เข้าใจผิด

1374 Words
“พวกเขารักเจ้าจริงๆ” หลี่เซวียนพูดขึ้นมาเบาๆ “ข้าไม่มีพี่น้องท่านพ่อกับท่านแม่มีข้าเพียงคนเดียวจึงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพี่น้องเท่าใดนัก” หลี่เซวียนยิ้มให้เสิ่นเยว่ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขายิ้ม ทั้งสองคนนั่งเงียบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางทุ่ง เป็นเวลานาน ปล่อยใจให้ล่องลอยคิดถึงเรื่องต่างๆ ของตนเอง เสียงลมพัดยอดไม้กลิ่นของหญ้าที่ขึ้นเขียวชะอุ่มไหวไปมาเพราะแรงลม และเสียงนกกาที่กำลังบินกลับรัง พระอาทิตย์ยามเย็นกำลังลับขอบฟ้าแต่งแต้มต้นไม้ยอดหญ้าให้กลายเป็นสีส้มสวยงาม เสิ่นเยว่มองภาพทั้งหมดอย่างตกตะลึง ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยเห็นอะไรสวยงามและน่าอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน นางไม่เข้าใจว่าสิ่งที่นางรู้สึกอยู่เรียกว่าอะไรแต่น้ำตาของนางไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกของนางมันเต็มตื้น เหมือนตัวนางกำลังได้รับการเติมเต็มจากบางอย่าง มันทั้งงดงามและน่าตื่นเต้น “ขอบคุณที่ท่านพาข้ามาที่นี่นะ” เสิ่นเยว่หันไปของคุณเขาทั้งน้ำตา หลี่เซวียนค่อนข้างตกใจกับปฏิกิริยาของนางเขาไม่นึกว่าเพียงภาพพระอาทิตย์ยามเย็นจะสามารถทำให้นางทราบซึ้งได้ถึงเพียงนี้ หลี่เซวียนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้นางโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขารู้สึกชาหนึบเมื่อได้ห็นน้ำตาของนาง ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจยิ่งนัก หลังจากหลี่เซวียนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของเสิ่นเยว่ ทั้งสองก็ชะงักไป เมื่อได้สติกลับมาบรรยากาศก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที ทั้งสองคนยืนเงียบท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ยามเย็น เป็นเสิ่นเยว่ที่กระแอมไอไล่บรรยากาศอึกอัดออกไป “ข้าคิดว่าเราน่าจะกลับได้แล้วกระมัง นี่ก็ออกมานานแล้วข้ากลัวว่าชิงจู๋จะเป็นห่วง” เสิ่นเยว่เอาสาวใช้ของนางมาเป็นข้าอ้างเพื่อหาทางออกจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ หลี่เซวียนพยักหน้าเห็นด้วยกับนาง เขาเป่าปากเรียกเจ้าม้าที่เดินเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล จากนั้นหลี่เซวียนก็พาเสิ่นเยว่ขี่ม้ากลับจวนตระกูลหลี่ ทั้งสองคนกลับมาหลังจากที่ท้องฟ้ามืดแล้ว ชิงจู๋นั่งรอเสิ่นเยว่ที่หน้าเรือนด้วยความเป็นห่วงอย่างที่คิด เสิ่นเยว่รีบอธิบายเรื่องทุกอย่างให้ชิงจู๋ฟังอย่างลนลาน ระหว่างเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนยังคงมีบรรยากาศที่ชวนอึดอัดอยู่เล็กน้อย ทั้งสองคนทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างกระอักกระอ่วน ในใจของพวกเขายังคงมีภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นหลงเหลืออยู่ หลังจากทานอาหารที่ทั้งสองแทบจะไม่รู้สึกถึงรสชาติผ่านไป เสิ่นเยว่รีบอาบน้ำเข้านอนแต่หลี่เซวียนยังคงอยู่ที่ห้องหนังสือเพื่อรอให้เสิ่นเยว่หลับไปก่อน เขาอ้างว่ายังมีงานที่ต้องสะสาง ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามหลี่เซวียนกลับมาที่ห้องนอนพบว่าในห้องได้ดับเทียนไปแล้วเขาจึงค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปแผ่วเบากลัวว่าจะทำให้คนในห้องตกใจตื่น หลี่เซวียนย่องเข้ามาในห้องเมื่อแน่ใจว่าเสิ่นเยว่ได้หลับไปแล้ว เขาก็ล้มตัวลงนอนที่ตั่งตัวเดิมของตน เมื่อเขาหลับตาภาพอิริยาบทต่างๆ ของเสิ่นเยว่ก็แวบเข้ามาในหัวของเขา จนทำให้หลี่เซวียนไม่สามารถนอนหลับได้ กลิ่นหอมของกายนางยังคงอบอวลอยู่ภายในจมูกของเขา หลี่เซวียนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ จนกระทั่งเกือบรุ่งสางเขาจึงได้หลับไปเพราะความอ่อนเพลีย สายมากแล้วทั้งเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนยังไม่มีใครตื่นสักคน บ่าวในเรือนก็ไม่มีใครกล้าปลุกทั้งสองคนเพราะคิดว่าเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามันทั้งสองอาจจะอยากใช้เวลาอยู่ร่วมกันในห้องสองต่อสอง เกือบถึงเวลาอาหารกลางวัน เสิ่นเยว่ตื่นขึ้นมาเพราะว่าท้องของนางกำลังร้องประท้วงด้วยความหิว มื้อเย็นของเมื่อวานนางทานไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการกระทำของ หลี่เซวียนทำให้นางสับสนจนนอนไม่หลับ เมื่อนางหลับไปแล้วเขากลับเข้ามาอยู่ในฝันของนาง แล้วแบบนี้นางจะกล้ามองหน้าเขาได้อย่างไร หลี่เซวียนได้ยินเสียงขยับตัวบนเตียงเขาก็รู้แล้วว่านางตื่นแล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะหลับได้ก็เกือบจะรุ่งสาง วันนี้เขาเลยตื่นสายไม่ต่างจากนาง หลี่เซวียนลุกขึ้นมาช่วงเวลาเดียวกับเสิ่นเยว่ทั้งสองสบตากันนิ่ง หลี่เซวียนยกกำปั้นขึ้นปิดปากกระแอมไอเบาๆ “ขะ...ข้าไปทำงานสายแล้วขอตัวก่อน” หลี่เซวียนคิดว่าต้องหนีจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ให้ได้ก่อนเขาไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องราวเช่นนี้ เสิ่นเยว่พยักหน้าให้เขาอย่างลนลาน นางก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขาทั้งสองแยกกันทำเรื่องส่วนตัวจากนั้นก็ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตน เสิ่นเยว่นั่งรอที่หน้าต่างห้องนางคิดว่าได้เวลาที่เจ้านกน้อยลู่ลู่จะมาแล้ว เจ้าลู่ลู่ก็ไม่ปล่อยให้นางต้องผิดหวังเพราะนางรอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงกระพือปีกเบาๆ ที่นอกหน้าต่าง “ลู่ลู่น้อยเจ้ามาแล้ว ชิงจู๋ไปเอาขนมมาเร็ว” เสิ่นเยว่รีบสั่งชิงจู๋อย่างยินดี ตอนนี้นางคิดว่าถ้าหากว่านางได้อ่านจดหมายของสหายในความลับ นางจะต้องเลิกสับสนเรื่องของความรู้สึกที่มีต่อหลี่เซวียนอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้หลี่เซวียนมาที่ห้องหนังสือเขาก็รู้สึกเหมือนกับเสิ่นเยว่ คือต้องเขียนจดหมายหาสหายของเขาจะได้ไม่สับสนกับความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้ และนั่นก็เป็นเรื่องจริงเขานั่งรอจดหมายจากลู่ลู่ และสหายในความลับของเขาได้เขียนตอบกลับเขามาว่า แม้อยู่ห่างไกล ความรู้สึกไม่แปรผัน มิเคยลืมเลือน นั่นเป็นคำตอบของนางที่ตอบกลับเขามา หลี่เซวียนอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ใช่แล้วความรู้สึกนี้แหละที่เป็นของจริงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเสิ่นเยว่ก็เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเพียงเท่านั้น ช่วงเวลาก่อนหน้าที่ลู่ลู่จะบินนำจดหมาไปส่งให้สหายลึกลับของเสิ่นเยว่ นางได้เปิดม้วนกระดาบใบน้อยออกอ่านหัวใจของนางเต้นตึกตักและรู้สึกวูบวาบกับข้อความที่เขาส่งมา อยู่ห่างไกล ยากพานพบยังคงคนึงหาอยู่ทุกชั่วยาม หลี่เซวียนออกไปที่ค่ายทหารแล้ว ส่วนเสิ่นเยว่ก็ว่างอยู่ที่เรือนไม่มีอะไรทำ แต่เมื่อวานนางพึ่งจะออกไปข้างนอกแถมยังมีเรื่องกับคนอื่นอีก นางนึกถึงปฏิกิริยาของสองคนนั้น ที่มีต่อหลี่เซวียนหลินซูเมิ่งกับเจียงงหลี มันยังค้างคาติดอยู่ในใจของนาง “ลี่ลี่ เจ้าออกไปสืบเรื่องบางอย่างให้ข้าหน่อย” เสิ่นเยว่เรียกสาวใช้อีกคนที่ติดตามนางมา “เจ้าค่ะฮูหยินน้อย” “ข้าอยากรู้เรื่องของหลินซูเมิ่งกับเจียงหลี พวกนางมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับหลี่เซวียน เรื่องนี้ต้องทำเป็นความลับเจ้ารู้ว่าควรทำอย่างไร” ลี่ลี่พยักหน้า นางเป็นสาวใช้ที่มีวรยุทธที่เสิ่นฮูหยินจัดวางเอาไว้ข้างกายของเสิ่นเยว่ตั้งแต่ยังเด็ก สาวใช้อีกสามคนก็ไม่ต่างกัน ในเวลาปกติ พวกนางไม่ต่างจากสาวใช้ทั่วไป แต่เมื่อมีเรื่องให้ต้องใช้งานพวกนางจะแสดงศักยภาพออกมาทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD