ใช้เวลาร่วมกัน

1388 Words
เสิ่นเยว่พึ่งเคยใกล้ชิดบุรุษเป็นครั้งแรกนอกจากท่านพ่อและเหล่าพี่ชายของนาง นางรู้สึกตื่นเต้นจนตัวแข็งทื่อไปหมด หลี่เซวียนเองก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก กลิ่นหอมของนางทำให้เขารู้สึกปั่นป่วน ที่เขาพาเสิ่นเยว่ขึ้นหลังม้ามาด้วยกันเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบของเขาเท่านั้น ตอนนั้นเขารู้สึกหงุดหงิดที่เห็นนางพูดคุยกับบุรุษอื่น เขายอมรับว่าตนเองขาดสติไปชั่วขณะจึงได้ทำเรื่องที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อน “เจ้า...นั่งสบายหรือไม่” หลี่เซวียนพึ่งสังเกตว่านางนั่งตัวแข็งทื่อจึงกังวลว่านางจะรู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งม้าตัวเดียวกับเขา เสิ่นเยว่ขยับตัวเล็กน้อย “ข้า...สบายดีท่านกำลังจะไปไหนหรือ” หลีเซวียนพึ่งรู้ว่าตนเองพานางขี่ม้าออกมานอกเมืองแล้ว และเขายังไม่รู้เลยว่ากำลังจะพานางไปไหน ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากพานางออกไปจากที่นั่นก็เท่านั้น หลี่เซวียนกระแอมไอเบาๆ “ข้าว่าจะพาเจ้าไปสถานที่ลับของข้า เจ้า...อยากจะไปหรือไม่” เสิ่นเยว่เอียงหน้ามองเขาเล็กน้อย ท่าทางของนางในสายตาหลี่เซวียนดูน่ารักน่าเอ็นดูจนเขาอยากจะเอื้อมมือไปลูบผมยาวนุ่มสลวยของนางแต่เขาก็ยั้งใจเอาไว้ได้ เพราะเสิ่นเยว่ตัวเล็กกว่าหลี่เซวียนจึงทำให้เวลาขี่ม้าเหมือนว่าเขากำลังโอบกอดนางอยู่ หัวใจของหลี่เซวียนเต้นกระหน่ำรัวอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อนึกได้ว่าตนเองกำลังกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน “เป็นสถานที่เช่นไรหรือ” เสียงหวานของเสิ่นเยว่ปลุกสติของหลี่เซวียนที่กำลังเตลิดไปไกล “ปะ....เป็นสถานที่ที่เจ้าเห็นแล้วจะต้องชอบแน่ๆ” หลี่เซวียนพูดติดอ่างเล็กน้อย เมื่อเขานึกได้ว่าตนเองกำลังคิดอกุศลกับเสิ่นเยว่ เขาได้แต่ท่องในใจซ้ำไปซ้ำมาว่านางเป็นเพียงคู่สัญญาของเขาเท่านั้น คนที่เขาชอบคือสตรีที่อยู่ในความลับคนนั้นต่างหาก “ได้สิท่านพาข้าไปดูหน่อย” เสิ่นเยว่เงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้หลี่เซวียน รอยยิ้มของนางสำหรับหลี่เซวียนตอนนี้มันช่างงดงามและเจิดจ้ายิ่งนัก เขามองใบหน้าของนางอย่างตกตะลึง เสิ่นเยว่เห็นว่าหลี่เซวียนเอาแต่จ้องนางอยู่เช่นนั้นนางก็รู้สึกสงสัยว่าใบหน้าของนางมีอะไรติดอยู่ “ใบหน้าของข้ามีอะไรติดอยู่หรือ” เสิ่นเยว่ยกมือขึ้นคลำใบหน้าของตนเองไปมา หลี่เซวียนอยากตบหัวตนเองเเรงๆ ยิ่งนักที่ทำตัวเหลวไหลเอาเเต่คิดเรื่องอกุศลกับนาง เขาลืมตัวเมื่ออยู่ต่อหน้านางกี่ครั้งแล้วนะอันตรายจริงๆ ครั้งหน้าคงต้องอยู่ให้ห่างๆ นางเอาไว้บ้างแล้ว หลี่เซวียนพาเสิ่นเยว่ขี่ม้าออกนอกเมืองมาราวครึ่งชั่วยาม เขาพานางขี่ม้าเลาะขึ้นมาบนเขาตัดผ่านป่าและเดินขึ้นเขามาถึงทุ่งหญ้าโล่งเตียน มีเพียงต้นไม้ใหญ่เพียงต้นเดียวที่ยืนเด่นตระหงานกลางทุ่ง รอบๆ มีเพียงหญ้าเขียวชะอุ่มขึ้นไม่สูงเท่าใดนัก หลี่เซวียนบังคับม้าให้เดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากนั้นเขาก็ลงจากหลังม้าและรับเสิ่นเยว่ลงมาด้วย หลี่เซวียนปล่อยให้ม้าออกเดินไปกินหญ้าอย่างอิสระ เขาไม่ได้ผูกมันเอาไว้ เสิ่นเยว่มองตามม้าที่เดินออกไปอย่างกังวล “มันไม่ไปไหนไกลหรอเจ้าไม่ต้องห่วง มันมาที่นี่กับข้าตั้งแต่มันยังเล็กจะพูดให้ถูกคือข้าเจอมันที่นี่ ลูกม้าป่าที่หลงจากแม่ของมัน ตอนนั้นข้ายังเป็นเพียงทหารใหม่ที่พึ่งได้รับการฝึกฝน ม้าของข้าเตลิดเข้าป่ามาข้าจึงต้องเข้ามาตามมันด้วยตนเอง ข้าจึงได้พบที่นี่เข้าโดยบังเอิญ ข้าเจอเจ้าเด็กนั่นนอนหายใจรวยรินอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ ตอนนั้นข้าเห็นมันเป็นแค่ลูกม้าป่าตัวหนึ่งร่างกายของมันเต็มไปด้วยรอยเขี้ยวเล็บของหมาป่า ข้าไม่รู้ว่ามันรอดจากฝูงหมาป่ามาได้อย่างไรทั้งที่เป็นแค่ลูกม้า แต่อาการของมันตอนนั้นก็หนักเอาการ ข้าเห็นมันก็ลืมเรื่องที่มาตามหาม้าที่เตลิดเข้าป่ามาทันทีคิดแต่เพียงว่าอยากจะช่วยให้มันรอด ข้าใช้มีดสั้นตัดต้นไม้ที่อยู่ในป่ามาทำเป็นเปลลากมันกลับค่ายทหาร กว่าข้าจะลากมันถึงค่ายทหารก็ผ่านไปหนึ่งคืนเต็มๆ เจ้าม้าที่ข้าเข้าไปตามหาในป่ากลับมาที่ค่ายทหารด้วยตนเอง ข้าที่ลำบากเข้าไปตามหามันถึงกับนึกโมโห เจ้าม้านั่นเชิดหน้ากินหญ้าโดยไม่สนใจข้าที่ต้องลำบากออกตามหามันสักนิด นี่เป็นเรื่องตั้งแต่ที่ข้าอายุสิบสี่” หลี่เซวียนเล่าเรื่องราวตั้งแต่เขายังเป็นเพียงทหารฝึกใหม่ให้เสิ่นเยว่ฟัง นางนั่งตาแป๋วฟังเขาเล่าเรื่องเก่าอย่างตั้งใจ “ท่านโชคดีจริงๆ ที่มีเรื่องราวในชีวิตให้เล่ามากมาย ข้าต้องถูกท่านแม่คอยเคี่ยวกรำฝึกฝนมารยาทและความสามารถของสตรีตระกูลใหญ่ตั้งแต่เด็กจนโต จะออกนอกจวนสักครั้งยังลำบากตอนยังเล็กข้าแอบหนีออกมาเที่ยวข้างนอก พอท่านแม่จับได้นางจะไม่ลงโทษข้าแต่ลงโทษเหล่าพี่ชายของข้าแทน ตอนเด็กข้าไม่คิดอะไรมากเลยเเอบหนีเที่ยวบ่อยๆ เพราะไม่รู้ว่าท่านแม่ลงโทษพวกพี่ชายของข้ายังไง ตอนอายุสิบสองท่านแม่ให้ข้ามาดูการลงโทษของพี่ชายด้วยตาตัวเอง พวกเขาแต่ละคนจะถูกโบยคนละยี่สิบไม้ และต้องนั่งคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเป็นเวลาสองวัน ข้าร้องไห้ขอร้องท่านแม่ให้ลงโทษข้าแทน แต่ท่านแม่บอกว่าพวกพี่ชายเป็นคนออกมายอมรับการลงโทษทั้งหมดที่ข้าเป็นคนทำผิดเอง ตลอดมาที่ข้าแอบหนีออกไปเที่ยวพวกเขาก็จะถูกโบยเช่นนี้ และยังขอให้ทุกคนในเรือนช่วยปิดเป็นความลับ ตอนนั้นข้ายังคิดอยู่เลยว่าทำไมพวกพี่ชายของข้าถึงได้อ่อนแอป่วยบ่อยเพียงนี้ หลังจากที่ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด ทำให้พวกเขาต้องมารับโทษข้าก็ไม่กล้าหนีออกไปเที่ยวอีกเลย ข้ารู้สึกซาบซึ้งในความรักของพวกพี่ชายที่มีต่อข้ามาก ตอนที่ข้าแต่งเข้าสกุลหลี่ของท่านพวกพี่ชายของข้าต่างก็ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ ขอร้องท่านแม่ว่าอย่าให้ข้าแต่งออกมาเลย ให้ท่านแต่งเข้าสกุลเสิ่นแทน ท่านคิดดูว่าพวกเขารักข้าขนาดไหน” หลี่เซวียนนึกถึงวันเเต่งงานขึ้นมาทันที บุรุษห้าคนที่ดวงตาแดงก่ำจ้องเขาเขม็งในวันที่ไปรับตัวเจ้าสาวคือพี่ชายของนางสินะ กระทั่งหลังจากกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จแล้ว พวกเขาห้าคนยังตามมาที่สกุลหลี่มอมเหล้าเขาจนเมา โชคดีที่เขาคอแข็งห้าคนนั้นเลยเมาพับไปก่อน ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าเขาจะถูกกลั่นแกล้งอะไรอีก เสิ่นเยว่ยิ้มออกมาอย่างจนใจเมื่อนึกถึงวันแต่งงานของนางที่เหล่าพี่ชายร้องไห้เป็นเผาเต่าเหมือนกำลังจัดงานศพสีแดง ท่านแม่ต้องสั่งให้บ่าวไพร่จับตัวเขาห้าคนเอาไว้ หลังจากส่งตัวเสร็จถึงได้ยอมปล่อยออกมา เสิ่นเยว่ไม่รู้ว่าพี่ชายทั้งห้าของนาง แอบมาที่เรือนสกุลหลี่ในวันนั้นด้วย ถ้านางรู้คงจะรู้สึกปวดหัวยิ่งกว่าเดิมแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD