ตอนที่1 สองแม่ลูก

1493 Words
ชะตารักนายหัวจอมทัพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน ด้านหลังบ้านห่างออกไปไม่ไกลที่มองเห็นได้ในระยะสายตาจะเป็นห้องแถวหรือที่พักของคนงาน มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึง พื้นที่รอบๆห้อมล้อมไปด้วยสวนยางพาราของเจ้าของที่นั่นก็คือ นายหัวจอมทัพ ผู้เป็นเจ้านายของคนงานที่นี่ ลูกชายคนเดียวของศรกับจันทร์ทิพย์หรือนายใหญ่กับคุณนายที่ตอนนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบกว่าๆแล้ว แต่ถึงอายุจะมากทั้งคู่ก็ยังคงดูแข็งแรงสุขภาพดี คงความสง่าไว้ไม่เปลี่ยน "ลุงแสง สองแม่ลูกที่ว่าจะมาถึงกี่โมง" เป็นเสียงของนายหัวจอมทัพที่เดินออกมาจากในบ้าน พอเห็นลุงแสงคนงานเก่าแก่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อแม่ของตน จึงเอ่ยถามถึงสองแม่ลูกที่ว่าอยู่กรุงเทพเป็นญาติของคนงาน บอกจะมาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ ...ถึงแม้จอมทัพจะเป็นคนใต้ เกิดที่ใต้ แต่เขาดันพูดกลางติดแม่ที่เป็นคนกรุงเทพ ส่วนคนเป็นพ่อแม้จะเป็นคนใต้แท้ๆแต่เวลาอยู่กับลูกกับเมียก็พูดกลางตามภาษาถิ่นของเมียเพราะกลัวเมียฟังตัวเองไม่เข้าใจ เว้นแต่จะอยู่กับลูกน้องหรือคนงานถึงจะพูดใต้ปกติ เพราะเหตุนี้จอมทัพถึงได้พูดกลาง เพราะพ่อกับแม่ใช้ภาษากลางในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่เขาจะติดพูดกลาง ด้านลุงแสงที่ยืนทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยในยามเช้าก็หันมาเอ่ยตอบนายหัวเป็นภาษาถิ่น เพราะเป็นคนใต้แท้ๆ "เห็นอีบัวมันบอกผมว่ามาถึงวันนี้หวันเย็นๆครับ" (เห็นอีบัวมันบอกผมว่ามาถึงวันนี้ตอนเย็นๆครับ) ...บัวที่ลุงแสงพูดถึงก็คือเมียของคนงานในสวนยางของนายหัว บัวเป็นคนกรุงเทพญาติของสองแม่ลูกที่ว่า แต่บัวดันมาได้สามีเป็นคนใต้ เธอจึงปักหลักใช้ชีวิตอยู่กับสามีที่นี่ "งั้นถ้ามาถึงแล้วก็พาเข้าบ้านไปพบพ่อแม่ผมก่อนเลย ผมจะเข้าไปดูปาล์มหน่อย น่าจะกลับค่ำ" "ได้ครับนายหัว" (ได้ครับนายหัว) สิ้นคำตอบรับของลุงแสง จอมทัพก็เดินไปขึ้นรถกระบะคันเก่าๆของตนที่ใช้สำหรับงานในไร่ในสวน ก่อนจะขับเคลื่อนรถพาตัวเองไปยังสวนปาล์มทันที ... เวลาล่วงเลยจนตกเย็น ด้านสองแม่ลูกที่เพิ่งมาถึงหน้าหมู่บ้านตามโลเคชั่นที่บัวส่งให้ หลังจากลงจากรถก็เดินเท้าต่อเข้ามาในหมูบ้าน มาหาที่นั่งพักรอให้บัวที่เป็นญาติมารับ "นั่นไง น้าบัวมาแล้วลูก" คนเป็นแม่ที่หน้าตายังดูสาวและสวยทั้งที่อายุก็ปาไปสามสิบแปดแล้ว มีนามว่า เข็มมุก พูดขึ้นเมื่อเห็นบัวญาติผู้น้องนั่งซ้อนท้ายรถพ่วงข้างมากับผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นสามีของบัว ด้านคนเป็นลูกสาวอย่าง ของขวัญ หันมองตามสายตาของคนเป็นแม่ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไร ...เดิมทีเข็มมุกเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ในตลาดที่กรุงเทพ แต่ช่วงหลังๆเศรษฐกิจย่ำแย่ ของก็ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ขาดทุนบ้างได้กำไรบ้างแล้วแต่ดวงของวันนั้น จนเธอมีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนงานใหม่อยู่หลายครั้ง แต่ก็อดทนรอให้ลูกสาวคนเดียวของเธอเรียนจบมอหกก่อน หลังจากนั้นจะเปลี่ยนอาชีพหรือย้ายถิ่นฐานทำมาหากินก็จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของลูก ส่วนพ่อของลูกเธอไม่อยากพูดถึง ตอนนี้เป็นหรือตายเธอก็ไม่รู้และไม่คิดอยากจะรู้ด้วย ซึ่งหลังจากที่ของขวัญเรียนจบมัธยมปลายก็เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะกับที่บัวชักชวนให้ลงไปทำงานที่ใต้เป็นแม่บ้านให้กับเจ้านายของตน เข็มมุกจึงตอบตกลงรับงานนี้ทันที แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างกับการที่ต้องย้ายถิ่นฐาน แต่เพราะงานใหม่เป็นงานที่ญาติของเธอหาให้ และมีที่พักให้อยู่ฟรีกินฟรี พร้อมเริ่มงานได้ทันที เธอจึงไว้ใจและตอบตกลงรับงานนี้ ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอมของของขวัญพอดี เข็มมุกจึงคิดไว้ว่าหากตั้งหลักปักฐานที่นี่ไปได้สวย เธอก็จะได้ให้ลูกสาวคนเดียวของเธอสอบเรียนเข้ามหาลัยที่นี่เลย... หลังจากบัวกับสามีไปรับเข็มมุกและของขวัญที่หน้าหมู่บ้าน ก็พาสองแม่ลูกไปหาลุงแสงคนเก่าคนแก่ของเจ้านายที่พวกเขาต่างเคารพ ซึ่งไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรหรือใครจะไปใครจะมาก็ต้องผ่านการตรวจสอบจากลุงแสงก่อนจะถึงมือผู้เป็นนาย หลังจากส่งสองแม่ลูกเสร็จบัวกับสามีก็ขอตัวกลับที่พักคนงานซึ่งก็อยู่ด้านหลังบ้านเจ้านายไม่ไกล "เออเอา ตามมาตามมา เดี๋ยวพาไปหาคุณนายกับนายใหญ่ก่อน" ลุงแสงเอ่ยบอกกับสองแม่ลูกหลังจากไถ่ถามพูดคุยกันพอประปรายแล้ว ก่อนจะเดินนำสองแม่ลูกเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ของผู้เป็นนาย เข็มมุกกับของขวัญจึงเดินตามไปพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระที่ถืออยู่คนละใบสองใบ เอามาแค่เสื้อผ้าและของใช้จำเป็นเท่านั้น เพราะหากเอาสัมภาระมาเยอะคงไม่สะดวกแก่การเดินทางไกล เมื่อลุงแสงพามาหานายใหญ่กับคุณนาย ด้านสองแม่ลูกจึงย่อตัวนั่งลงกับพื้นตามมารยาทอย่างนอบน้อมเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่กำลังจะเป็นเจ้านายของตน ด้านลุงแสงจึงรีบเอ่ยแนะนำทันที "นายใหญ่คุณนายนี่แหละสองคนแม่ลูกเทอิมาทำงานเป็นแม่บ้าน" (นายใหญ่คุณนายนี่แหละสองคนแม่ลูกที่จะมาทำงานเป็นแม่บ้าน) "ชื่ออะไรกันบ้างล่ะ" คุณนายจันทร์ทิพย์ ผู้เป็นแม่ของนายหัวจอมทัพเอ่ยถามสองแม่ลูกที่นั่งอยู่บนพื้นตรงหน้า น้ำเสียงอ่อนโยนบวกกับใบหน้าที่ยิ้มรับตลอดเวลาของเธอ ทำให้คนมาใหม่สองคนที่มองอยู่รับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสูงวัยตรงหน้าคงจะเป็นคนใจดีไม่น้อย จึงเป็นเข็มมุกที่เอ่ยตอบ "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเข็มมุกค่ะ หรือจะเรียกเข็มเฉยๆก็ได้ ส่วนลูกสาวฉันชื่อของขวัญค่ะ" "สวัสดีค่ะ" ของขวัญพนมมือไหว้หญิงชายสูงไว้ตรงหน้าอย่างนอบน้อมหลังจากที่คนเป็นแม่เอ่ยแนะนำจบ "เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะบอกรายละเอียดคราวๆก่อนนะ พวกเธอมาเหนื่อยๆจะได้รีบไปพักผ่อนกัน งานที่นี่ไม่มีอะไรมาก แค่ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าแล้วก็ทำกับข้าว เหมือนที่งานแม่บ้านทั่วๆไปเขาทำกันนั่นแหละ กับข้าวทำสามมื้อปกติ แล้วก็อย่าลืมทำเผื่อตัวเองทุกมื้อด้วยล่ะ ทำเสร็จก็จัดแจงวางไว้บนโต๊ะกับข้าวในครัวนั่นแหละ คนที่บ้านนี้หิวเมื่อไหร่จะไปกินเอง ต่างคนต่างกินไม่ต้องยกมาเสิร์ฟให้ยุ่งยาก แล้วถ้าพวกเธอสองคนหิวก่อนก็กินกันได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้พวกเรากินก่อน ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ มีอะไรไม่เข้าใจอยากจะถามไหม" สิ้นคำกล่าวร่ายยาวของคุณนายจันทร์ทิพย์ เข็มมุกจึงเป็นคนเอ่ยตอบ "ไม่มีแล้วค่ะ" "งั้นก็ไปพักผ่อนเถอะ ส่วนมื้อเย็นวันนี้ไม่ต้องทำนะฉันทำไว้แล้ว ถ้าพวกเธอสองคนหิวก็ไปกินได้เลยไม่ต้องเกรงใจ อ่อ แล้วเรื่องเงินเดือนลูกชายฉันจะเป็นคนจัดการให้เองไม่ต้องห่วง" "ค่ะ ขอบคุณนะคะ" เข็มมุกพูดขึ้น ก่อนที่เธอกับลูกสาวจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดีตรงหน้าอย่างนอบน้อม "อือ ไปพักผ่อนเถอะ ห้องพักอยู่ด้านหลังถัดจากห้องครัวไปหน่อย ส่วนห้องน้ำก็อยู่ข้างห้องครัวนั่นแหละ เดี๋ยวตามลุงแสงไปก็เห็นเอง" หลังจากจบบทสนทนา ลุงแสงก็พาสองแม่ลูกไปพักผ่อนยังห้องพักที่คุณนายจันทร์ทิพย์ได้กล่าวไว้ ซึ่งปกติก่อนหน้านี้งานในบ้านทุกอย่างคุณนายจันทร์ทิพย์จะเป็นคนทำเองทั้งหมด แต่ด้วยอายุอานามที่มากแล้วจะให้ดูแลบ้านทั้งหลังคนเดียวต่อไปก็ไม่ไหว จึงเปิดรับสมัครแม่บ้าน กระทั่งได้สองแม่ลูกคู่นี้ที่คนงานของลูกชายฝากเข้ามาทำงาน...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD