ชะตารักนายหัวจอมทัพ
ในขณะที่สองแม่ลูกช่วยกันทำกับข้าวก็พลางพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งคนเป็นลูกพูดถึงอีกคนขึ้นมา
"แม่ขา นายหัวเขาดูใจดีเนอะแม่ว่าไหม ถึงหน้าตาเขาจะดุไปหน่อย แต่เท่าที่หนูได้พูดคุยกับเขา หนูรู้สึกว่านายหัวเป็นคนใจดีมากค่ะ"
"ไม่รู้สิ แม่ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับเขาเลย" เข็มมุกพูดตอบลูกสาวกลับไปขณะที่มือจับตะหลิวกำลังทำผัดผักอยู่หน้าเตา ไม่ได้สนใจเรื่องที่ลูกสาวพูดไปมากกว่าการทำกับข้าวเลย
ด้านของขวัญที่กำลังล้างมือหลังจากเพิ่งหันเนื้อหมูเสร็จ ก็รีบหยิบทิชชู่มาซับมือให้แห้งก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเอวของคนเป็นแม่จากด้านข้างท่าทางออเซาะราวกับจะขออะไร เหมือนที่เคยทำเวลาต้องการหรืออยากได้อะไรจากแม่
"แม่ขา~ หนูอยากมีพ่อใจดีแบบนายหัวค่ะ"
แต่ทว่าสิ่งที่เธอต้องการ กลับทำให้คนเป็นแม่ที่ได้ยินเช่นนั้นหยุดมือในการทำอาหารฉับพลัน ก่อนจะหันมาดุเธอทันที
"พูดอะไรน่ะของขวัญ หยุดความคิดของลูกเอาไว้เลยนะ"
"ทำไมล่ะคะ นายหัวกับแม่อายุก็น่าจะพอๆกัน แม่หนูก็ออกจะสวย นายหัวก็หล่อ แล้วนายหัวก็ดูเป็นคนดีด้วย ทำไมหนูจะอยากมีนายหัวเป็นพ่อไม่ได้" ของขวัญเถียงกลับตาใส
"หยุดเดี๋ยวนี้นะของขวัญ เลิกพูดจาไร้สาระแล้วก็เลิกคิดอะไรแบบนี้ซะ เขาเป็นเจ้านาย ส่วนเราเป็นแค่ลูกจ้าง แล้วอีกอย่างลูกจะอยากมีพ่อไปทำไม มีแม่คนเดียวไม่พอเหรอ" เข็มมุกขึ้นเสียงใส่ลูกสาว ด้วยอารมณ์ในตอนนี้เห็นทีพูดดีด้วยลูกสาวเธอคงจะไม่เข้าใจ
"แต่แม่ไม่เหมือนพ่อหนิคะ แม่ก็คือแม่ ส่วนพ่อก็คือพ่อไง เกิดมาหนูไม่เคยมีพ่อเหมือนคนอื่นเขา แล้วหนูผิดอะไรถ้าหนูคิดอยากจะมีพ่อ แล้วตอนนี้คนที่หนูอยากได้มาเป็นพ่อก็คือนายหัว" ของขวัญยังคงเถียงกลับตาใส บ่งบอกถึงความดื้อเงียบของเธอ แม่จะเป็นเด็กดีอ่อนหวานและเรียบร้อย แต่บทจะดื้อก็ใช่ย่อย
"ออกไป! กับข้าวที่เหลือแม่ทำคนเดียวได้" เข็มมุกตวาดออกไปอย่างสุดจะทน ทว่าคนเป็นลูกก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมไปไหน ยังคงเถียงกลับด้วยเหตุผลต่างๆนาๆของเธอ
"แม่ไม่มีเหตุผล พอหนูพูดถึงเรื่องนี้ทีไรแม่ก็เป็นแบบนี้ตลอด ตั้งแต่เด็กจนโตป่านนี้หนูยังไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรแม่ถึงได้อคติกับพ่อ แม่ไม่เคยเล่าเรื่องของพ่อให้หนูฟังเลย หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อของหนูยังอยู่หรือจากไปแล้ว ขนาดชื่อของพ่อตัวเองหนูยังไม่รู้เลยว่าพ่อหนูชื่ออะไร หนูเป็นลูกนะคะ หนูก็มีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องของพ่อหนู"
"ถ้าอยากรู้เรื่องของพ่อแกมากนักก็ไปตามสืบตามหาเอาเอง อย่ามายุ่งกับฉัน" ด้วยความโมโห สรรพนามที่ใช้พูดกับลูกสาวจึงเปลี่ยนไปตามอารมณ์
"แม่"
"ออกไปของขวัญ ก่อนที่แม่จะหมดความอดทน"
สิ้นคำสั่งประกาศกร้าวของคนเป็นแม่ ของขวัญจึงเบะปากคว่ำ ตามมาด้วยหยดน้ำใสๆไหลออกจากตา ก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปจากห้องครัวทันทีด้วยความน้อยใจคนเป็นแม่
ด้านเข็มมุกเมื่อคล้อยหลังลูกสาวก็รู้สึกผิดและเสียใจที่ตวาดไล่ลูกไปแบบนั้น ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจลูก แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อเธอเองก็มีเหตุผลของเธอเหมือนกัน
ด้านของขวัญที่วิ่งออกมาจากห้องครัว ไม่ทันจะได้วิ่งไปไหนไกลเธอก็ชนเข้ากับร่างสูงกำยำของใครคนหนึ่งเสียก่อน
ปึก!
ใบหน้าน่ารักจึงเงยขึ้นเพื่อมองหน้าเจ้าของร่างสูงที่ตนวิ่งมาชนเข้า ทันทีที่เห็นว่าเขาเป็นใครเธอก็ปล่อยโฮออกมา ร้องไห้น้ำตาแตกหนักกว่าเดิม
"ฮือ~ นายหัว"
หมับ!
เธอกอดหมับร่างสูงทันทีละคนต้องการการปลอบโยนและความอบอุ่นจากเขาคนที่เธออยากได้มาเป็นพ่อ ด้วยความเสียใจและน้อยใจคนเป็นแม่ เธอจึงลืมคิดถึงความเหมาะสมไปเสียสนิท
ด้านจอมทัพทำอะไรแทบไม่ถูกเมื่อเห็นเด็กสาวร้องไห้แถมยังมากอดตนอีก แต่ก็พยายามตั้งสติก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนขึ้นมาจับไหลมนเอาไว้ แล้วเอ่ยถามเด็กสาวที่กำลังซุกหน้าร้องไห้อยู่ในอกเขา
"ยัยหนูร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรหนู"
"ฮือ~" ของขวัญไม่ตอบ เอาแต่ซุกหน้าร้องไห้อยู่ในอกแกร่งขณะที่สองแขนเรียวเล็กกอดเอวสอบไว้แน่น
ด้านจอมทัพที่ไม่ได้คำตอบ ได้กลับมาเพียงแค่เสียงร้องไห้ของเด็กสาว เขาจึงพยายามใจเย็น พยายามไม่ให้ตัวเองร้อนรนไปกับการเป็นห่วงเธอ เขาเลือกที่จะไม่ถามอะไรอีก แล้วสวมกอดปลอบโยนเด็กสาวแทน มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างปลอบประโลม
ไม่นานเสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวในอ้อมกอดก็ค่อยๆเบาลง จนเงียบไปในที่สุด ก่อนที่ใบหน้าน่ารักจะเงยขึ้นมามองเขา
เมื่อของขวัญรับรู้ว่าตัวเองเผลอกอดอีกคนเข้า เธอก็รีบผละกอดออกทันที ก่อนจะเอ่ยพูดกับเขา
"หนูขอโทษค่ะ"
"ขอโทษทำไม"
"ก็ที่หนูเผลอไปกอดนายหัวไงคะ แล้วก็ร้องไห้จนน้ำตาเปียกเสื้อนายหัวไปหมดเลย" นิ้วเรียวชี้ไปยังเสื้อของอีกคนที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ ยิ่งเขาใส่เสื้อสีขาวยิ่งเห็นความเปียกชัดเจน
จอมทัพก้มหน้ามองดูเสื้อตัวเองที่เปียกไปด้วยน้ำตาของเด็กสาว ก่อนจะยิ้มบางๆออกมาแล้วชำเลืองมองไปยังเจ้าตัวที่ทำเสื้อเขาเปียก เมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเธอก็อดเอ็นดูไม่ได้ มือใหญ่ข้างหนึ่งจึงเลื่อนขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย" พูดจบก็ส่งยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า ก่อนที่เธอจะยิ้มตอบกลับมาเช่นเดียวกัน จากนั้นเขาจึงเอ่ยถามต่อ
"แล้วตกลงหนูร้องไห้ทำไม ใครกันที่มันทำยัยหนูร้องไห้" ไม่ถามเปล่า มือใหญ่ทั้งสองข้างเลื่อนมากอบกุมดวงหน้าเล็กเอาไว้แล้วเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มสาวอย่างเบามืออย่างทะนุถนอม แต่ทว่าแค่เพียงได้สัมผัสแก้มของเธอ เขาก็รับรู้ได้ถึงความเนียนนุ่มของมัน จนอยากจะได้มากกว่าการสัมผัสด้วยมือ แต่เมื่อเผลอคิดไม่ดีกับเธอก็รีบดึงสติกลับมา แล้วผละมือทั้งสองข้างออกจากแก้มนุ่มนิ่มมาจับไหลมนไว้แทน แล้วเอ่ยถามออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังคงเงียบ
"ว่าไงหื้ม ใครทำอะไรยัยหนู"
"ไม่มีใครทำอะไรหนูหรอกค่ะ หนูแค่ทะเลาะกับแม่นิดหน่อยค่ะ"
สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยตอบ จอมทัพก็เลือกที่จะไม่ถามถึงสาเหตุที่เด็กสาวทะเลาะกับแม่ของเธอ แต่เลือกที่จะพูดปลอบโยนเธอแทน
"ไม่เป็นไร แค่ทะเลาะกับแม่เอง แม่ลูกไม่เข้าใจกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติเดี๋ยวก็ดีกันแล้ว ยัยหนูไม่ต้องน้อยใจไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ"
"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง แค่เพียงคำพูดปลอบไม่กี่ประโยคของอีกคนก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก และรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คิดไม่ผิดเลยที่อยากได้เขามาเป็นพ่อ แต่เธอกลับหารู้ไม่ว่าคนที่เธออยากได้มาเป็นพ่อ เขาไม่ได้ต้องการอยากจะเป็นพ่อของเธอเลยด้วยซ้ำ กลับกัน สิ่งที่เขาต้องการอยากจะเป็นให้เธอ เธอคงคาดไม่ถึงเป็นแน่
"งั้นหนูกลับเข้าครัวไปหาแม่ก่อนนะคะ"
"ดีแล้ว แม่ลูกกันไม่ควรโกรธกันนาน หนูไปเถอะ"
"ค่ะ" เธอยิ้มให้อีกคนก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าครัวไปหาคนเป็นแม่
ทางด้านจอมทัพจึงมองตามหลังเด็กสาวไม่ละ เมื่อเห็นว่าเธอเดินพ้นสายตาไปแล้ว เขาจึงไปทำกิจของตัวเองที่มักจะมีอะไรให้ทำทุกวัน