สัญญาเช่าในเงาสลัว จบ

1156 Words
ตึกแถวเก่าคร่ำครึสีซีดจางตั้งตระหง่านอยู่ในซอยลึกที่แสงแดดส่องลงมาไม่ค่อยถึง พื้นปูนแตกร้าวและคราบตะไคร่น้ำสีดำตามซอกตึกทำให้มันดูเหมือนซากศพที่ยังมีลมหายใจ พีท ชายหนุ่มเพิ่งเรียนจบและกำลังหางานทำในเมืองกรุง เดินลากกระเป๋าใบใหญ่มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้บานยักษ์ เขาได้ห้องพักที่นี่ในราคาที่ถูกจนน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่เดือนละสองพันบาทในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ ใครไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มทน “นี่คือกุญแจห้อง 404 ชั้นบนสุดนะจ๊ะ”ป้าเจ้าของหอพักรูปร่างผอมกะหร่องส่งยิ้มที่ดูไม่ไปถึงดวงตาให้เขา “กฎของที่นี่ไม่มีอะไรมาก แค่รักษาความสะอาด ห้ามส่งเสียงดังหลังสี่ทุ่ม และที่สำคัญที่สุด...หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ห้ามมองกระจกในห้องเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” พีทขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางรับกุญแจมา “ทำไมล่ะครับป้า? กระจกมันทำไมเหรอ?” “เชื่อป้าเถอะลูก... บางอย่างเราไม่เห็นก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มี” ป้าตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้พีทยืนงงอยู่หน้าลิฟต์ตัวเก่าที่ส่งเสียงดังครืดคราดตลอดเวลา เมื่อก้าวเข้าสู่ห้อง 404 พีทพบว่ามันเป็นห้องที่สะอาดและกว้างขวางเกินคาด มีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่บนประตูตู้เสื้อผ้ามันตั้งอยู่ปลายเตียงพอดีพอดิบดี ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อให้คนที่นอนอยู่บนเตียงสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองได้ตลอดเวลา 'กฎบ้าบออะไรกัน ห้ามมองกระจกหลังเที่ยงคืน สงสัยจะอยากสร้างเรื่องให้น่ากลัวเล่นๆ ละมั้ง'พีทคิดในใจขณะจัดวางข้าวของ เขาไม่ได้ใส่ใจคำเตือนนั้นนัก เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา คืนแรกผ่านไปอย่างสงบสุข แต่พอเข้าคืนที่สาม บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป... เวลา 00:05 น. พีทสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงบางอย่างที่ดังมาจากในห้อง มันเป็นเสียง “แก๊ก... แก๊ก...” เหมือนมีใครเอาเล็บขูดไปบนแผ่นไม้ เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างนอกลอดผ่านผ้าม่านบางๆ เข้ามา ทำให้ห้องไม่ได้มืดสนิท สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกโดยอัตโนมัติ ใจหนึ่งเขานึกถึงคำเตือนของป้า แต่อีกใจหนึ่งกลับกระซิบว่า 'แค่มองแปปเดียวจะเป็นอะไรไป' ในกระจกนั้น พีทเห็นตัวเองนั่งอยู่บนเตียง แต่ทว่า...เงาในกระจกไม่ได้นั่งนิ่งเหมือนเขา เงาของเขากำลังก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก และมือของเงานั้นกำลังขูดเล็บกับประตูตู้เสื้อผ้าอย่างบ้าคลั่ง เสียงที่เขาได้ยินมาจากในกระจกนั่นเอง! พีทชาวาบไปทั้งตัว ลมหายใจติดขัด“นั่นมันอะไรกันวะ?”เขาพึมพำออกมาเบาๆ ทันใดนั้น เงาในกระจกก็หยุดนิ่ง มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ จนสบตาเข้ากับพีท ดวงตาในกระจกไม่มีตาขาว มันดำสนิทและลึกโบ๋เหมือนหลุมศพ ใบหน้าของเงาเริ่มบิดเบี้ยวและเน่าเฟะต่อหน้าต่อตา ผิวหนังลอกออกเห็นเนื้อแดงสดที่มีหนอนชอนไช พีทพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ร่างกายกลับไม่ขยับตามคำสั่ง 'ทำไมร่างกายไม่ขยับ! ขยับสิวะ!' เขาตระโกนก้องในใจด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เงาสยองในกระจกค่อยๆ เอื้อมมือออกมาจากระนาบแผ่นแก้ว มือที่เหี่ยวย่นและเล็บยาวแหลมคมนั่นค่อยๆ โผล่พ้นพื้นผิวกระจกออกมาสู่โลกแห่งความจริง พีทมองดูมือข้างนั้นด้วยความสยดสยอง มันเอื้อมตรงมาที่ลำคอของเขา “มึง... ผิด... กฎ...” เสียงกระซิบพร่ามัวดังมาจากทุกทิศทาง พีทพยายามดิ้นรนเต็มที่ จนในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากการเป็นอัมพาตชั่วคราว เขาคว้าแจกันดินเผาที่โต๊ะข้างเตียงแล้วขว้างใส่กระจกสุดแรง! เพล้ง! กระจกแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนจะเงียบหายไป พีทหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้า เขาคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เขาทำลายมันได้แล้ว แต่เมื่อเขามองลงไปที่พื้น... สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ในเศษกระจกทุกชิ้นที่แตกกระจายอยู่บนพื้น มีเงาของนัยน์ตาสีดำสนิทนับร้อยคู่จ้องมองมาที่เขาจากทุกทิศทาง เศษกระจกเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนที่มารวมตัวกันรอบๆ ขาของเขา ราวกับฝูงมดที่หิวโหย “ช่วยด้วย!” พีทตะโกนหวีดร้องและวิ่งไปที่ประตูห้อง แต่ทว่ากลอนประตูถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาจากด้านนอก เขาพยายามบิดลูกบิดอย่างบ้าคลั่งจนเล็บฉีกขาด แต่ประตูไม้ก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย แสงไฟในห้องเริ่มกระพริบถึ่ๆ จนดับพรึบลง ในความมืดมิดนั้น พีทรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เย็นเยือกที่ข้อเท้า เศษกระจกเริ่มบาดเข้าไปในผิวหนังของเขาอย่างช้าๆ ทีละชิ้น... ทีละชิ้น... เสียงกรีดร้องของเขาถูกความมืดกลืนกินหายไป เช้าวันรุ่งขึ้น ป้าเจ้าของหอพักเดินขึ้นมาพร้อมกับช่างไม้ในมือถือกระจกบานใหม่เอี่ยม “อ้าว ป้า... คนเก่าไปไหนแล้วล่ะ?” ช่างไม้ถามพลางมองห้องพักที่ว่างเปล่า ไม่มีกระเป๋าเดินทาง ไม่มีเสื้อผ้า และไม่มีว่องรอยของพีทเหลืออยู่เลย แม้แต่รอยเลือดสักหยดก็ไม่มี จะมีก็เพียงแต่ความสะอาดสะอ้านผิดปกติ “สงสัยจะย้ายออกไปตอนดึกๆ มั้งเด็กสมัยนี้” ป้าตอบหน้าตาเฉยพลางชี้ไปที่ประตูตู้เสื้อผ้า “ติดกระจกบานใหม่เข้าไปเถอะ เดี๋ยวตอนบ่ายจะมีคนมาขอดูห้องอีกคน” ช่างไม้ติดตั้งกระจกบานใหม่เสร็จสิ้น เงาสะท้อนในกระจกบานนั้นใสแจ๋ว แต่หากสังเกตดีๆ ลึกเข้าไปในมุมหนึ่งของกระจก มีเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งคู้ตัวสั่นเทาอยู่มุมห้องในกระจกนั้น ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ปากของเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาสู่ภายนอกได้เลย ป้าเจ้าของหอพักปัดฝุ่นออกจากกระจกเบาๆ พลางแสยะยิ้มที่มุมปาก “สัญญาเช่าที่นี่... ถ้าไม่อยู่ด้วยกาย ก็ต้องอยู่ด้วยวิญญาณนะลูก” เสียงลิฟต์หน้าห้องดังขึ้น “ตึ๊ง!” เป็นสัญญาณว่าเหยื่อรายต่อไปกำลังเดินทางมาถึงห้อง 404 แล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD