เมื่อนึกถึงสหายทางจดหมายของนางแล้วเสิ่นเยว่ก็ยิ้มออกมา อีกไม่นานนางก็จะเป็นอิสระแล้ว จากนั้นค่อยนัดพบสหายคนนั้นหวังว่าเขาก็คงคิดเช่นเดียวกับนาง เสิ่นเยว่จินตนาการภาพของสหายในความลับของนางไปมา เขาอาจจะเป็นบัณฑิตที่สง่างาม เพราะบทกวีที่เขาส่งกลับมาทั้งไพเราะและมีความหมายลึกซึ้ง
แต่จู่ๆ ภาพใบหน้าของหลี่เซวียนก็ลอยเข้ามาซ้อนทับภาพในจินตนาการของนาง เสิ่นเยว่สะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไป
“เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร หรือเป็นเพราะว่าภาพตอนหลับของเขา เมื่อเช้าไม่จริงน่า! อาจเป็นเพราะข้ารู้สึกผิดต่อเขาก็เท่านั้น”
เสิ่นเยว่พึมพำกับตัวเอง
“ชิงจู๋เราไปดูที่ครัวใหญ่กันเถอะ”
ชิงจู๋พยักหน้ารีบตามเสิ่นเยว่ไปที่ครัวใหญ่ทันที
“ข้าอยากทำอาหารไปส่งให้ท่านแม่ทัพที่ค่ายทหารสักหน่อย”
เสิ่นเยว่บอกพ่อครัวใหญ่ และยังได้ให้สาวใช้ของนางไปแจ้งหลี่ฮูหยินขออนุญาตนางก่อน เมื่อหลี่ฮูหยินรู้ว่าลูกสะใภ้ของตนกำลังจะทำอาหารไปส่งให้บุตรชายที่ค่ายทหารนางก็พอใจยิ่งนัก ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเป็นไปได้ด้วยดี
“นางเป็นฮูหยินน้อยของจวนสกุลหลี่แล้วต่อไปนางต้องการจะทำอะไรหากมิใช่เรื่องใหญ่ก็ไม่ต้องให้นางมารายงานหรือขออนุญาตจากข้า ให้นางเป็นคนตัดสินใจเองได้เลย”
เมื่อได้รับคำตอบจากฮูหยินใหญ่ของจวนเสิ่นเยว่ ก็ลงมือจัดการทำอาหารสี่อย่างและขนมหวานหนึ่งอย่างไปส่งที่ค่ายทหารที่อยู่นอกเมืองห่างออกไปสิบลี้ หลี่เหอกลับมาจากรายงานเรื่องชายแดนเหนือ พบเข้ากับเสิ่นเยว่พอดี
“ลูกสะใภ้คาราวะท่านพ่อ”
เสิ่นเยว่ทำความเคารพแม่ทัพหลี่ หลี่เหอเห็นว่านางกับสาวใช้ถือตะกร้าใส่อาหารจึงสงสัยว่านางจะไปไหน
“เจ้ากำลังจะไปที่ใดหรือลูกสะใภ้”
“ข้ากำลังจะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองนำอาหารเที่ยงไปส่งให้ท่านแม่ทัพน้อยเจ้าค่ะท่านพ่อ”
หลี่เหอพยักหน้า
“ดีเลย ตั้งแต่กลับมาข้ายังไม่ได้ไปเยือนค่ายทหารที่เจ้าเด็กนั่นดูแลอยู่ ข้าไปพร้อมกับเจ้าเลยแล้วกัน”
หลี่เหอไม่รอถามความเห็นของเสิ่นเยว่เขากลับขึ้นไปบนหลังม้าอีกครั้ง ควบม้าเดินนำหน้ารถม้าของเสิ่นเยว่ไป ผ่านไปครึ่งชั่วยามเสิ่นเยว่กับพ่อสามีของนางก็มาถึงค่ายทหารที่อยู่นอกเมือง หลี่เหอแสดงตราของแม่ทัพให้ทหารที่เฝ้าทางเข้าค่ายทหารดู พวกเนารีบเปิดทางให้โดยไว
รถม้าของเสิ่นเยว่ต้องจอดเอาไว้ด้านนอกดังนั้นนางจึงต้องลงจากรถม้าเดินเข้าไป หลี่เหอเห็นลูกสะใภ้ของเขาเดินเข้าไปในค่ายทหาร เขาก็ส่งสายบังคับม้าให้ทหารที่อยู่แถวนั้นนำม้าของเขาไปผูกเอาไว้ ตัวเขาเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับลูกสะใภ้
แม้หลี่เหอจะเป็นทหารที่หยาบกระด้าง แต่เรื่องพวกนี้เขากลับละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากเหมือนที่ฮูหยินของเขาต้องการให้เขารับอนุภรรยา
ที่เขาปฏิเสธก็เพราะหลี่เหอเข้าใจในความรู้สึกของนาง ถึงปากของหลี่ฮูหยินจะบอกให้เขามีสตรีอื่นแต่ในใจของนางจะต้องเสียใจอยู่เป็นแน่ ตอนที่แต่งนางเข้ามาเขาได้สัญญากับนางเอาไว้แล้วว่าเขาจะมีแค่นางเพียงคนเดียวหลี่เหอคือชายชาติทหาร เขาจะผิดคำพูดกับสตรีที่เขารักได้อย่างไร
หลี่เซวียนได้รับรายงานจากทหารแล้วว่าบิดาและฮูหยินของเขามาที่ค่ายทหาร เขาออกจากห้องทำงานมาต้อนรับทั้งสองคน หลี่เซวียนไม่นึกว่าเสิ่นเยว่จะมาที่นี่ ทำให้เขารู้สึกผิดต่อนางมากกว่าเดิมเรื่องสหายในความลับของเขา ยิ่งเห็นนางใส่ใจทำอาหารมาส่ง หลี่เซวียนยิ่งพูดไม่ออก
“เจ้าไม่เห็นต้องเหนื่อยทำอาหารมาส่งให้ข้าเลย ข้าทานที่โรงอาหารของที่นี่ก็ได้”
เสิ่นเยว่ยิ้ม เพราะนางรู้สึกผิดต่อหลี่เซวียนเรื่องสหายในความลับของนางจึงคิดไถ่โทษด้วยการทำอาหารมาให้เขา ใส่ใจเขาสักหน่อยนางจะได้รู้สึกผิดน้อยลง
หลี่เซวียนที่รู้สึกผิดเช่นเดียวกันกับนาง เขาทานอาหารที่เสิ่นเยว่ทำจนหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งของหวานที่เขาไม่ชอบ หลี่เหอมองบุตรชายที่กำลังทานของหวานเข้าไปด้วยสีหน้าประหลาด หลี่เซวียนกับหลี่เหอมีนิสัยที่เหมือนกันมาก แม้กระทั่งเรื่องที่ไม่ชอบทานของหวานก็เหมือนกัน แต่วันนี้บุตรชายของเขาทานของหวานที่ลูกสะใภ้ทำ นั่นแสดงว่าเขาได้เปิดใจให้สาวน้อยนางนี้แล้ว
“ข้าต้องกลับแล้ว”
เสิ่นเยว่เห็นว่าอาหารที่ตนทำมาส่งหลี่เซวียนทานไปจนหมดนางก็รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาเล็กน้อย หลี่เหอสะกิดไหล่บุตรชายของเขาที่ยืนทึมทื่ออยู่ หลี่เซวียนได้สติกลับมาทันที
“ข้าจะออกไปส่งเจ้าที่รถม้า”
“เจ้าค่ะ”
เสิ่นเยว่ไม่ปฏิเสธทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไป ทหารในค่ายที่กำลังฝึกอยู่และที่กำลังพักต่างให้ความสนใจพวกเขาสองคน บุรุษรูปงามองอาจห้าวหาญกับสตรีที่งดงามดุจนางอัปสร พวกเขาทั้งสองที่เดินเคียงข้างกันช่างดูเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก
หลี่เหอมองตามหลังพวกเขาไป เขาส่ายหัวให้กับบุตรชายของเขา เจ้าเด็กนี่อะไรก็ดีไปหมดเสียอย่างเดียวทึ่มไปหน่อยไม่รู้ว่าเหมือนใคร
ถ้าหากว่าหลี่ฮูหยินมาได้ยินความคิดของแม่ทัพใหญ่หลี่นางจะต้องใช้นิ้วจิ้มที่หน้าอกของเขาแล้วบอกว่า เขาเหมือนกับท่านสมัยยังหนุ่มนั่นแหละ
“ท่านส่งข้าที่นี่เถอะ”
เสิ่นเยว่หันมาบอกหลี่เซวียน จากนั้นนางก็ขึ้นรถม้าไปนางขี้เกียจเล่นละครต่อหน้าคนอื่นแล้วตอนนี้นางเป็นสะใภ้ตระกูลหลี่อย่างน้อยหลี่ฮูหยินก็ไม่ได้เข้มงวดกับนางนัก นางอยากออกไปเดินเล่นที่ตลาดสักหน่อยใกล้ค่ำค่อยกลับเรือน เสิ่นเยว่คิดกับตนเองอย่างสบายใจ นางไม่เคยได้รับอิสระมากขนาดนี้มาก่อน ในตอนที่อยู่ที่จวนสกุลเสิ่นท่านแม่ของนางล้วนควบคุมนางทุกอย่างตอนนี้นี้นางจะทำทุกอย่างที่นางเคยถูกห้าม เสิ่นเยว่หัวเราะฮ่าๆ ออกมา ทั้งชิงจู๋ทั้งคนขับรถม้าต่างมองเสิ่นเยว่ด้วยความประหลาดใจ ดูท่าทางฮูหยินน้อยจะมีความสุขที่ได้พบกับท่านแม่ทัพถึงได้หัวเราะออกมาเสียงดังเช่นนี้
หลังจากที่ส่งเสิ่นเยว่ออกจากค่ายทหารไปแล้ว หลี่เซวียนก็กลับมาจัดการงานของเขาต่อ ไป๋ชิงรุ่ยที่พึ่งกลับมาตรงดิ่งมาที่หลี่เซวียนทันที