ตอนที่2 แรกพบสบตา

1506 Words
ชะตารักนายหัวจอมทัพ เวลาต่อมา 20:55 น. ในขณะที่คุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรกำลังดูละครหลังข่าวกันอยู่ ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์ที่เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางตนก็เอ่ยทักออกไป "เป็นไง พออยู่กันได้ไหม" "อยู่ได้ค่ะ ที่นี่น่าอยู่มากเลยค่ะคุณนาย" สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านนายใหญ่ศรจึงพูดขึ้นบ้าง เพราะตั้งแต่สองแม่ลูกมาเขายังไม่ได้พูดด้วยสักคำ "อยู่ได้ก็ดีแล้ว แล้วนี่กินข้าวกันรึยังล่ะ" "ยังเลยค่ะนายใหญ่" สิ้นคำตอบของเข็มมุก ด้านคุณนายจันทร์ทิพย์จึงพูดต่อ "อยู่บ้านเดียวกันแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน ไม่ต้องเรียกฉันกับสามีเหมือนที่คนงานเขาเรียกกันหรอกนะ เรียกว่าป้าจันทร์กับลุงศรก็พอ ส่วนของขวัญก็เรียกตากับยายได้เลยนะลูก อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนคนในครอบครัว ไม่ต้องเรียกให้ห่างเหินหรอก" คุณนายจันทร์ทิพย์พูดไปยิ้มไปเพราะรู้สึกเอ็นดูสองแม่ลูกคู่นี้ไม่น้อย แม้จะเพิ่งเจอกันแต่ด้วยหน้าตาของหญิงสาวที่สระสวยทั้งแม่ทั้งลูก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ดูแล้วน่ามองน่าเอ็นดู ทำให้รู้สึกถูกชะตากับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก โดยที่คนเป็นสามีก็คิดไม่ต่างกัน "ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดีกับพวกเราสองแม่ลูกขนาดนี้" เข็มมุกไม่พูดเปล่าแต่เธอยกมือไหว้ชายหญิงสูงวัยทั้งสองอย่างนอบน้อม ด้านของขวัญจึงยกมือไหว้ตามเช่นกัน ก่อนที่เสียงแหบแห้งไปตามวัยของคุณนายจันทร์ทิพย์จะพูดต่อ "ดีอะไรกัน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เอาล่ะฉันมัวแต่ชวนพวกเธอคุย ยังไม่ได้กินข้าวกันก็ไปกินเถอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนาน" "ค่ะ งั้นเราสองคนขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคะ" "อือไปเถอะ กินให้อิ่มล่ะไม่ต้องเกรงใจ กินข้าวเสร็จก็เข้านอนกันได้เลย ไว้ค่อยเริ่มงานพรุ่งนี้" สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย เข็มมุกกับของขวัญจึงพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะดันตัวลุกขึ้นพากันไปกินข้าวในครัว ด้านสองสามีภรรยาก็ดูทีวีกันต่อ ในขณะที่เวลาเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆแต่ลูกชายของพวกเขายังไม่กลับ คนเป็นแม่จึงอดที่จะบ่นลูกชายตัวเองไม่ได้ที่หายไปตั้งแต่เช้า ค่ำแล้วก็ยังไม่กลับ "ป่านนี้แล้วลูกยังไม่กลับอีก ไปไหนนะ" "คงจะไปปลดปล่อยตามประสาอีกนั่นแหละ" นายใหญ่ศรคาดเดาเช่นนั้นเพราะหากลูกชายออกไปทำงาน แต่เวลานี้ยังไม่กลับก็คงไม่พ้นแต่จะไปปลดปล่อยตามประสาชายโสดที่มีความต้องการเรื่องอย่างว่า ซึ่งพ่ออย่างเขาก็เข้าใจ และไม่ได้เป็นห่วงอะไรมาก เพราะลูกชายอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ทำอะไรก็ควรจะคิดเองเป็น ผิดกับคนเป็นแม่ที่กังวลไปอีกเรื่อง "ลูกจะไปไหนไปทำอะไรก็ช่างเถอะ ฉันไม่ห่วงหรอกนะคุณ ขออย่างเดียวอย่าพาผู้หญิงข้างทางเข้าบ้านก็พอ" นี่เป็นเรื่องเดียวที่คุณนายจันทร์ทิพย์เป็นกังวล แม้จะรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนที่มีความคิด ทำอะไรก็อยู่ในความสมควร รู้เหตุรู้ผลและผิดชอบชั่วดี เป็นคนที่มีความเด็ดขาด แต่เธอไม่ไว้ใจผู้หญิงพวกนั้น กลัวจะมาใช้มารยาเล่ห์เหลี่ยมจับลูกชายของเธอ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายคงไม่ยอมให้ผู้หญิงที่ไหนมาจับง่ายๆ แต่กระนั้นคนเป็นแม่ก็ยังกังวลอยู่ดี ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงรถกระบะของลูกชายที่เพิ่งกลับมา สองสามีภรรยาจึงหยุดบทสนทนาไว้แค่นั้น ก่อนจะหันไปมองทางประตูบ้าน ไม่นานร่างสูงใหญ่ของลูกชายก็เดินเข้าบ้านมาทางพวกเขา คนเป็นแม่จึงเอ่ยถามขึ้นทันที "ไปหาอีพวกนั้นมาอีกแล้วเหรอ" แม้คำถามจะดูหยาบคาย ไม่น่าออกมาจากปากของคนใจดีอย่างคุณนายจันทร์ทิพย์ แต่เพราะเธอไม่ชอบผู้หญิงประเภทนั้นจริงๆ จึงไม่อยากให้ค่า แม้จะรู้ว่าบางคนต้องฝืนใจทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่คนหัวโบราณอย่างเธอก็รับไม่ได้อยู่ดี แค่ยอมให้ลูกชายไปซื้อกินกับผู้หญิงประเภทนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว "เปล่าครับ วันนี้ผมเข้าสวนปาล์ม พอดีอยู่นั่งดื่มกับคนงานพึ่งจะปลีกตัวออกมาได้นี่แหละครับ" จอมทัพตอบคนเป็นแม่น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า ทว่าขณะนั้นเอง... "คุณยายขา~" เสียงหวานใสๆก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กเจ้าของเสียงวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาก่อนจะนั่งลงบนพื้นข้างหญิงสูงวัย ด้านจันทร์ทิพย์จึงละความสนใจจากลูกชาย แล้วหันมาให้ความสนใจเด็กสาวข้างกายแทน เช่นเดียวกับลูกชายที่ถูกดึงความสนใจจากเสียงหวานๆใสๆนั่นให้หันไปมองเจ้าของเสียง "มีอะไรเหรอลูก ดึกแล้วยังไม่นอนอีก" จันทร์ทิพย์เอ่ยถามพลางวางมือที่เหี้ยวย่นไปตามวัยลงบนศีรษะเล็กของเด็กสาวแล้วลูบเบาๆอย่างเอ็นดู "หนูกำลังจะนอนแล้วค่ะ แต่หนูอยากเอาอันนี้มาให้คุณยายก่อน" ไม่พูดเปล่า แต่สองมือเล็กยื่นกระเป๋าสตางค์ไหมพรมที่ถักเองให้หญิงสูงวัยตรงหน้า "ให้ยายเหรอ ขอบใจนะ น่ารักจังเลยลูก" จันทร์ทิพย์รับของจากเด็กสาวมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ ที่เอ่ยชมว่าน่ารักไม่ใช่สิ่งของที่เด็กสาวให้มา แต่เป็นตัวคนให้ต่างหากที่น่ารัก "อันนี้หนูถักเองเลยนะคะ คุณยายดีกับหนูกับแม่มาก หนูไม่รู้จะให้อะไรเป็นการตอบแทน มีแค่กระเป๋าไหมพรมที่หนูถักเองติดตัวมา หวังว่าคุณยายจะไม่รังเกียจนะคะ" ของขวัญพูดไปยิ้มไป น้ำเสียงใสแจ๋ว โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างไปมากกว่าหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าเธอ ขณะเดียวกันเข็มมุกก็เดินมาพอดี ก่อนจะนั่งลงข้างลูกสาว แล้วหันไปมองอีกคนที่เธอไม่แน่ใจว่าใช่ลูกชายบ้านนี้หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอแน่ใจคือเขาเอาแต่จ้องมองลูกสาวของเธอ มีเหลือบมามองเธอแค่เล็กน้อย แล้วมองลูกสาวของเธอต่อ จนเธอรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่อีกคนเอาแต่มองลูกสาวเธอ แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ "ยายไม่รังเกียจเลยลูก กลับดีใจซะอีกที่หนูอุตส่าห์นึกถึงยาย เมื่อกี้บอกยายว่าทำเองด้วยใช่ไหม เก่งมากเลยนะเรา ดูยายสิ อายุก็ปูนนี้แล้วแต่ทำของพวกนี้ยังไม่เป็นเลย" "แม่ครับ" ในขณะที่จันทร์ทิพย์กำลังคุยอยู่กับเด็กสาว เสียงทุ้มของลูกชายก็เอ่ยเรียกเธอ แต่นั่นไม่ใช่แค่การเรียกเฉยๆ แต่เป็นการเรียกเพื่อดึงความสนใจต่างหาก คนเป็นแม่จึงหันมามองก่อนจะพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ "อ่อ ลืมแนะนำเลย นี่สองแม่ลูกที่มาทำงานเป็นแม่บ้าน คนแม่ชื่อเข็มมุก ส่วนนี่ลูกสาวชื่อของขวัญ" เมื่อพูดกับลูกชายจบ ก็หันกลับมาพูดกับสองแม่ลูกต่อ "ส่วนนั่นก็ลูกชายฉันเองชื่อจอมทัพ คนงานที่นี่เรียกกันว่านายหัว" สิ้นเสียงแหบแห้งไปตามวัย สองแม่ลูกก็ยกมือไหว้เจ้านายอีกคนทันที จอมทัพจึงยกมือรับไหว้ขณะที่ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ทว่าดวงตาคู่คมเอาแต่จ้องมองเด็กสาวไม่ละสายตา โดยไม่ได้สนใจว่าแม่ของเธอจะมองมาเช่นไร แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ว่าเผลอมองเด็กสาวนานไป เขาก็รีบเบี่ยงสายตาไปมองแม่ตัวเองแทน ก่อนจะเอ่ยพูดออกไป "ผมขอตัวก่อน" พูดจบก็เดินขึ้นห้องตัวเองไป แต่ไม่วายหันกลับมามองเด็กสาวอีกครั้ง ขณะที่ข้างในรู้สึกปั่นป่วนใจแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก และไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน ยิ่งในยามที่เธอหันมามองสบตากันเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นของเธอมาก คล้ายกับว่าเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อนจนทำให้เผลอจ้องอยู่นาน แต่ทว่านึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที และเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ก็ตัดใจเลิกคิด ก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองต่อ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD