วันงานเลี้ยงวันเกิดที่จวนตระกูลเจียง แม่ทัพใหญ่หลี่เหอกับหลี่ฮูหยินขึ้นรถม้าคันแรก เสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนขึ้นรถม้าคันที่สอง เมื่อทั้งสี่คนมาถึงหน้าจวนตระกูลเจียง มีพ่อบ้านกับมามาคอยต้อนรับและที่งานบุรุษกับสตรีนั้นจัดงานเลี้ยงแยกกัน แม่ทัพหลี่กับหลี่เซวียนเดินตามพ่อบ้านตระกูลเจียงไปที่เรือนด้านหน้า ส่วนหลี่ฮูหยินและเสิ่นเยว่เดินตามมามาไป
ด้านในยังมีฮูหยินขุนนางอีกหลายตระกูลที่ถูกเชิญมา เสิ่นเยว่กระซิบบางอย่างกับชิงจู๋ก่อนที่นางจะเดินตามแม่สามีเข้าไปในงาน เสิ่นเยว่นั่งลงข้างหลี่ฮูหยินที่กำลังคุยกับมารดาของนางอย่างออกรส หลังจากที่เสิ่นเยว่คารวะเสิ่นฮูหยินผู้เป็นมารดา นางก็ไม่ได้สนใจว่าทั้งสองสตรีคุยอะไรกัน เสิ่นเยว่กวาดสายตามองหาเจียงหลีแต่นางไม่เห็นเจียงหลีอยู่ที่นี่ทั้งๆ ที่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกับมารดาของนางก็นั่งอยู่ในห้องนั้น
นั่งเพียงไม่นานชิงจู๋ก็เดินเข้ามายืนตรงอยู่ด้านหลังของเสิ่นเยว่ นางก้มตัวเล็กน้อยมากระซิบเบาๆ อย่างไม่ให้ผิดสังเกตุ เสิ่นเยว่พยักหน้าให้นาง ชิงจู๋ก็กลับมายืนหลังตรงเช่นเดิม
"ท่านแม่เจ้าคะข้าต้องขอตัวไปห้องน้ำก่อน”
เสิ่นเยว่บอกมารดาของนางและแม่สามีจากนั้นก็เดินตามชิงจู๋ออกไป เสิ่นฮูหยินมองตามหลังของบุตรสาวตนเองที่เดินออกจากห้องไปอย่างครุ่นคิด
“เจ้าบอกว่านางใช้ให้บ่าวในเรือนไปตามหลี่เซวียนโดยอ้างชื่อข้าอย่างนั้นหรือ”
ชิงจู๋พยักหน้า
“เจ้าค่ะฮูหยินน้อย”
“แผนเดิมๆ นางไม่คิดที่จะใช้ลูกไม้อื่นๆ บ้างหรือไงน่าเบื่อเสียจริง นางคิดว่าถ้าทำให้ตนเองได้เข้าไปอยู่ในจวนสกุลหลี่แล้วหลี่เซวียนจะกลับมาสนใจนางอย่างนั้นหรือแผนฆ่าตัวตายชัดๆ นี่แสดงว่านางยังไม่รู้จักหลี่เซวียนดีพอ ไปเถอะไปเล่นเป็นเพื่อนนางสักหน่อย”
เสิ่นเยว่ใช้วิชาตัวเบาทะยานไปที่เรือนที่ชิงจู๋รายงานว่าบ่าวในเรือนของเจียงหลีตามหลี่เซวียนให้ไปหา เมื่อไปถึงเสิ่นเยว่เปิดประตูเข้าไปพบว่ายังไม่มีใครมา นางจึงกระโดดขึ้นไปแอบอยู่บนคานของห้องคอยดูเรื่องสนุกที่เจียงหลีกำลังจะทำ
ก่อนที่นางจะขึ้นมาแอบบนนี้ เสิ่นเยว่ยังสั่งให้ชิงจู๋ไปหาบางอย่างมาเตรียมเอาไว้ด้วย เสียงคุยเบาๆ แว่วมาบ่งบอกว่าหลี่เซวียนกำลังเดินตามสาวใช้มาที่ห้องนี้
“เจ้าคนโง่นั่น ตามสาวใช้มาที่นี่ด้วยจริงๆ”
เสิ่นเยว่บ่นอย่างระอา นางคิดว่าเขาฉลาดขนาดนั้นจะต้องรู้ว่านี่เป็นแผนของเจียงหลี เหตุใดเขายังตามสาวใช้ของนางมาที่นี่อีก
สาวใช้เปิดประตูให้หลี่เซวียนเข้าไปด้านในและก่อนออกไปยังบอกว่าเสิ่นเยว่บอกให้เขารอในห้อง เมื่สาวใช้ออกจากห้องไปแล้วหลี่เซวียนก็เดินวนรอบห้องนั้นเพื่อสำรวจ เพราะเสียงหายใจเบาๆ ของเสิ่นเยว่ทำให้เขามองขึ้นไปบนคานห้อง
“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่”
หลี่เซวียนนึกแปลกใจเขากระโดดขึ้นไปบนคานแล้วนั่งลงข้างๆ เสิ่นเยว่ สาวใช้ของนางมีวรยุทธทำให้เขาแปลกใจมากแล้ว แต่นางก็มีวรยุทธด้วยอย่างนั้นหรือทำไมเขาไม่เคยสังเกตเลยนะ
“เจ้ามีกี่เรื่องที่ยังปิดบังข้ากันแน่”
หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่เยว่เบาๆ นางหดคอหนีลมหายใจของเขาที่เป่ารดต้นคอ เสิ่นเยว่ย่นจมูกใส่เขา
“ท่านรู้ว่านี่เป็นกับดักเหตุใดยังมาที่นี่อีก หรือคิดจะเล่นไปตามน้ำแล้วพาเจียงหลีเข้าจวนตระกูลหลี่ของท่านจริงๆ”
เสิ่นเยว่เปลี่ยนเรื่องที่เขาถามทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนด้วยความโมโห ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ทะเลาะกัน เสียงเดินจากด้านนอกก็ดังขึ้น
หลี่เซวียนมองหน้าของสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ใบหน้าของเขาแดงเรื่อลามไปถึงใบหู เจ้าคนโง่นี่โดนควันของกำยานปลุกกำหนัดที่จุดเอาไว้ในห้องแล้วสินะ ทำไมนางถึงได้เชื่อใจนะว่าเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้เองได้ ถ้าหากว่านางไม่มาที่นี่วันพรุ่งนี้เจียงหลีก็คงได้ถูกส่งตัวไปที่ตระกูลหลี่ในฐานะฮูหยินรองแล้ว
เสิ่นเยว่มองคนที่เปิดประตูเข้ามา นางคือเจียงหลีอย่างที่คิด นี่นางไม่คิดจะรอให้ฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดทำงานก่อนหรือไง รีบอะไรขนาดนั้น เสิ่นเยว่ครุ่นคิดเหมือนว่านางต้องการให้คนอื่นมาเห็นนางทำอะไรกับ หลี่เซวียนโดยเร็ว เสิ่นเยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
เจียงหลีเดินวนหาหลี่เซวียนทั่วห้องแต่ไม่พบเขา แต่นางให้สาวใช้จับตาดูห้องนี้เอาไว้แล้วนางบอกว่าไม่เห็นหลี่เซวียนออกจากห้องนี้ไปนี่นา แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนได้ อีกไม่นานสาวใช้ของนางก็จะไปตามคนอื่นมาที่นี่แล้ว แล้วตอนนี้เขาหายไปไหนกัน
เสิ่นเยว่ที่นั่งอยู่บนคานพยายามแกะมือที่เหมือนปลาหมึกของหลี่เซวียนออกจากตัวของนาง
“เจ้าตั้งสติหน่อย กินยานี่เข้าไปก่อน”
เสิ่นเยว่ยัดยาลูกกลอนใส่ปากของหลี่เซวียน นี่เป็นยาแก้พิษที่เสิ่นเยว่กินก่อนที่จะเข้ามาในห้องนี้ แต่หลี่เซวียนสูดดมกำยานเข้าไปแล้ว ต้องรออีกสักครู่ยาแก้พิษถึงจะออกฤทธิ์
เจียงหลีที่เข้ามาในห้องนี้ได้สักพักก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตอนนี้นางได้สูดควันของกำยานปลุกกำหนัดเข้าไปแล้วจึงต้องหาทางระบายความต้องการออกไป แต่ตอนนี้หลี่เซวียนหายออกไปจากห้องนี้แล้ว นางคิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร หากว่านางออกไปจากห้องนี้ในสภาพเช่นนี้จะต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน