กลับจวนสกุลเสิ่น

1241 Words
หลังจากการแต่งงานผ่านไปได้สามวัน วันนี้เป็นวันที่เสิ่นเยว่จะต้องกลับบ้านเดิม นางตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเมื่อวานได้ให้สาวใช้จัดเตรียมของที่จะนำไปเป็นของฝากบิดามารดาของนาง เสิ่นเยว่คิดว่าหลี่เซวียนคงจะไม่สนใจเรื่องนี้นางเลยไม่ได้บอกเขา ตอนเช้าตื่นขึ้นมานางก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่ห้องแล้ว เสิ่นเยว่และชิงจู๋เดินมาที่รถม้าที่จอดรอนางอยู่หน้าจวน ด้านหลังของนางมีบ่าวที่กำลังขนของตามมา ก่อนกลับบ้านเดิมเสิ่นเยว่ได้แวะบอกหลี่ฮูหยินแล้ว และหลี่ฮูหยิน ก็พยักหน้ารับรู้ การเป็นสะใภ้ตระกูลหลี่เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดของนางแล้ว มีแม่สามีใจดีเช่นหลี่ฮูหยินที่เป็นคนประเภทไม่พูดมากไม่เคร่งครัด แค่ไม่ก่อเรื่องให้ตระกูลหลี่เสื่อมเสียเกียรติแค่นั้นก็พอแล้ว อยากจะทำอะไรนางล้วนไม่ห้าม บางครั้งนางจะแค่ถามไถ่สองสามคำเพื่อให้รู้ว่านางไม่ได้ละเลยเสิ่นเยว่ เพราะแบบนี้เสิ่นเยว่เลยชอบหลี่ฮูหยินแม่สามีของนางมากกว่าสามีปลอมๆ เช่นหลี่เซวียนเสียอีก “ยกของขึ้นหมดแล้วก็รีบไปเถอะสายมากแล้ว” เสิ่นเยว่หันไปพูดกับบ่าวไพร่บางคนที่ต้องตามนางกลับบ้านเดิมวันนี้นางจะต้องค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน คงจะไม่ได้เจอเจ้านกน้อย เอ๊ะ!!! เจ้านกน้อย เสิ่นเยว่ที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าหยุดชะงักไป ชิงจู๋มองอย่างสงสัยว่าคุณหนูของนางทำไมไม่ขึ้นรถม้าเสียที เสิ่นเยว่หันมาหาชิงจู๋กระซิบบางอย่างกับนาง ชิงจู๋ตาโตทันที นางรีบหันหลังวิ่งกลับไปที่เรือนของหลี่ เซวียน ส่วนเสิ่นเยว่ก็ขึ้นไปบนรถม้าตามปกติและนางก็ต้องชะงักป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นหลี่เซวียนนั่งอยู่ด้านในรถม้าอยู่ก่อนแล้ว เสิ่นเยว่รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ท่านมาทำอะไรที่นี่ มิใช่ว่าท่านไปที่ค่ายทหารแล้วหรือ” เสิ่นเยว่ถามเขาเสียงเรียบนางไม่มองแม้แต่ใบหน้าเขา หลี่เซวียนที่ปกติจะเป็นคนช่างสังเกตแต่วันนี้กลับมองไม่เห็นอาการปั้นปึ่งของเสิ่นเยว่ เขาตอบคำถามของนางเสียงปกติ “วันนี้เป็นวันที่สามที่เจ้าแต่งเข้าสกุลหลี่ และเป็นวันที่เจ้าสาวจะต้องกลับบ้านเดิม ข้าจะไม่กลับไปกับเจ้าได้อย่างไรถ้าหากข้าปล่อยเจ้ากลับไปคนเดียว ตระกูลเสิ่นจะต้องคิดว่าข้าละเลยและทำไม่ดีกับเจ้าแน่นอน อีกอย่างเรายังต้องเล่นละครด้วยกันไปอีกหนึ่งปี เจ้าลืมไปแล้วหรือ” เสิ่นเยว่มองเขาเล็กน้อย แต่นางไม่ได้ตอบกลับคำพูดของหลี่เซวียนนางนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแต่ภายในใจกลับคิดไปอีกแบบ เจ้าคงจะอยากให้ครบหนึ่งปีพรุ่งนี้เลยล่ะสิ จะได้รีบพาแม่สองดอกบัวนั่นเข้าจวน เสิ่นเยว่มองค้อนเขาหนึ่งทีแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แล้วทั้งสองคนก็นั่งเงียบไปตลอดการเดินทาง รถม้าของตระกูลหลี่จอดลงที่หน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่น หลี่เซวียนลงมาจากรถม้าก่อน จากนั้นก็คอยประคองเสิ่นเยว่ตามลงมาแม้นางจะยังเคืองหลี่เซวียนแต่นางก็ยังจำได้ว่าตนเองยังต้องเล่นละครตบตาครอบครัวของนางอยู่ เสิ่นเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปั้นหน้ายิ้มแสนอ่อนหวานดูมีความสุขเดินลงรถม้าตามการประคองของหลี่เซวียน ทั้งสองคนเดินเข้าประตูใหญ่ด้านหลังมีบ่าวไพร่ที่ช่วยกันขนของฝากลงจากรถม้า พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่มายืนรอนางตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นน้องสาวคนเล็กเดินมากับเจ้าหน้าหยก พวกเขาก็รีบเข้าไปล้อมนางเอาไว้ เบียดหลี่เซวียนออกไปไกลจากนั้นต่างชิงกันถามนางเสียงเซ็งแซ่ เป็นเสิ่นฮูหยินที่เดินเข้ามาห้าม นางจ้องพวกเขาตาเขม็งทั้งห้าจึงได้ถอยห่างออกจากเสิ่นเยว่ไป เสิ่นเยว่ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจให้กับพี่ชายทั้งห้าของนาง พวกเขาทั้งหมดเดินเข้าห้องโถงหลักไป ที่นั่นมีมหาเสนาบดีเสิ่นกับเสิ่นฮูหยินนั่งอยู่ เสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนคุกเข่าคารวะทั้งสองตามพิธี จากนั้นหลี่เซวียนก็ถูกพี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ลากออกไป นางไม่สนใจว่าพี่ชายของนางจะจัดการยังไงกับหลี่เซวียน นางกับเสิ่นฮูหยินเดินตรงไปที่เรือนเดิมที่นางเคยพัก “อยู่ที่นั่นเป็นอย่าไรบ้าง แม่สามีของเจ้าคงจะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจกระมัง” เสิ่นเยว่ส่ายหัว “นางดีมากเจ้าค่ะ ไม่ค่อยเคร่งครัดเท่าใดนักข้าจึงอยูที่นั่นได้อย่างหายใจหายคอได้สะดวก อีกอย่างท่านพ่อของหลี่เซวียนก็ค่อนข้างเอ็นดูข้าเจ้าค่ะ ข้าไม่มีอะไรต้องให้ลำบากท่านแม่วางใจได้” เสิ่นฮูหยินพยักหน้า ” ก็ลองเขากล้าทำให้เจ้าลำบากใจดูสิ ข้าจะฟ้องศิษย์พี่ใหญ่ให้ลงโทษเขาไม่ให้กลับมาที่เมืองหลวงอีกเลย นางพูดเสียงเบากับตนเอง แต่เสินเยว่กลับได้ยิน “ท่านแม่พูดถึงใครหรือเจ้าคะ” เสิ่นฮูหยินยิ้มให้นาง “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าดูซิว่าที่เรือนยังขาดเหลืออะไรบ้าง แม่จะได้ให้บ่าวจัดหามาให้ ลูกเขยมาค้างที่จวนตระกูลเสิ่นครั้งแรกจะทำให้เสียหน้าไม่ได้” เสิ่นเยว่เบะปากในใจ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจยังไงเขาก็ยังต้องนอนบนตั่งแยกจากนางอยู่ดี เตรียมให้ดีไปก็เท่านั้น ทางด้านหลี่เซวียน เขาเดินตามพี่ชายทั้งห้าของเสินเยว่มาที่ลานฝึกด้านหลังของจวน นี่เป็นครั้งที่สองที่หลี่เซวียนมาที่นี่ ครั้งแรกเขาไปแค่ที่เรือนของเสิ่นเยว่ ไม่นึกเลยว่าตระกูลเสิ่นจะมีลานฝึกยุทธที่กว้างขวางขนาดนี้ พวกเขาล้วนมิใช่ขุนนางฝ่ายบู๊ เหตุใดจึงต้องมีลานฝึกยุทธเอาไว้ที่เรือน เสิ่นซีห่าวพี่ชายคนที่ห้าของเสิ่นเยว่โยนหอกให้หลี่เซวียน “น้องเขยวันนี้เจ้าพึ่งมาตระกูลเสิ่นของเราเป็นครั้งแรก เจ้าคงยังไม่รู้ว่านี่เป็นกฎการต้อนรับแขกที่มาเยือนของเราหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” หลี่เซวียนมองหอกในมืออย่างสบายๆ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกสักนิด เขาเริ่มฝึกหอกมาตั้งแต่อายุห้าขวบ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องขำๆ สำหรับเขา หลี่เซวียนมองเหล่าพี่ชายของเสิ่นเยว่ด้วยหางตา เขายังจำได้วันนั้นบุรุษทั้งห้าพยายามจะมอมเหล้าเขาแต่ตนเองกลับเมาพับไปก่อนจนต้องให้คนมาหามไปส่งที่จวน ดูดีๆ แล้วพี่ชายคนที่ห้าของเสิ่นเยว่ยังดูเด็กกว่าเขานักท่าทางอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD