นิรมล เป็นเด็กหญิงอายุสิบห้าปี เธอมีเชื้อสายอังกฤษเนื่องจากบิดาเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และมีมารดาเป็นชาวไทยแท้จากจังหวัดชลบุรี มารดาของเธอเป็นอดีตนางงามที่กวาดสายสะพายมาแล้วหลายเวที จึงไม่น่าเชื่อว่าชีวิตปัจจุบันจะต้องมาตกต่ำ กลายเป็นหญิงม่ายลูกติดอยู่ในสลัมกลางกรุง
ชีวิตของนันทาผู้เป็นแม่ของเด็กหญิงเมื่อครั้งก่อนไม่ต่างอะไรกับนางหงส์ ไม่ว่าจะไปไหนก็มีแต่คนอ้าแขนต้อนรับ ความสวยของเธอนั้นจัดว่าอยู่ในขั้นหาตัวจับยาก ตอนนั้นเธอเลิกเดินสายประกวดด้วยอายุที่มากขึ้น แต่หันมาสนใจการแสดงและการถ่ายแบบที่สนใจจะยึดเป็นอาชีพ แต่แล้วเธอก็ต้องเลิกล้มความตั้งใจในการเป็นนักแสดง เมื่อถูกตาต้องใจกับพ่อของนิรมลซึ่งเป็นหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลา เขาสัญญาจะให้ชีวิตที่ดีกับเธอหากเธอไว้ใจติดตามเขากลับไปยังอังกฤษ นันทาจึงตัดสินใจทิ้งงานแสดงเพื่อหวังจะไปเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายที่เธอรัก
แต่แล้วความเป็นจริงก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอวาดฝัน เมื่อเขาพาเธอไปเลี้ยงดูในฐานะบ้านเล็ก นันทารักแสนรักแต่ก็ตัดใจลาจากสามีกลับเมืองไทยทันทีที่รู้ตัว ก่อนที่จะมารู้ทีหลังว่าตัวเองตั้งครรภ์ นันทาคิดหวนกลับไปหางานแสดงแต่ทุกคนก็พากับบ่ายหน้าหนีเมื่อรู้ข่าว นันทาจึงหารับงานตัวประกอบเล็กๆเพื่อเลี้ยงชีพ เมื่อลูกสาวเกิดเธอจึงตั้งชื่อลูกว่า 'นิรมล' ที่แปลว่าหญิงสาวผู้ปราศจาคมลทิน เพราะถึงใครๆจะมองว่าลูกของเธอเป็นตราบาปแต่เธอกลับมองว่า ลูกเกิดมาจากความรักที่บริสุทธิ์ของเธอ
"มล...นั่นจะไปไหนน่ะ"
นันทาถามลูกสาวที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านทั้งๆที่เวลานี้เป็นเวลาค่ำ นิรมลจึงหันไปมองมารดาแล้วกระซิบบอก
"หนูจะไปแถวผับแม่อย่าเสียงดังไปเดี๋ยวลุงได้ยิน"
'ลุง' ที่นิรมลกล่าวถึงนี่ก็คือสามีใหม่ของนันทา ซึ่งเป็นคนพาเธอมาอยู่ที่นี่และปัจจุบันก็มีลูกสาววัยหกขวบด้วยกัน ที่เธอกลัวศักดิ์ชายหรือลุงจะได้ยินนั่นก็เพราะเมื่อไหร่ที่เธอออกจากบ้านตอนดึก พอกลับมาก็จะถูกสามีของแม่ดักยึดเอาเงินไปหมด
"อย่าไปเลยลูก...แม่เป็นห่วง หนูเป็นผู้หญิงนะลูกถึงแม่จะรู้ว่าหนูไปทำงานแต่แม่ก็อดห่วงไม่ได้"
"โธ่...แม่ ดูหนูสิ"
เด็กหญิงกางแขนออกแล้วหมุนตัวไปรอบๆให้มารดาได้มองอย่างถี่ถ้วน
"ผอมแห้งแบบนี้ใครเขาจะรู้ว่าหนูเป็นผู้หญิง"
"แต่แม่..."
"ให้พี่มลไปเถอะแม่พรุ่งนี้มิ้มอยากกินไก่บ้างไม่อยากกินผักบุ้งแล้ว"
เด็กหญิงตัวน้อยที่ลุกจากที่นอนมากลางดึกบอกตามประสาซื่อ เด็กหญิงไม่รู้หรอกว่าพี่สาวออกไปทำอะไร เธอรู้เพียงเมื่อไหร่ที่พี่ออกไปวันรุ่งขึ้นเธอก็จะได้กินอาหารที่ดีกว่าเดิม
"มลไปก่อนนะแม่ อย่าคิดมากน่า...พาน้องกลับไปนอนเถอะ"
นิรมลโบกมือให้มารดาแล้วหยิบหมวกแก๊ปสีดำขึ้นสวมบนศรีษระที่มัดรวบผมไว้อย่างดี
เธอเดินออกจากซอยได้ก็ตรงไปยังย่านเด็ดซึ่งเต็มไปด้วยสถานบันเทิง เด็กสาวมาด้อมๆมองๆที่หน้าคลับแห่งหนึ่งซึ่งจัดว่าหรูที่สุดในย่านนั้น เมื่อเห็นว่ามีแขกของสถานบันเทิงนั้นออกมาเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
"พี่สาวๆแท็กซี่มั้ยพี่"
ผู้หญิงที่เดินออกมาจากคลับเซน้อยๆตามปริมาณดีกรีในร่างกาย
"ไม่...ฉันเอารถมา"
"งั้นรถพี่คันไหนเช็ดกระจกหน่อยนะพี่ พี่จะได้ขับรถกลับบ้านปลอดภัย"
"ไม่ต้องฉันรีบ"
หญิงสาวบอกแล้วเดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเอง เมื่อรู้ว่ารถคันไหนเป็นของเธอนิรมลก็รีบคว้าผ้าและขวดสเปรย์ ตรงเข้าเช็ดกระจกอย่างเอาใจ
"บอกว่าไม่ต้องๆไง!"
หญิงสาวแหวใส่เมื่อพบว่านิรมลเช็ดกระจกหน้ารถอย่างขมักขเม้นไม่สนใจฟังคำปฏิเสธของเธอ
"เด็กเหลือขอนี่! ผ้าหยาบๆของแกจะทำให้กระจกรถฉันเป็นรอยรู้มั้ย! อยากได้เงินก็เอาไปแล้วถอยออกไปให้ห่างรถฉันเลย!"
ร่างบางถูกผลักจนกระเด็นไปกองกับพื้นด้วยฝีมือของสาวสวย ก่อนที่ธนบัตรยับย่นจะถูกโยนตามมา
"เอาไป!"
หญิงสาวนางนั้นขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็วเพราะอารมณ์โมโห นิรมลก็รีบลุกขึ้นและก้มเก็บธนบัตรใบสีแดงใส่กระเป๋ากางเกงยีนที่เก่าซีดของตัวเอง เธอไม่โกรธที่ผู้หญิงคนนั้นทำราวกับว่าเธอไม่ใช่คน เพราะเธอรู้ดีว่าการกระทำของเธอนั้นสร้างความรำคาญ เธอเองก็ไม่ได้อยากทำเช่นนี้ และไม่อยากให้ใครมองเธอด้วยความรังเกียจสมเพช แต่เพื่อปากท้องของมารดาและน้องสาวเธอจึงจำเป็นต้องทำ
"เฮ้อ...สู้ๆนะนิรมล"
เธอบอกกับตัวเองแล้วพยายามยิ้มออกมาทั้งๆที่น้ำตาเอ่อ ที่เธอเลือกมาดูแลบริการนักย่ำราตรีก็เพราะว่าครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกแท็กซี่ให้กับกลุ่มสาวๆที่มาเที่ยว เนื่องจากว่ามึนเมาจนเดินไปยังถนนที่อยู่ห่างไปสองร้อยเมตรไม่ไหว และเธอก็ได้เงินเป็นรางวัลเธอจึงลองทำดู ปรากฏว่ามันทำให้เธอมีรายได้ดีทีเดียว เพราะคนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่นั้นใจดียิ่งเวลาเมามายก็จะให้ทิปหนัก
พอถึงเวลาคลับปิดก็เป็นช่วงงานชุกของเธอ เด็กหญิงวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อโบกรถให้สำหรับคนที่ไม่ได้มีรถมาเอง นอกจากจะได้ทิปจากคนที่มาเที่ยว เธอก็ยังได้จากลุงๆแท็กซี่ใจดีที่พบเธอประจำและรู้ว่าเธอทำงานนี้เลี้ยงชีพ
"ไอ้หนูๆ"
"จ้ะลุง"
"มาๆเอาค่าขนมไป"
เด็กหญิงยิ้มกว้างรีบเดินอ้อมรถไปรับเงินจากแท็กซี่คันล่าสุดที่เธอเรียกเข้ามา เธอไม่เคยค้านเมื่อถูกเรียกว่าไอ้หนู เพราะการที่เธอถูกมองเป็นเด็กผู้ชายนั้นเป็นการดีต่อเธอ
"ขอบคุณจ้ะ"
"ทีหลังเอ็งไม่ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกให้เหนื่อยหรอก เวลาผับเลิกพวกรถเขาก็จะรู้เวลา
"อ้อ...หนูรู้จ้ะ แต่คลับนี้หรูที่สุดแพงที่สุดแท็กซี่ไม่ค่อยมารอ เพราะส่วนใหญ่เขามีรถกันมาเองสู้เอาเวลาไปจอดรอหน้าผับอื่นดีกว่า"
"เออๆ ข้าแค่สงสารเอ็ง"
"ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เพราะแบบนี้หนูถึงมีรายได้ขอบคุณลุงมากๆนะ"
"เออ...ข้าไปก่อน"
นิรมลส่งยิ้มให้คนขับแท็กซี่แล้วโบกมือลาอย่างคุ้นเคย มือเล็กๆยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วจึงเตรียมตัวกลับบ้าน เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาที่สถานบันเทิงทยอยปิดกันจนหมด ผู้คนที่คลาคล่ำหนาตาก็ค่อยๆทยอยกลับไปจนหมดเหลือแต่เด็กหญิงร่างผอมบางที่ยังอยู่เป็นคนสุดท้าย นิรมลถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยพลางนึกในใจว่า วันนี้เป็นอีกวันที่เธอโชคดีได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย
นิรมลนำเงินทั้งหมดซ่อนไว้ที่ใต้กระถางต้นไม้ซึ่งเป็นที่ลับของเธอ ก่อนที่จะย่องเข้าบ้านเงียบๆโดยไม่ให้ใครรู้