ชะตารักนายหัวจอมทัพ
สองชั่วโมงต่อมา ของขวัญยังคงนั่งเล่นและเดินไปเดินมาอยู่บริเวณระเบียงหน้าบ้าน จะเล่นโทรศัพท์ก็ขัดใจเพราะตรงที่เธออยู่แม้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจะเข้าถึงแต่ก็ช้ามาก พอเริ่มเบื่อก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงเดินเข้าไปสำรวจภายในบ้าน
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะเป็นห้องกว้างๆที่มีห้องน้ำในตัว มีเตียงนอนและหมอนผ้าห่ม ตู้เสื้อผ้า โซฟาเล็กๆ และอีกหลายสิ่งที่ห้องนอนควรจะมี ซึ่งไม่ต่างจากห้องนอนห้องหนึ่ง และเมื่อสายตาดันไปสะดุดเข้ากับรูปถ่ายขนาดเล็กรูปหนึ่งที่แขวนอยู่ข้างขอบหน้าต่าง เธอจึงเดินไปหยิบรูปถ่ายรูปนั้นมาดู เป็นรูปผู้ชายสองคน คนหนึ่งก็คือนายหัวจอมทัพที่เธอรู้จักดี เธอใช้สายตามองรูปของเขาอย่างละเอียด ในรูปเขายังดูหนุ่มอยู่เลย แต่ก็ไม่ต่างจากตอนนี้มากนักที่ถึงจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังดูดีเหมือนในรูปไม่เปลี่ยน
จากนั้นก็มองผู้ชายอีกคนในรูป ซึ่งดูแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับนายหัวจอมทัพ แต่ทว่าทันทีที่เห็นผู้ชายคนดังกล่าวคิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันทันที รู้สึกคุ้นเคยกับผู้ชายคนนี้อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งที่เธอมั่นใจว่าไม่เคยเจอหรือเคยเห็นหน้าค่าตาผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยก็ไม่รู้
"ยัยหนู! อยู่ในบ้านรึเปล่า"
ขณะนั้นเองเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นดึงความสนใจของเธอให้ละสายตาจากคนในรูปแล้วหันไปมองตามเสียงทันที ก่อนจะรีบแขวนรูปถ่ายไว้ข้างขอบหน้าต่างเช่นเดิม แล้วรีบวิ่งออกไปหาอีกคนพร้อมกับเอ่ยขานรับ
"หนูอยู่นี่ค่ะ"
ด้านจอมทัพเมื่อได้ยินเสียงหวานขานรับพร้อมกับเจ้าตัววิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาจากในบ้านก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะตอนกลับมาเขาไม่เห็นเธอนั่งอยู่หน้าบ้านก็เป็นห่วงกลัวเธอจะซนเดินไปโน่นไปนี่จนหลง แต่พอเห็นเด็กสาวยังอยู่ดีก็หายห่วงทันที
"ฉันตกใจหมด คิดว่ายัยหนูจะไปซนที่ไหนซะอีก"
"หนูบอกแล้วว่าจะไม่ซน หนูก็ต้องทำตามที่พูดสิคะ ถ้าดื้อเดี๋ยวโดนนายหัวดุอีก" พูดจบก็ยิ้มแป้นแล้นส่งให้อีกคน จนพาให้เขายิ้มตามกับความน่ารักของเธอ
"เด็กดีจริงๆ แบบนี้สิน่ารักมาก" จอมทัพยื่นมือใหญ่ไปขยี้ผมของเด็กสาวเบาๆอย่างนึกเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว ก่อนจะกระดกดื่มน้ำในขวดที่ถืออยู่ในมืออย่างกระหาย แล้วเอ่ยพูดต่อ
"ฉันขอนั่งพักให้หายเหนื่อยหน่อยนะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับกัน"
"ค่ะ"
สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยตอบรับ จอมทัพก็ยิ้มบางๆให้เธอ ก่อนจะทิ้งกายแกร่งนั่งลง แล้วยืดขาข้างหนึ่งวางพาดยาวไปกับพื้นไม้ ขาอีกข้างยกตั้งชันขึ้นมา ส่วนแขนแกร่งทั้งสองข้างค้ำยันไว้ด้านหลังเพื่อทรงตัวในการนั่ง
ด้านของขวัญเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงนั่งลงตามทันที เธอนั่งในท่ากอดเข่าทั้งสองข้าง ก่อนที่อีกคนจะหันมาพูดกับเธอ
"ฉันดูมหาลัยไว้ให้สองสามที่ เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปคุณกับแม่หนูกัน"
"จริงเหรอคะ ขอบคุณนะคะนายหัวที่ช่วยดูให้ หนูก็มีดูๆไว้บ้างเหมือนกันค่ะ" ของขวัญยิ้มออกมาด้วยความดีใจ โดยไม่ลืมพนมมือไหว้ขอบคุณอีกคนจากใจจริงที่ช่วยเป็นธุระให้ ทั้งที่เธอไม่เคยขอให้เขาช่วยเลยด้วยซ้ำ
"อือ เดี๋ยวกลับบ้านแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กัน"
"ค่ะ"
สิ้นเสียงหวาน มือใหญ่ก็ยื่นไปลูบศีรษะเล็กเบาๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะผละมือออกแล้วหันกลับไปมองทางด้านหน้า ขณะที่เด็กสาวนั่งมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย และรู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ โดยที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกหวั่นไหวแบบนี้มันคืออะไร รู้แค่เพียงว่าตอนนี้เธอนั่งมองเขาโดยไม่มีเบื่อเลย นั่งมองไปยิ้มไปอย่างไม่รู้ตัว แต่ทว่าเมื่อเขาหันมามองสบตากัน ทำให้เธอได้สติรีบหลบสายตาหันมองไปอีกทางทันที มีอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาเล็กน้อย
ด้านจอมทัพเห็นเช่นนั้นจึงหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ขณะที่ภายในใจกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่เห็นเด็กสาวแอบมองกัน เขาไม่รู้หรอกว่าเธอแอบมองเขาทำไม เขารู้เพียงว่าแค่ตัวเขาอยู่ในสายตาของเธอก็ทำให้ใจแกร่งรู้สึกกระชุ่มกระชวยแล้ว ขณะที่นั่งมองเธอก็อยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มป่องๆอมชมพูของเธอสักทีสองทีให้หายหมั่นเขี้ยว อยากจะหอมสักฟอดสองฟอดให้ชื่นใจ แต่ก็คงทำได้แค่คิดและนั่งมองเท่านั้น และเมื่อเห็นว่าเด็กสาวกำลังจะหันกลับมา เขาจึงหันมองไปอีกทางทันทีอย่างใจเย็น ไม่ได้มีอาการเลิ่กลั่กเหมือนกับเธอที่แอบมองเขาเมื่อครู่
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต่างนั่งมองกันไปมองกันมาอยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายนาที กระทั่งทั้งคู่หันมามองพร้อมกันทำให้ดวงตาสองคู่สบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาเด็กสาวมีอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาอีกครั้งและประหม่าขึ้นมาทันที ขณะที่อีกคนมองมานิ่งๆ พอเห็นความน่ารักของเด็กสาวก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้
"เอ่อ ระ เราจะกลับบ้านกันตอนไหนเหรอคะ" ของขวัญตัดสินใจหันมาถามด้วยน้ำเสียงติดขัด โดยที่หลบสายตาไปมาไม่กล้าสบตาอีกคนตรงๆ ทำเอาเขาที่มองอยู่ยิ้มเอ็นดูแล้วเอ็นดูอีกกับท่าทีของเธอ ซึ่งมันน่ารักมากสำหรับเขา เขาจึงถามกลับแทนที่จะตอบคำถามของเธอ
"ยัยหนูอยากกลับแล้วเหรอ"
"เปล่าค่ะ"
"แล้วถามทำไม"
"หนูแค่ถามเฉยๆค่ะ"
"หึ ฉันอยากนั่งต่ออีกหน่อย ใกล้เที่ยงค่อยกลับ ได้ไหม" เขาเอียงตัวเข้าไปถามเด็กสาวใกล้ๆอย่างตั้งใจ เพราะอยากจะแกล้งเด็กขี้อายเสียหน่อย ทำเอาเด็กสาวยิ่งเขินอายและประหม่าเข้าไปใหญ่
"ดะ ได้ค่ะ หนูแล้วแต่นายหัวเลยค่ะ"
"หึ" สิ้นเสียงทุ้มที่หัวเราะในลำคอ กายแกร่งก็ทิ้งแผ่นหลังนอนราบไปกับพื้นไม้ นอนหนุนแขนข้างหนึ่ง แขนอีกข้างวางพักไว้บนหน้าท้องแกร่ง ส่วนขาสองข้างก็อยู่ในท่าเดิม ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหลับพริ้ม ซึบซับบรรยากาศและกอบโกยความรู้สึกตอนนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ แต่ความจริงคงทำไม่ได้อย่างใจหวัง
ขณะเดียวกันของขวัญก็นั่งมองสำรวจร่างกายของคนตัวโตที่นอนอยู่ข้างเธอ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหลงใหล เขาดูดีไปหมดแม้อายุจะมากแล้วก็ตาม ไม่มีแม้แต่ผมขาวสักเส้นเล็ดลอดออกมาให้เห็น ถึงเขาจะผิวเข้มแต่ผิวของเขาก็ดูสุขภาพดีมาก ไม่มีโทรมหรือจุดหมองคล้ำให้เห็นเลย กระทั่งสายตาของเธอหยุดมองอยู่ที่ปากของเขา ก็ทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อวานที่เธอเข้าใจว่าตัวเองฝันไป ตอนที่เธอจูบเขาในฝันเธอรู้สึกได้ว่าปากของเขานุ่มมาก หากได้จูบจริงๆไม่ใช่แค่ความฝันก็คงจะดีไม่น้อย
(ไม่สิ คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยเรา เลิกคิดๆ) เสียงของเธอตีกันในหัวเมื่อเผลอคิดเรื่องน่าอาย รีบส่ายหน้าเป็นพลันวันเพื่อดึงสติของตัวเองกลับมาให้เลิกคิดฟุ้งซ่านกับสิ่งที่ไม่ควรคิด เธอเคารพคนข้างกายดั่งพ่อ จะมาคิดไม่ซื่อกับเขาแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด นี้คือสิ่งที่เธอควรจำใส่สมองเอาไว้ แต่ทว่าทำไมถึงไม่อยากจำก็ไม่รู้ เธอไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้เลยสักนิด มันยากที่จะทำความเข้าใจตัวเองจริงๆ
จากนั้นไม่นานนักคนที่นอนอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ทว่าเขาไม่ได้หลับจริง แค่เพียงพักสายตาเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พากันกลับบ้านในเวลาใกล้เที่ยง...