ชะตารักนายหัวจอมทัพ
วันต่อมา
จอมทัพตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่เช้าตามปกติเพื่อที่จะไปส่งเด็กสาวที่มหาลัย ทว่าเมื่อลงมาจากห้องเดินเข้ามาในครัวกลับเห็นเพียงพ่อกับแม่ของตนและเข็มมุกนั่งอยู่ ไร้เงาของเด็กสาวและเพื่อนเขา แต่เพื่อนไม่ได้อยู่ในความสนใจ เขาจึงเอ่ยถามหาเด็กสาวคนที่เขาให้ความสำคัญ
"ยัยหนูล่ะ"
"ไปมหาลัยแล้ว"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินคนเป็นแม่ตอบมาเช่นนั้น จึงเอ่ยถามต่ออย่างร้อนใจ
"ไปแล้วได้ยังไง ไปกับใคร"
"ไปกับเชนทร์ เชนทร์จะกลับบ้านพอดีก็เลยอาสาไปส่งหนูของขวัญให้ แม่เห็นว่ามหาลัยของหนูขวัญเป็นทางผ่านบ้านเชนทร์อยู่แล้วแม่เลยให้ไปน่ะ"
"แต่ปกติผมก็ไปส่งยัยหนูอยู่แล้ว ทำไมแม่ไม่บอกมันไปล่ะครับว่าผมจะไปส่งเอง"
"แม่บอกแล้ว แต่เชนทร์เขาอาสาไปส่งให้ ก็อย่างที่แม่บอกว่าเป็นทางผ่านอยู่แล้ว แม่ก็เลยให้ไปส่ง อีกอย่างหนูของเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรหนิ คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" เพราะรู้ดีว่าลูกชายรักและเอ็นดูเด็กสาวมาก จึงบอกลูกชายให้หายกังวล
จอมทัพไม่ได้พูดหรือถามอะไรอีก ขณะที่ได้แต่นึกตำหนิเด็กสาวในใจว่าเด็กอะไรช่างดื้อตาใสจริงๆ ทั้งที่เมื่อคืนคุยกันแล้วว่าเขาจะไปส่ง แต่เช้ามากลับไปกับเพื่อนของเขาเสียอย่างนั้น แม้จะไว้ใจเพื่อนแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหึงหวง และเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงเลือกเดินออกจากบ้าน ก่อนจะขับรถกระบะคันเก่าๆเข้าสวนทันที หางานให้ตัวเองทำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องของเด็กสาว ไว้เธอเลิกเรียนตอนเย็นคงต้องจัดการเคลียร์กันให้รู้เรื่อง
...
ทางด้านของขวัญเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงก็ออกมาหาข้าวเที่ยงกินกับเพื่อนในกลุ่มตามปกติ กินไปเมาท์มอยกันไปตามประสา ไม่นานก็ได้ยินเพื่อนสาวที่มีนามว่ามะปรางหันมาถามเธอ
"ยัยขวัญ แกเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นแกดูซึมๆตั้งแต่เช้าแล้วนะ" ก่อนที่เพื่อนอีกคน มีนามว่าฝ้ายจะพูดต่อ
"นั่นสิ แกไม่สบายเหรอ หรือมีเรื่องไม่สบายใจ เล่าให้พวกฉันฟังได้นะ"
ของขวัญมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนสลับกันครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดเรื่องที่อึดอัดอยู่ภายในใจออกไปให้เพื่อนได้ฟัง
"คือฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าฉันเป็นอะไร แต่พอฉันรู้ว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้คลายเหงาฉันก็รู้สึกผิดหวังในตัวเขาอะแก แล้วยิ่งเขาบอกว่าเขามีคนที่ชอบแล้ว ใจฉันมันก็เจ็บแปลกๆอะแก ทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเลยนะ"
"เดี๋ยวๆ ไอ้เขาที่แกว่าเนี่ยใคร"
ไม่ทันที่จะพูดยาวไปมากกว่านั้นก็ได้ยินเสียงมะปรางเบรกเอาไว้เสียก่อน ส่วนฝ้ายก็นั่งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ของขวัญจึงเอ่ยตอบออกไปตามตรง เพราะเห็นว่าทั้งสองเป็นเพื่อน แม้จะรู้จักกันได้แค่ไม่กี่เดือนเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเพื่อนทั้งสองมีความจริงใจต่อกัน มีอะไรจึงเลือกที่จะปรึกษาเช่นเดียวกับตอนนี้
"ก็นายหัวไง"
"ฮะ!/ฮะ!" มะปรางกับฝ้ายถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ หน้าเหวอราวกับคนเห็นผี เพราะเท่าที่พวกเธอฟังของขวัญเล่ามาเมื่อครู่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเพื่อนอาจจะมีใจให้เขาคนนั้น แต่พอได้รู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร ก็ไม่แปลกที่จะตกใจเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะมีใจให้คนรุ่นพ่อ แม้ว่าจะเห็นเขามารับมาส่งเพื่อนที่มหาลัยแทบทุกวัน ดูแลเพื่อนของพวกเธอดีมากยิ่งกว่าเจ้านายกับลูกจ้างทั่วไปเสียอีก แต่ยังไงเขาก็แก่กว่าพวกเธอเป็นยี่สิบปี แม้ว่าเขาจะหล่อมากเพียงใดทว่าก็คิดไม่ถึงว่าเพื่อนจะมีสเปกหนุ่มคราวพ่อเช่นนี้
"พวกแกเสียงดังทำไมเนี่ยคนมองใหญ่แล้ว" ของขวัญตำหนิเพื่อนไปทันทีเมื่อเพื่อนตกใจจนเกินเบอร์ ทำให้ผู้คนที่มาทานข้าวต่างหันมามองทางพวกเธอกันหมด
"โทษทีก็คนมันตกใจหนิ" มะปรางพูดขึ้นก่อนที่ฝ้ายจะพูดต่อ
"ใช่ ใครจะไปคิดว่าแกจะชอบนายหัว รุ่นพ่อพวกเราเลยนะนั่น"
"จะบ้าเหรอ! ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันชอบนายหัว" ไม่รู้อะไรทำให้เพื่อนเธอคิดว่าเธอชอบอีกคนได้ ซึ่งมันเป็นความคิดที่บ้ามากๆ ก่อนจะได้ยินมะปรางพูดขึ้น
"โอ๊ยเท่าที่แกเล่ามาเมื่อกี้มันคืออาการของคนที่แอบชอบย่ะ" จากนั้นฝ้ายก็เอ่ยพูดต่อหลังจากที่มะปรางพูดจบ
"ใช่เลยยัยปรางพูดถูก พอแกรู้ว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้แก้เหงาแกก็รู้สึกผิดหวัง พอรู้ว่าเขามีคนที่ชอบอยู่แล้วแกก็เจ็บใจใช่ไหม ถ้าตามที่แกเล่ามาฉันฟันธงเลยว่าแกชอบนายหัวเข้าแล้วล่ะยัยขวัญ"
"จริงเหรอ นี่คือแสดงว่าฉันชอบนายหัวเหรอ" ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะชอบอีกคนจนต้องถามย้ำเพื่อนให้ชัวร์ เพราะตัวเธอยังไม่ชัวร์กับความรู้สึกของตัวเองเลย ก่อนจะได้ยินเพื่อนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เออ/เออ"
ทว่าเธอก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่าตัวเองจะชอบอีกคนได้ เพราะตอนที่เจอเขาในวันแรกๆเธอยังมีความคิดที่อยากจะได้เขามาเป็นพ่ออยู่เลย อีกทั้งยังคิดจะจับคู่เขากับแม่ตัวเองอีก หากตอนนี้จะมาชอบเขามันก็ยังไงอยู่ เธอรู้สึกว่ามันแปลกๆ แปลกที่เธอนี่แหละที่สับสน แม้กระทั่งความรู้สึกตัวเองก็ยังไม่รู้ จึงเอ่ยพูดกับเพื่อนไปเมื่อคิดว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่ออีกคนไม่น่าจะมาถึงขั้นชู้สาวได้
"แต่นายหัวอายุเท่าแม่ฉันเลยนะ ฉันจะชอบเขาได้ยังไง"
"ฉันจะไปรู้ไหมล่ะว่าแกชอบเขาได้ยังไง แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้แกชอบนายหัวชัวร์ แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง" มะปรางมั่นใจและยังคงยืนยันคำเดิม เช่นเดียวกับฝ้ายที่คิดไม่ต่างกัน
"แกเคยบอกเองว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อน นั่นเป็นเพราะแกอาจจะชอบคนมีอายุก็ได้นะ พอได้เจอกับนายหัวแกก็เลยหลงชอบแบบไม่รู้ตัวไง" เมื่อฝ้ายพูดจบ มะปรางจึงพูดเห็นด้วยทันที
"ใช่ๆ ยัยฝ้ายพูดถูก"
สิ้นเสียงของเพื่อนทั้งสอง ของขวัญจึงชั่งใจคิดตามที่เพื่อนพูด เธอนั่งคิดกับตัวเองอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
"แล้วแบบนี้ฉันควรทำยังไงล่ะ ในเมื่อเขาพึ่งบอกฉันเมื่อคืนว่าเขามีคนที่ชอบแล้ว"
"แล้วคนที่เขาชอบสวยกว่าแกไหม" มะปรางถามกลับแทนที่จะตอบคำถามของเพื่อน ของขวัญจึงเอ่ยตอบขณะที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
"ฉันไม่รู้ นายหัวบอกฉันแค่ว่ามีคนที่ชอบแล้วแค่นั้น"
ทางฝ้ายที่ฟังอยู่และพอจะเห็นทางออกของปัญหานี้จึงเอ่ยพูดออกไป
"ก็แค่ชอบ ใช่ว่าจะเลิกชอบไม่ได้ซะหน่อย ถ้าแกชอบนายหัวจริงๆแกก็รุกจีบเขาเลย แกทั้งสวยทั้งน่ารักแถมยังเด็กอีก มีเหรอผู้ชายจะไม่ชอบ คนแก่ตกม้าตายเพราะเด็กฉันเห็นมีเยอะแยะไป ถ้าแกอยากให้นายหัวหันมาชอบแก ฉันว่าไม่ใช่งานยากเลยนะสำหรับผู้หญิงน่าตาน่ารักแบบแกอะ ลองจีบดูก่อน ไม่ลองไม่รู้นะเพื่อน"
"จะบ้าเหรอ ฉันไม่กล้าหรอก" ซึ่งมันบ้ามากๆหากจะให้เธอไปจีบเขาจริงๆ เพราะเธอไม่มีความกล้ามากพอขนาดนั้น ทว่าคำพูดต่อมาของฝ้ายยิ่งทำให้เธอคิดไม่ตกจริงๆ
"งั้นแกจะทำยังไง จะรอให้เขาสมหวังกับคนที่เขาชอบหรือไง ถ้าเป็นแบบนั้นแกจะไม่เสียใจเหรอ"
ด้านมะปรางที่นั่งฟังนั่งมองอยู่ พอเห็นว่ายิ่งพูดของขวัญก็ยิ่งเศร้าลงเรื่อยๆ เธอจึงพูดตัดบทสนทนานี้
"ช่างเถอะ เลิกเศร้าๆ มากินข้าวกันต่อดีกว่ามาๆ"
หลังจากนั้นทั้งสามก็กินข้าวกันต่อ โดยที่ฝ้ายกับมะปรางก็พยายามพูดไปเรื่อยเปื่อยในเรื่องที่ตลกๆ เพื่อดึงความสนใจของเพื่อนที่กำลังเศร้า จนของขวัญกลับมายิ้มสดใสได้อีกครั้ง...