเองแน่น แถมหน้าตายังบูดบึ้งไม่มีรอยยิ้มปรากฏแม้แต่น้อย จนใยไหมที่แอบมองสีหน้าและท่าทางของ อีกฝ่ายอยู่นาน เผลอยิ้มและหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว โครกคราก อ๊ากกก ไอ้ท้องบ้า! เมื่อร่างกายไม่รักดีทรยศตัวเอง หน้าของปุยฝ้ายก็เริ่มขึ้นสีจนปิดเอาไว้ไม่มิด ส่วนคนที่แอบมองอยู่ก่อนหน้าก็อดขำกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ใยไหมพยายามเก็บอาการเอาไว้เพราะกลัวคนตรงหน้าจะรู้สึกอาย แต่ปากกับความคิดก็ชอบสวนทางกันเหลือเกิน “ร้องดังเชียว ตัวหิวเหรอ” คนอะไรก็ไม่รู้ ขนาดหิวยังน่ารัก เมื่อคนข้างกายน่าแกล้งขนาดนี้ แล้วเธอจะอดใจไม่ให้แกล้งไหวได้ยังไง จริงไหม? “ปะ เปล่าสักหน่อย! ใครหิว! ฉันไม่ได้หิวนะ” ปุยฝ้ายรีบพูดปฏิเสธทันที เพราะรู้ดีว่าตอนนี้อีกคนกำลังหาทางแกล้งเธออยู่ โครกครากกก! กรี๊ดดด ไอ้ท้องเนรคุณ!!! จบแล้วชีวิตฉัน ฮือออ จะร้องงง ปุยฝ้ายอยากกระโดดออกไปนอกรถซะเดี๋ยวนี้ เมื่อร่างกายของเธอมันดันร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง แถมในครั้งนี้มันยังดังมากกว่าเดิมจนร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หลุดขำออกมาอย่างดังเพราะไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป “อุ๊บ! แล้วตกลงคราวนี้ จะบอกว่าไม่หิวอีกไหม หือเด็กดื้อ” ใยไหมพยายามขำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับหันไปยิ้มและถามคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนคิดในใจว่าคนคนนี้...น่ารักชะมัด “ขะ...” จากตอนแรกที่ปุยฝ้ายตั้งใจจะโกรธอีกฝ่าย แต่พอได้เห็นรอยยิ้มที่ทั้งสวยและอ่อนโยนของคนตรงหน้า ความโกรธทั้งหมดมันก็มลายหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแข่งกับความเร็วของรถที่กำลังแล่นอยู่บนถนนเพียงเท่านั้น “ถ้าตัวจะบอกว่าไม่หิว เราว่ามันคงไม่ใช่แล้วละ เพราะท้องของตัวมันร้องดังมากกก มากซะจนรถของเราสั่นไปหมดแล้วเนี่ย” ยิ่งได้เห็นใบหน้าที่แสนน่ารักแดงขึ้นเรื่อย ๆ ใยไหมก็ยิ่งอยากแกล้งอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม “วะ เวอร์แล้ว! ไม่ได้ดังขนาดนั้นสักหน่อย” ปุยฝ้ายรู้สึกอายและรู้สึกเสียดายมาก ที่เจ้าตัวเผลอคิดว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายสวยและอ่อนโยน ทั้ง ๆ ที่ในความจริงแล้วคนข้างกายนิสัยไม่ดี แถมยังชอบหาเรื่องแกล้งเธอตลอดเวลาอีกด้วย “แล้วตกลงตัวหิวใช่ไหม” ร่างสูงพูดโดยไม่ได้หันไปมองเพราะเธอต้องใช้สมาธิในการขับรถ ส่วนปุยฝ้ายก็ยังคงก้มหน้าก้มตาต่อไป ก่อนจะพูดตอบรับด้วยเสียงที่เบาเหมือนกระซิบ “...อือ” “ตัวพูดว่าอะไรนะ เราไม่ค่อยได้ยิน” ถึงแม้ใยไหมจะได้ยินสิ่งที่ปุยฝ้ายพูดแล้ว แต่เธอก็อดแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้จริง ๆ “หะ หิว” ปุยฝ้ายใช้ความพยายามอย่างมากในการเปล่งเสียงพูดออกมาอีกครั้ง แต่มันก็ยังคงเบามากอยู่ดี “อะไรนะ! เรายังไม่ได้ยินเลย” ใยไหมยังคงสนุกกับการกลั่นแกล้งปุยฝ้าย เพราะพอทำให้อีกฝ่ายมีอาการเขินเธอก็ยิ่งรู้สึกดีและมีความสุข ส่วนทางด้านปุยฝ้ายกลับหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องหันไปมองท่าทางของคนที่กำลังขับรถอยู่ ซึ่งภาพที่เธอได้เห็นก็คืออีกฝ่ายกำลังแอบยิ้มและหัวเราะ “ฉันรู้ว่าเธอได้ยินแล้ว ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเลย!” ปุยฝ้ายมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเคือง ๆ และรู้สึกไม่สบอารมณ์กับเรื่องที่ใยไหมจงใจกลั่นแกล้งเธอ “เราไม่ได้ยินจริง ๆ นะ” ร่างสูงพูดและส่งสายตาอ้อน ๆ ไปให้ปุยฝ้ายเพื่อหวังให้ อีกฝ่ายหลงเชื่อ แต่เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงและแก้มป่อง ๆ มันก็ทำให้เธอไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ได้อีก “เธอยิ้ม! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้ยิน” ยิ่งได้เห็นท่าทางของคนตรงหน้าปุยฝ้ายก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เพราะถึงแม้รอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งมาให้มันจะน่ารักและดูอบอุ่นมากเพียงใด แต่มันก็เป็นรอยยิ้มของคนขี้แกล้งอยู่ดี “ที่เราถามออกไปแบบนั้น เพราะเราจะได้แวะปั๊มข้างหน้าให้ไง แต่ถ้าตัวไม่หิว...เราก็จะได้ขับไปเลย” เมื่อพูดจบประโยคใยไหมก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า เพื่อให้คนข้างกายเห็นป้ายสัญลักษณ์ของสิ่งที่เธอต้องการจะบอก พอเพ่งสายตามองตามนิ้วอีกฝ่ายไป ท้องไส้ของปุยฝ้ายก็เริ่มรู้สึกปั่นป่วนและร้องประท้วงหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอก็พยายามทำเป็นนิ่งเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่ยอมพูดหรือร้องขอจากคนตรงหน้า เพราะเธอไม่อยากกลายเป็นตัวตลกให้ใครมาหัวเราะอีก ถึงแม้จะรู้สึกหิวมากจนสามารถกินช้างได้ทั้งตัวก็ตาม “ใกล้ถึงแล้วด้วยนะ ตกลงตัวไม่หิวจริง ๆ ใช่ไหม เราจะได้ไปโรงพยาบาลกันเลย” ใยไหมพูดพร้อมกับชำเลืองมองสีหน้าคนข้างกาย และยังไม่ยอมล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งอีกฝ่าย “...ห้า” เมื่อร่างสูงเริ่มนับเลข ปุยฝ้ายก็เริ่มมีอาการกระวนกระวายใจจนไม่สามารถนั่งนิ่งต่อไปได้ แต่เธอก็พยายามข่มใจตัวเองเอาไว้ เพราะไม่อยากพ่ายแพ้ให้กับคนขี้แกล้ง ถึงแม้ท้องจะร้องประท้วงจนรู้สึกปวดไปหมดก็ตาม “...สี่” “...สามมม” เมื่อนับถึงสาม ใยไหมก็จงใจนับให้นานขึ้น เพื่อให้เวลาคนข้างกายได้คิดและตัดสินใจ เอายังไงดี... มือเล็ก ๆ เริ่มบีบเข้าหากันแน่นขึ้น เพราะรู้สึกกังวลและหงุดหงิดกับความคิดที่ตีกันไปมา ปุยฝ้ายเป็นคนไม่ชอบความพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่มีความอดทนมากพอเช่นกันเมื่อความหิวเข้ามาก่อกวนแบบนี้ ร่างเล็กจึงตัดสินใจขั้นเด็ดขาดโดยการบอกความต้องการของตัวเองออกไปให้อีกคนได้รับรู้ทันที “สะ...” “ฉันหิววว!” เมื่อได้ยินประโยคที่พึงพอใจ ร่างสูงก็ยิ้มออกมาทันทีด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ ก่อนจะหมุนพวงมาลัยให้เลี้ยวเข้าไปในปั๊มน้ำมัน จนคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับเซตามแรงเหวี่ยงของรถ และตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้ามากซะจนหัวใจเต้นรัวราวกับกลองที่ถูกกระหน่ำตี เอี๊ยดดดดด! “กรี๊ดดดดด!” เสียงเบรกรถกับเสียงกรีดร้องของปุยฝ้ายดังประสานกัน ก่อนที่การเคลื่อนไหวของรถจะหยุดลง พร้อมกับเสียงถอนลมหายใจอย่างมีความสุขของใยไหม ต่างจากปุยฝ้ายที่นั่งหายใจเหนื่อยหอบเพราะยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด “เฉียดฉิวเลยนะเนี้ย” ใยไหมพูดและหันไปยิ้มให้คนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ “ธะ เธอจะบ้าหรือไง! ทำไมขับรถแบบนี้มันอันตรายมากรู้ไหม” ร่างเล็กพูดต่อว่าคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะยังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ส่วนใยไหมก็เอาแต่มองใบหน้าตื่นตระหนกของปุยฝ้ายด้วยรอยยิ้มที่สนุกและมีความสุขแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ก็ตัวบอกช้า แทนที่จะบอกตั้งแต่เราถาม มัวแต่ปากแข็งอยู่ได้ รู้ไหมว่าเราเกือบเลี้ยวไม่ทัน และถ้ามีรถตามมาข้างหลังเราต้องโดนด่าแน่ ๆ ที่เลี้ยวรถกะทันหันแบบนี้” What!!! นี่ตกลงความผิดฉันเหรอ “ในเมื่อเธอรู้ว่าฉันหิวทำไมไม่เข้าไปเลยล่ะ จะมาถามฉันเพื่ออะไร” “ตัวไม่พูดแล้วเราจะรู้ได้ไง แต่ถึงเราจะรู้...เราก็ไม่ขับเข้ามาหรอก เพราะเราไม่อยากบังคับตัว” โอ๊ยยย หงุดหงิด ๆ ยิ่งได้ฟังประโยคที่คนตัวสูงพูด มันก็ยิ่งทำให้ปุยฝ้ายรู้สึกหงุดหงิดและเหนื่อยที่จะเถียงด้วย เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะปล่อยวางและยอมแพ้อีกฝ่าย “พอเถอะ ฉันไม่อยากเถียงกับเธอแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันไปหาซื้อของกินก่อนละกัน” เมื่อพูดจบประโยคปุยฝ้ายก็เปิดประตูรถออกทันที แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้ก้าวลงไปจากรถ มือของใยไหมก็คว้ามาที่ข้อมือของเธอเสียก่อน “เดี๋ยวเราไปซื้อให้” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปซื้อเองดีกว่า เธอช่วยฉันมาเยอะแล้ว” ปุยฝ้ายหันไปมองหน้าใยไหม ก่อนจะพูดประโยคที่แสดงถึงความเกรงใจออกไปให้อีกฝ่ายได้รู้ “แต่ตัวปวดข้อเท้าอยู่นะ เดี๋ยวเราเป็นคนไปซื้อให้เอง อยากกินอะไรล่ะ” ใยไหมรู้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังรู้สึกเกรงใจและลำบากใจมากแค่ไหน ที่ต้องให้คนอื่นมาคอยช่วยเหลือตลอดเวลาแบบนี้ แต่ถึงปุยฝ้ายจะคิดอย่างนั้นใยไหมก็ไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายฝืนร่างกายออกไปซื้อของเองเป็นอันขาด “...เอาอะไรก็ได้” ถึงแม้ปุยฝ้ายจะรู้สึกเกรงใจเพียงใด แต่เมื่อเห็นสายตาที่แสดงถึงความเป็นห่วง เธอจึงยอมรับน้ำใจของคนตรงหน้าเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าถึงแม้จะดื้อและพยายามเอาชนะยังไง ใยไหมก็ไม่มีทางยอมให้เธอได้ทำอะไรตามใจชอบแน่ “งั้นเราซื้อขนมปังกับน้ำมาให้นะ ตัวจะกินน้ำอะไร” “เอา...โกโก้ปั่นก็ได้” “ได้เลย งั้นตัวรอก่อนนะเดี๋ยวเรารีบไปซื้อมาให้” ร่างสูงพูดและส่งยิ้มน่ารัก ๆ ให้จนคนที่มองอย่างเธอถึงกับตกอยู่ในภวังค์และเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว “อะ อือ!” เมื่อหลุดออกมาจากภวังค์ปุยฝ้ายก็รีบตอบกลับคนตรงหน้าทันที ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินลงจากรถไป แต่เมื่อมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา ใยไหมก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง “เราลืมบอกอะไรตัวไปอย่างหนึ่ง ตัวอดทนรอเราหน่อย อย่าให้ท้องมันร้องดังจนเกินไป เพราะเดี๋ยว...รถของเรามันจะพังซะก่อน” ปุยฝ้ายรู้สึกหน้าชาเมื่อได้ยินประโยคนี้ ส่วนใยไหมพอพูดจบรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น “ยะ ยัยบ้า!!!” ประตูรถถูกปิดลงเบา ๆ ก่อนที่ใยไหมจะเดินยิ้มกว้างออกไปเมื่อเธอสามารถแกล้งปุยฝ้ายได้สำเร็จ “แก้มน่าบีบชะมัด” ใยไหมไม่เคยมีความสุขและยิ้มได้กว้างขนาดนี้มาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเมื่อได้รู้จักกับปุยฝ้ายคนที่ทั้งน่ารักและน่าแกล้งในเวลาเดียวกัน และเพราะแบบนี้มันเลยทำให้เธออยากเป็นเพื่อนกับเจ้าของแก้มใส เพื่อจะได้มองดูเวลาอีกฝ่ายเปลี่ยนอิริยาบถต่าง ๆ มากกว่านี้ “เอาโกโก้ปั่นกับกาแฟเย็นค่ะ” เมื่อสั่งน้ำและจ่ายเงินที่ร้านกาแฟเสร็จเรียบร้อย ใยไหมก็เดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อหาของกินเพิ่มให้กับปุยฝ้าย ขนมถุงแล้วถุงเล่าถูกหยิบใส่ในตะกร้าจนเกือบล้นออกมา และขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการเลือกขนมอยู่นั้น เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าออกมาได้สักพักใหญ่แล้ว ใยไหมจึงรีบเอาขนมในตะกร้าทั้งหมดไปคิดเงินพร้อมกับของอุ่นร้อนที่สั่งเอาไว้ก่อนหน้าด้วยความรวดเร็ว “ต้องโวยวายใส่แน่เลย” ใยไหมไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย เพราะเมื่อลองนึกภาพใบหน้าของใครบางคนที่กำลังรอการกลับมาของเธออย่างใจจดใจจ่อ มันก็ทำให้เธออยากกลับไปที่รถให้เร็วที่สุด เพื่อมองแก้มป่อง ๆ ของเด็กขี้วีน “เฮ้อ! หิวจะตายอยู่แล้วนะ” ทางด้านปุยฝ้ายก็ได้แต่นั่งลูบท้องของตัวเองไปมา เมื่อไอ้ท้องไม่รักดีร้องดังสนั่นมากกว่าเดิม แม้เธอจะพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ และโฟกัสไปที่โทรศัพท์แทนเพื่อไม่ให้นึกถึงของกิน แต่ไม่ว่าจะเปิดหรือเลื่อนนิ้วไปที่เว็บไหนก็เจอแต่รูปภาพอาหารและวิดีโอเกี่ยวกับอาหารจนเธอรู้สึกหงุดหงิดไปหมด “หน้าบึ้งเชียว” โมโหหิวแน่เลยแบบนี้ พอกลับมาถึงรถคันสวยของตัวเอง ใยไหมก็แอบยิ้มและขำอยู่ข้างนอกสักพัก ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเพราะกลัวปุยฝ้ายจะทนหิวไม่ไหวจนต้องลงไปซื้อเอง “นี่โกโก้ของตัว” ใยไหมส่งแก้วโกโก้ให้คนตรงหน้า พร้อมกับวางถุงต่าง ๆ ไว้ที่เบาะหลังก่อนจะเข้ามานั่งในรถตามเดิม “ขอบคุณนะ” ปุยฝ้ายรับแก้วโกโก้มาจากมือของใยไหม ก่อนจะก้มมองมันด้วยรอยยิ้มที่กว้างและน่ารักจนคนที่มองอยู่เผลอยิ้มตามไปด้วย “ตัวยังสบายดีอยู่ใช่ไหม” คนอะไรยิ้มให้แก้วก็ยังน่ารัก ใยไหมมองไปที่ปุยฝ้ายด้วยท่าทางเอ็นดูคนตรงหน้าสุด ๆ “ก็สบายดีนะ ถ้าไม่ได้ปวดข้อเท้า ทำไมเหรอ” ยิ่งได้ฟังคำตอบจากคนตรงหน้า ใยไหมก็ยิ่งรู้สึกชอบในความใสซื่อของอีกฝ่าย ส่วนทางด้านปุยฝ้ายก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกแกล้งอยู่ เพราะเธอกำลังเพลิดเพลินกับการลิ้มรสชาติเครื่องดื่มในมืออย่างมีความสุข “ก็ตัวยิ้มให้แก้วโกโก้ เราก็นึกว่าต้องพาตัวไปสองโรง’บาลน่ะ” ปุยฝ้ายมองหน้าใยไหมด้วยความรู้สึกสงสัยเพราะเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนพูด แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้าที่ปรากฏความเจ้าเล่ห์ออกมา คนแก้มป่องก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร “นี่เธอว่าฉันบ้าเหรอ!” “ฮ่าฮ่าฮ่า เราแค่ล้อเล่น ตัวอย่าโกรธเราเลยนะ ให้อภัยเราได้ไหม” ใยไหมมองและยิ้มให้กับท่าทางของปุยฝ้ายด้วยความรู้สึกเอ็นดู เพราะเวลาที่คนตรงหน้างอนหรือโกรธมันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวน่ะสิ “ฉันไม่มีทางให้อภัยเธอง่าย ๆ หรอก” ปุยฝ้ายหันหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมกับนั่งดื่มโกโก้เงียบ ๆ โดยไม่สนใจคนข้างกายอีกต่อไป ส่วนใยไหมก็เอาแต่มองและอมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของปุยฝ้าย ก่อนจะนึกแผนการสนุก ๆ ออกเพื่อทำให้อีกคนหันกลับมาสนใจเธออีกครั้ง ตัวทนไม่ไหวแน่ ยัยตัวเล็ก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD