ชะตารักนายหัวจอมทัพ
สามเดือนต่อมา
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือนเร็วเหมือนสามวัน ปุบปับของขวัญก็กลายเป็นสาวมหาลัยไปแล้ว โดยมีจอมทัพเป็นธุระเรื่องเรียนให้ทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องสอบเข้ามหาลัยจนสอบติดในคณะที่อยากเรียน แม้กระทั่งเดินทางไปเรียนมหาลัยจอมทัพก็คอยไปรับไปส่งของขวัญตลอด
ในตอนแรกด้านเข็มมุกไม่เห็นด้วยเพราะมหาลัยอยู่ในตัวเมือง ต้องใช้เวลาขับรถเป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง หากให้อีกคนขับรถไปรับไปส่งลูกสาวเธอก็เกรงใจเขาอยู่มาก จะให้ลูกสาวย้ายไปอยู่หอพักในตัวเมืองจะได้เดินทางไปเรียนสะดวกก็เป็นห่วงลูกอีก ไม่อยากให้ลูกอยู่ไกลหูไกลตา สุดท้ายคิดไปคิดมาเข็มมุกก็ยอมให้จอมทัพไปรับไปส่งลูกสาวของเธอ โดยในช่วงอาทิตย์แรกของการเปิดเรียนเธอจะไปรับไปส่งลูกสาวกับจอมทัพด้วย แต่พอสังเกตการณ์แล้วว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือต้องเป็นกังวล ก็เลยไว้ใจปล่อยให้จอมทัพไปรับไปส่งลูกสาวของเธอเอง โดยไม่มีเธอคอยติดรถตามไปด้วยอีก
ซึ่งวันนี้เป็นวันเสาร์ เป็นวันหยุดเรียน ของขวัญอยู่บ้านก็ทำกิจประจำวันของตัวเองเหมือนเช่นเคย ใช้ชีวิตวนลูปไปแบบนั้น โดยช่วงเสาร์อาทิตย์หากมีโอกาสเธอก็มักจะขอเข้าสวนกับอีกคนตลอด ซึ่งเขาก็ใจดีกับเธอมาก พาเธอไปทุกครั้งที่เธอขอไปด้วย ไม่เคยมีปฏิเสธเธอเลย
วันนี้ก็เช่นกัน เขาพาเธอเข้าสวนทุเรียนตั้งแต่ช่วงบ่าย พอตกเย็นก็พากันกลับบ้านมาทานข้าวมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากับคนในบ้าน แต่ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังทานข้าวกันอยู่ แขกประจำของบ้านที่หายหน้าหายตาไปนานหลายเดือนวันนี้ก็โผล่หน้ามาให้เห็น
"พ่อครับแม่ครับคิดถึงผมไหม" เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่มีนามว่า ราเชนทร์ เพื่อนสนิทคนเดียวของจอมทัพ เดินเข้ามาทักทายพ่อแม่ของเพื่อนสนิทตนอย่างสนิทสนม ท่าทางขี้เล่นตามสไตล์เขา แต่ทว่าเมื่อสายตาของเขาดันไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวที่รุ่นราวคราวเดียวกับตน คนคุ้นเคยเมื่อหลายสิบปีก่อนนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยก็ทำเอาตกใจเป็นอย่างมาก จากคราแรกที่ยิ้มได้บัดนี้รอยยิ้มนั้นก็หายไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเธอถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
"อ้าวเจ้าเชนทร์ หายหน้าหายตาไปนานเลยนะ กินข้าวเย็นมาหรือยังล่ะ มาๆ มากินข้าวด้วยกัน"
กระทั่งได้ยินเสียงแหบแห้งไปตามวัยของชายชราหรือพ่อของเพื่อนหันมาพูดด้วย ราเชนทร์จึงได้สติหันกลับไปมองผู้ใหญ่ก่อนจะพนมมือไหว้พ่อแม่ของเพื่อน แล้วเดินไปนั่งข้างเพื่อนสนิทของตนที่มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัวพอดี
ด้านเข็มมุกที่เห็นชายคนที่ตัวเองเคยรู้จักดีเมื่อหลายสิบปีก่อน คราแรกก็ตกใจมากเช่นกันเพราะไม่คิดว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ แต่ก็พยายามตั้งสติก่อนจะทำเป็นไม่สนใจอะไร ราวกับว่าไม่เคยรู้จักอีกคนมาก่อน ทั้งที่ในใจตอนนี้รู้สึกกลัวและกระวนกระวายไปหมด กลัวว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาจะถูกเปิดเผย คนอื่นจะยังไงเธอไม่สน เธอแคร์เธอสนแค่ความรู้สึกของลูกสาวเธอคนเดียวเท่านั้น
"อ่อ นี่เข็มมุกเป็นแม่บ้านที่นี่ ส่วนนี่ก็หนูของขวัญลูกสาวของเข็มมุก"
"ลูกสาว!" ราเชนทร์ถึงกับอุทานออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินแม่ของเพื่อนบอกว่าเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้วยเป็นลูกสาวของเข็มมุก เขาจ้องมองเด็กสาวไม่ละสายตาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ทำเอาคนที่ถูกจ้องทำตัวแทบไม่ถูกกับสายตาของเขา แต่เด็กสาวก็ไม่ลืมพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม จนราเชนทร์เห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดู และยกมือรับไหว้เด็กสาวกลับ โดยที่มองเด็กสาวอยู่อย่างนั้นไม่ละสายตาไปไหน ขณะเดียวกันจอมทัพที่นั่งมองอยู่จึงพูดขึ้น
"ตกใจอะไรของมึง"
เสียงของเพื่อนทำให้ราเชนทร์ได้สติทันที ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วพูดกับเพื่อน
"เปล่า กูแค่เห็นว่าเข็มมุกเธอยังดูสาวอยู่เลย ไม่คิดว่าจะมีลูกโตขนาดนี้"
"เข็มมุกก็อายุเท่ามึงกับกู ยัยหนูของขวัญก็อายุสิบแปด แม่กับลูกห่างกันยี่สิบปีก็อยู่ในวัยที่เหมาะสมดีหนิ" จอมทัพพูดออกมาด้วยท่าทีนิ่งๆ คำพูดของเขาแฝงบางอย่างเอาไว้โดยมีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ดี พลางชำเลืองมองไปยังเด็กสาวอยู่ตลอด
ด้านราเชนทร์เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ แต่ใครจะรู้ว่าข้างในเขากำลังคิดอะไรอยู่ กระทั่งเด็กสาวที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยพูดกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"คุณอาจะรับข้าวไหมคะเดี๋ยวหนูไปตักมาให้"
แค่เพียงได้ยินเสียงหวานเล็กๆอีกทั้งใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวที่กำลังยิ้มให้ ราเชนทร์ก็รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาอัตโนมัติ แต่ก็ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ไม่เผยออกมาให้ใครได้เห็น ก่อนจะเอ่ยตอบเด็กสาวไป
"ครับ ไปตักข้าวมาเลย ขอบคุณนะหนู"
"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปตักข้าวสวยร้อนๆใส่จานมาให้แขกของบ้านทันที
ด้านจอมทัพที่มองอยู่ ในขณะที่เด็กสาววางจานข้าวลงบนโต๊ะตรงหน้าเพื่อนของเขา พอเห็นเพื่อนยิ้มให้เด็กสาวและเธอก็ดันยิ้มตอบ ก็ทำเอาหงุดหงิดใจไม่น้อย แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ ทำได้แค่ข่มความรู้สึกเอาไว้
จากนั้นเมื่อเด็กสาวเดินกลับมานั่งที่ของตัวเอง ทุกคนก็ต่างกินข้าวกันต่อ โดยพูดคุยถามไถ่กันไปเรื่อย
"หายไปหลายเดือนเลยนะเจ้าเชนทร์ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ" ศรที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยถามเพื่อนสนิทของลูกชายที่ตนรักและเอ็นดูเหมือนลูกอีกคน ราเชนทร์จึงเอ่ยตอบตามปกติ
"ก่อนหน้านี้ผมยุ่งกับปัญหาที่หอพักน่ะครับ ลูกน้องจัดการไม่ได้ผมก็เลยต้องจัดการเอง แต่ตอนนี้เคลียร์ปัญหาเสร็จแล้ว ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางก็หายเหนื่อยหน่อย พอว่างก็เลยมาหาพ่อกับแม่เนี่ยแหละครับ พ่อกับแม่ผมฝากของมาให้เยอะเลย แต่อยู่ในรถผมยังไม่ได้เอาลงมา"
...ราเชนทร์ทำธุระกิจส่วนตัวเปิดหอพักอยู่ในตัวเมือง ส่วนใหญ่คนมาเช่าหอก็จะเป็นพวกนักศึกษาและคนวัยทำงาน ซึ่งมักจะมีปัญหาจิปาถะให้ต้องจัดการอยู่เรื่อยๆ แต่มันก็เป็นปกติของคนที่ทำธุระกิจนี้อยู่แล้ว เพราะคนที่มาเช่าหอก็มากหน้าหลายตา ร้อยพ่อพันแม่จะมีปัญหาการอยู่ร่วมกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ เขาที่เป็นเจ้าของหอจึงต้องคอยมาจัดการเรื่องจุกจิกพวกนี้อยู่เรื่อยไป...
"อือ ขอบใจพ่อกับแม่ด้วยนะที่มีของฝากมาให้ตลอด แล้วคืนนี้จะนอนค้างที่นี่ไหม" ศรเอ่ยถามต่อ
"นอนครับ ผมว่าจะค้างสักสองวันค่อยกลับวันจันทร์ หรืออาจจะอยู่นานกว่านี้ถ้าพ่อกับแม่ไม่เบื่อหน้าผมซะก่อน"
สิ้นคำพูดติดเล่นของราเชนทร์ ก็เป็นจันทร์ทิพย์ที่พูดขึ้นมา
"ไม่เบื่อหรอก อยู่ได้นานเท่าที่อยากอยู่เลย เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแม่จะให้เข็มมุกไปจัดห้องให้"
"ครับ" ราเชนทร์รับคำของแม่เพื่อน แต่ทว่าสายตาเขากลับชำเลืองมองไปยังเข็มมุกที่มองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่สายตาของเธอที่มองมาคล้ายกับไม่พอใจเขา ก่อนที่เธอจะหลบสายตาหันมองไปทางอื่น ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อีกทั้งเธอยังมีลูกแล้ว แต่เธอก็ยังคงสวยดูดีไม่เปลี่ยนเลย ตกมาถึงลูกที่หน้าตาดีเหมือนแม่ไม่มีผิด แต่ทว่ามีแค่ในตาของเด็กสาวที่ดูยังไงก็ เหมือนเขา...