“นางสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า”
เจียงหลีเอี้ยวตัวไปยกมือขึ้นทำท่าจะตบเสิ่นเยว่ แต่นางถอยหลังออกจนพ้นรัศมีของมือที่วาดมา เจียงหลีที่พลาดเป้าหมายล้มลงบนพื้นอย่างอนาถ เสียงหัวเราะจากคนรอบข้างดังสนั่นหลี่เซวียนมองไปที่นางด้วยสายตาเย็นชา เขาเดินมาขวางหน้าเสิ่นเยว่เอาไว้
“คุณหนูเจียงครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสา แต่ถ้าหากเจ้าคิดจะทำร้ายฮูหยินของข้าอีกละก็รับรองเรื่องนี้ได้ถึงหูบิดาของเจ้าแน่”
หลี่เซวียนหันมาประคองเสิ่นเยว่แล้วเดินจากไป
“หลี่เซวียนเสิ่นเยว่ พวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับข้าในวันนี้”
เจียงหลีส่งสายตาอาฆาตไปที่คนทั้งสองที่เดินออกมาโดยไม่สนใจว่านางจะโกรธแค้นตนเพียงใด
“ท่านทำเช่นนี้กับนางรับรองว่านางจะต้องตามมาแก้แค้นท่านแน่ๆ”
เสิ่นเยว่พูดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองขึ้นมาบนรถม้าแล้ว
“นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอ จะสามารถทำอันใดข้าได้”
หลี่เซวียนนั่งไขว่ห้างมีท่าทีสบายๆ
“ท่าดูถูกความเคียดแค้นของสตรีมากเกินไป ท่านทำให้นางโมโหขนาดนั้นรับรองว่านางจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านตกอยู่ในสภาพเดียวกับนาง ระวังเอาไว้หน่อยก็ดี”
หลี่เซวียนมองเสิ่นเยว่ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“เจ้ากำลังเป็นห่วงข้า”
เสิ่นเยว่ทำหน้าเหรอหรา
“ท่านพูดเรื่องอะไรใครห่วงท่านกัน ข้าแค่เป็นห่วงว่าถ้าหากท่านแม่ของท่านรู้เข้านางอาจจะไม่สบายใจ”
หลี่เซวียนย้ายมานั่งข้างเดียวกับเสิ่นเยว่
“เจ้าพูดจริงหรือ”
เขากระซิบข้างหูนางพร้อมทั้งเป่าลมร้อนทำให้ขนอ่อนบนกายนางพร้อมใจกันลุกชัน
“ท่านกำลังเล่นอะไรเนี่ย ถอยออกห่างจากข้าหน่อยตอนนี้เราอยู่บนถนนนะคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดี”
หลีเซวียนหัวเราะน้อยๆ กับคำตอบที่แสนน่ารักของนาง
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะบอกว่าถ้าหากว่าอยู่ในห้องนอนข้าสามารถทำเช่นนี้ได้ใช่หรือไม่”
หลี่เซวียนคว้าร่างเล็กของเสิ่นเยว่ขึ้นมานั่งบนตักเขา
การสนทนาของทั้งสองคนไม่เบานัก คนขับรถม้าถึงกับหน้าแดงเมื่อได้ยินเจ้านายทั้งสองคุยกัน ตอนนี้เขาอยากไปให้ถึงจวนเร็วๆ จะแย่เพราะคิดถึงภรรยาที่กำลังรอเขาอยู่
เสิ่นเยว่และหลี่เซวียนกลับมาที่จวนโดยไม่ได้แวะไปที่อื่นอีก ทิ้งเรื่องราวของเจียงหลีและหลินซูเมิ่งเอาไว้เบื้องหลัง เมื่อทั้งสองกลับมาถึงเรือนของตนเอง เสิ่นเยว่เรียกให้ลี่ลี่มาหานางส่วนหลี่เซวียนก็ไปที่ห้องหนังสือจัดการงานบางอย่างของเขา
“ลี่ลี่ไปสืบมาว่าเหตุใดหลินซูเมิ่งถึงรู้ว่าข้าไปที่ทะเลสาบว่านเหลียว ตามหาบ่าวที่ขายนายเพื่อเงินเล็กน้อยนั่นออกมา อย่าให้ท่านแม่ทัพน้อยรู้เรื่องนี้ครั้งก่อนเจ้าทำงานหละหลวมเกินไป ปล่อยให้เขารู้ว่าข้าตามสืบเรื่องของเขาได้”
เสิ่นเยว่มองลี่ลี่ด้วยสายตาคาดโทษ นางไม่ได้ออกคำสั่งให้ลงโทษลี่ลี่แต่ลี่ลี่รู้ว่าตนเองได้ทำงานพลาดไปจึงต้องลงโทษตัวเอง นั่นเป็นกฎที่พวกเขาได้รับการสั่งสอนมา คุณหนูเป็นคนใจอ่อนเมื่อทำงานพลาดจึงไม่เคยทำโทษสาวใช้เลย แต่ถ้าหากว่าเป็นฮูหยิน พวกเขาอาจถูกเฆี่ยนจนหลังแตกแน่
“ลี่ลี่ทราบแล้วเจ้าค่ะฮูหยินน้อย ลี่ลี่จะไม่ทำพลาดเป็นครั้งที่สองอีก”
เสิ่นเยว่พยักหน้าให้นางออกไป จากนั้นเดินมานั่งที่ตั่งตัวยาวที่หลี่เซวียนเคยนอน นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
“ไม่ได้สิ ข้าต้องตัดใจจากเขาไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการทำผิดต่อหลี่ เซวียน”
เสิ่นเยว่ปิดหน้าต่างเข้ามาเพื่อไม่ให้ตนเองต้องคิดถึงเรื่องของคนที่ปล่อยให้นางยืนตากแดดรอเขาจนต้องล้มป่วย
ไม่กี่วันต่อมามีเทียบเชิญจากตระกูลเจียงถูกส่งมาที่ตระกูลหลี่สองฉบับ เป็นเทียบเชิญงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงแต่ชื่อในเทียบเชิญได้ระบุเอาไว้ว่าเชิญแม่ทัพใหญ่หลี่เหอและฮูหยินกับท่านแม่ทัพน้อย หลี่เซวียน แต่ไร้ชื่อของเสิ่นเยว่ที่เป็นสะใภ้ของตระกูลหลี่ เมื่อหลี่เซวียนได้เห็นเทียบเชิญเขาก็ฉีกทิ้งทันที เสิ่นเยว่เห็นดังนั้นก็เอ็ดเขาเสียงดัง
“เหตุใดท่านทำเช่นนี้ นี่เป็นเทียบเชิญที่ระบุชื่อของท่านนะ ท่านไม่ไปก็แค่ให้คนเขียนหนังสือตอบปฏิเสธฉีกทิ้งเช่นนี้เหมือนกับไม่ไว้หน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงและอาจทำให้สองตระกูลหมางใจกันได้ ถึงอย่างไรฮูหยินผู้เฒ่าเจียงคนนั้นก็เป็นผู้อาวุโส”
“นั่นหาใช่เรื่องของข้าที่จะต้องสนใจ นางเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเจียงไม่ใช่ตระกูลหลี่ ท่านย่าของข้าปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดเลี่ยงสือนอกเมืองหลวง นางถึงจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหลี่อย่างแท้จริง เจ้าก็ไม่ต้องไปสนใจว่าตระกูลเจียงจะคิดอย่างไร คนที่เจ้าควรสนใจคือข้าต่างห่าก”
พูดจบหลี่เซวียนก็หันมาทำสายกรุ้มกริ่มใส่เสิ่นเยว่ นางตีแขนเขาไปหนึ่งทีด้วยท่าทางเขิลอาย หลี่เซวียนที่หลังจากฉีกเทียบเชิญทิ้งไปแล้วเขาก็ไม่กล่าวถึงเรื่องนี้อีก
แต่ไม่ใช่กับเสิ่นเยว่นางมองเทียบเชิญในมือที่ขาดออกจากกันเป็นสองแผ่นอย่างครุ่นคิด
“เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับข้าจริงๆ สินะเจียงหลีข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะสามรถทำเรื่องอันใดได้อีก ลี่ลี่บ่าวคนนั้นเจ้าขังเอาไว้ที่ใด”
เสิ่นเยว่ถามลี่ลี่ชาวใช้ที่นางให้ไปสืบเรื่องที่หลินซูเมิ่งรู้เรื่องที่นางกับหลี่เซวียนไปที่ทะเลสาบว่านเหลียวได้อย่างไร หลังจากที่ลี่ลี่สืบรู้ว่าวันนั้นมีบ่าวชายที่ทำหน้าที่ทำความสะอาดลานเรือนของหลี่เซวียน ออกจากจวนไปหลังจากที่ทั้งสองคุยกันเรื่องที่จะไปทะเลสาบว่านเหลียว เสิ่นเยว่ก็ให้ลี่ลี่จับบ่าวชายคนนั้นไปขังเอาไว้ก่อน เสิ่นเยว่ปล่อยให้ลี่ลี่ทรมาณเขาเล็กน้อยไม่นานบ่าวชายคนนั้นก็เปิดปากออกมาทั้งหมด
เขารับเงินมาจากสาวใช้ของเจียงหลีไม่ใช่หลินซูเมิ่ง เสินเยว่รู้ได้ทันทีว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเจียงหลีที่เป็นคนบงการ แต่ที่นางไม่รู้คือเจียงหลีได้ซื้อตัวบ่าวที่จวนสกุลหลี่ไว้กี่คนกันแน่
ผ่านไปเพียงวันเดียวเทียบเชิญงานวันเกิดของฮูหยิงผู้เฒ่าเจียงก็ถูกส่งมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีชื่อของเสิ่นเยว่อยู่ในนั้นด้วย
“ดูท่านางจะยังไม่ยอมแพ้ ไปหามาว่าวันนั้นที่หลี่เซวียนฉีกเทียบเชิญมีใครรู้เรื่องบ้าง สงสัยคงต้องทำการกำจัดหนูที่คอยวิ่งรบกวนข้าออกไปสักที”
เมื่อหลี่เซวียนรู้เรื่องที่เสิ่นเยว่ตอบรับเทียบเชิญงานเลี้ยงวันเกิดของตระกูลเจียงเขาก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่
“เจ้าก็รู้ว่านางต้องการวางแผนเล่นงานเจ้าเหตุใดเจ้ายังจะเดินเข้าหากับดักของนาง หัดรู้จักกลัวเสียบ้าง”
เสิ่นเยว่หัวเราะน้อยๆ ออกมา นางป้อนผลไม้ใส่ปากของหลี่เซวียนหลังจากที่ทั้งสองทานอาหารค่ำร่วมกัน ท่าทางของนางออดอ้อนดูน่ารักน่าเอ็นดูจนหลี่เซวียนอดที่จะดึงนางเข้ามาหอมสักฟอดไม่ได้
“ท่านไม่เชื่อมือข้าหรือ ตั้งแต่เด็กข้าก็ไม่เคยพลาดท่าให้พวกนางสักครั้งเลยนะ ยิ่งตอนนี้ข้ามีอิสระจากท่านเเม่ของข้าแล้ว ข้ายิ่งสามารถจัดการนางได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน”
หลี่เซวียนยังสงสัยว่าเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาจะมีความสามรถอันใดที่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้ นางก็เป็นแค่เพียงสตรีที่ถูกขังอยู่ที่เรือนหลังสกุลเสิ่นนางจะมีความสามรถอันใด