ก่อนที่หลี่เซวียนจะทันได้ หาทางออกให้ตนเอง เขาก็เห็นชิงจู๋หยิบดอกไม้ออกจากตะกร้าที่มีผ้าปิดเอาไว้ ปักลงบนผมของเสิ่นเยว่ และนางยังหยิบกิ่งดอกหลีฮวามาถือเอาไว้ ชิงจู๋คุยกับนางสักพักจึงกลับขึ้นไปบนรถม้าอีกครั้ง แล้วคนขับก็พานางออกไปจากหน้าโรงน้ำชาเยี่ยนชิง
หลี่เซวียนนั่งตัวแข็งทื่อบนต้นไม้ เขาพึมพำกับตนเองท่าทางเลื่อนลอย
“ทำไมถึงเป็นนาง”
คราแรกเขาคิดว่าเสิ่นเยว่แอบตามมาจับผิดเรื่องที่เขาแอบนัดพบสตรีอื่น แต่เมื่อเขาเห็นนางปักดอกหลีฮวาบนผมเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสหายที่ส่งจดหมายคุยตอบโต้กับเขาในหลายเดือนมานี้คือ ฮูหยินที่เขาแต่งเข้ามาปลอมๆ และดูเหมือนว่านางจะยังไม่รู้ว่าเขาคือเพื่อนทางจดหมายของนาง ถึงได้มายืนตากแดดรอเขาที่หน้าทางเข้าโรงน้ำชาเช่นนี้
หลี่เซวียนหัวเราะกับตนเองราวกับคนบ้า สตรีที่เขาคนึงหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลับนอนอยู่ห้องเดียวกับเขาแต่เขากลับไม่เคยรู้เลย เอาแต่เพ้อหานางราวคนเสียสติ
นี่คงเป็นเหตุผลที่นางขอทำสัญญากับเขาหนึ่งปี เพราะนางต้องการหย่าขาดกับเขาเพื่อไปอยู่กับสหายลึกลับของนางสินะ
"ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปอยู่กับเจ้าคนที่ไม่รู้ชั่วดีกล้าตีท้ายครัวผู้อื่นหรอก"
นางแอบคุยกับบุรุษอื่นทั้งที่แต่งงานเข้าตระกูลหลี่ของเขา ถึงแม้จะเป็นการแต่งงานปลอมๆ แต่นางก็ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินน้อยของจวนแม่ทัพ เหตุใดถึงได้ทำตัวเหลวไหลเช่นนี้
หลี่เซวียนโมโหจนลืมไปแล้วว่าบุรุษที่เสิ่นเยว่คุยด้วยทางจดหมายคือตนเอง
“คอยดูนะว่าข้าจะลงโทษภรรยาที่ทำตัวเหลวไหลเช่นไร”
เสิ่นเยว่ที่ยืนถือดอกหลีฮวาอยู่ตรงทางเข้าโรงน้ำชาเยี่ยนชิงไม่รู้เลยว่าตนเองได้กลายเป็นเป้าหมายการลงโทษของสามีปลอมๆ ที่แสนขี้หึงเข้าแล้ว
ผ่านไปนานแต่เสิ่นเยว่ก็ยังไม่เห็นคนที่นางนัดเอาไว้ จนกระทั่งชิงจู๋กลับมาสหายคนนั้นของนางก็ยังไร้วี่แวว
“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ชิงจู๋คิดว่าเขาอาจจะไม่มาแล้วล่ะนี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ท่านยืนตากแดดอยู่เช่นนี้จะทำให้ไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ”
เสินเยว่หันมามองชิงจู๋ด้วยสายตาเศร้าสร้อย
“ทำไมเขาถึงไม่มาเล่า ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนต้องการพบข้าเองหรือว่าเขาแอบมองอยู่ที่อื่นเห็นข้าแล้วเขาไม่ชอบข้า ชิงจู๋หรือเพราะข้าอัปลัษณ์เกินไปจึงทำให้เขาไม่กล้ามาทักทาย”
หลี่เซวียนที่นั่งอยู่บนต้นไม้ถึงกับสะดุ้ง นางจะเดาเก่งเกินไปแล้ว
“มิใช่เช่นนั้นแน่นอนเจ้าค่ะชิงจู๋คิดว่าเขาอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ชิงจู๋ว่าเรากลับไปก่อนรอจดหมายอธิบายจากเขาไม่ดีกว่าหรือ”
เสิ่นเยว่พยักหน้ารับ นางยืนตากแดดรอมาเกือบหนึ่งชั่วยามทำให้รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย ที่นางทำเช่นนี้เพราะนางกลัวว่าตอนที่เขามาที่นี่จะมองไม่เห็นนาง
ทำไมท่านถึงไม่มาตามนัด เสิ่นเยว่คิดถึงเขาน้ำตาของนางก็ไหลออกมาเพราะความอัดอั้นที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ หลี่เซวียนที่อยู่บนต้นไม้ได้ยินและได้เห็นทุกอิริยาบทของนาง เขารู้สึกปวดหนึบที่หัวใจโดยไม่ทราบสาเหตุอีกแล้ว
คืนนั้นเสิ่นเยว่ก็ป่วยจริงๆ นางตัวรุมๆ ในช่วงเย็นหลังจากทานยาต้มไปแล้วนางก็เข้านอนโดยไม่สนใจว่าหลี่เซวียนจะกลับมาที่เรือนหรือไม่
เรื่องในวันนี้ทำให้นางรู้สึกเสียใจมาก เสียงละเมอดังออกมานอกม่านมุ้ง หลี่เซวียนที่คิดจะเก็บตัวหลบหน้าเสิ่นเยว่สักระยะพื่อหาทางรับมือกับเรื่องนี้ แอบย่องเข้ามาในห้องเขาได้ยินเสียงนางเหมือนกำลังสะอื้นจึงเปิดม่านมุ้งเข้าไปดู
หลี่เซวียนเห็นนางกำลังหลับตาพูดใบหน้าของนางเต็มไปด้วยน้ำตาท่าทางนางกำลังฝันอยู่ถึงได้ละเมอพูดออกมา หลี่เซวียนเขย่าตัวนางเพื่อปลุกจึงได้รู้ว่าตัวของนางร้อนจนแทบลวกมือ เขาให้บ่าวที่เฝ้าหน้าเรือนรีบไปตามท่านหมอมาดูอาการนาง
หลังจากได้รับการฝังเข็มเสิ่นเยว่ก็มีอาการสงบลงนางเลิกเพ้อเพราะพิษไข้ท่านหมอยังสั่งให้เช็ดตัวนางเพื่อบรรเทาความร้อนของร่างกาย จะทำให้ไข้ลดลงเร็วกว่าเดิม หลี่ เซวียนสั่งให้ชิงจู๋ไปนำน้ำอุ่นเข้ามา เขาจะเป็นคนเช็ดตัวให้นางด้วยตนเอง จากนั้นเขาก็สั่งให้บ่าวไพร่ที่ตื่นมากลางดึกกลับไปพักผ่อน
หลี่เซวียนมองใบหน้าเล็กที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ของนางเขาใช้มือที่เย็นกว่าลูบไปตามหน้าผากและลำคอของนางเพื่อบรรเทาความร้อน
เสิ่นเยว่รู้สึกสบายขึ้นเมื่อได้รับการสัมผัสจากมือที่เย็นกว่าของเขา นางใช้ใบหน้าเล็กถูไถไปที่มือของหลี่เซวียน
“เหตุใดถึงโง่เพียงนี้เจ้าลงทุนยืนรอคนที่ไม่เคยพบหน้าสักครั้งจนต้องล้มเจ็บเช่นนี้ ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดี”
ครั้งแรกหลี่เซวียนยังคิดวางแผนหาทางลงโทษนาง แต่พอเห็นนางป่วยใจของเขาก็อ่อนยวบทันที กลายเป็นว่าต้องใส่ใจนางมากกว่าเดิมที่เคยทำอยู่เพื่อให้นางตัดใจจากเจ้าคนโง่ที่เป็นสาเหตุให้นางต้องล้มป่วยในครั้งนี้
หลี่เซวียนเช็ดตัวให้นางอย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเกือบรุ่งสางไข้ของเสิ่นเยว่จึงเริ่มลดลง เขาคอยเฝ้าดูนางหลับอยู่นานเมื่อเห็นว่านางเริ่มนอนหลับอย่างสบาย ความกังวลใจในใจของเขาค่อยๆ ลดลง
ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เขาได้พบกับนางและเขาก็สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลนางให้ดีกว่านี้
หลี่เซวียนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่วางอยู่ข้างๆ มือของเขาค้ำศีรษะไว้เพื่อพักสายตา ดวงตาของเขาปิดสนิทแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจากการดูแลนางตลอดทั้งคืน
แสงสว่างจากตะเกียงยังคงอยู่ เสิ่นเยว่ค่อยๆ รู้สึกตัวนางมองเห็น หลี่เซวียนที่กำลังนั่งเฝ้านางอยู่ข้างเตียง ใบหน้าที่อ่อนเพลียของเขาบ่งบอกว่าเขานั่งเฝ้านางทั้งคืนรอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของนาง
นั่นสินะ คนที่นางควรใส่ใจคือเขาต่างหากเพราะความเสียใจของนางในวันนี้จึงทำให้ร่างกายของนางอ่อนแอตามไปด้วย คนที่เดือดร้อนต้องมาดูแลนางก็คือเขา คนที่อยู่ใกล้นางที่สุด
เสิ่นเยว่ตัดสินใจแล้วว่านางจะทำหน้าที่ภรรยาของเขาให้ดีนับจากนี้ไปจนกว่าจะครบสัญญาหนึ่งปี ส่วนเรื่องของสหายคนนั้นที่เขียนจดหมายถึงนาง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาเถอะ