ชะตารักนายหัวจอมทัพ
วันต่อมา
"เข็ม ลูกไปไหนกับบัวเหรอ ผมเห็นบัวมารับลูกหน้าบ้านเมื่อกี้"
ด้านเข็มมุกที่กำลังยืนตากผ้าอยู่หลังบ้าน เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปมองอีกคนด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเขาขณะที่สองมือก็ยังวุ่นอยู่กับการตากผ้า
"นายพูดอะไรระวังปากหน่อย อย่ามาเรียกลูกฉันว่าลูก ถ้าเกิดของขวัญหรือใครมาได้ยินเข้าจะทำยังไง"
"ขอโทษผมลืมตัว คราวหลังผมจะระวังให้มากกว่านี้นะ"
"ก็ดี"
"แล้วตกลงหนูของขวัญออกไปไหนกับบัวเหรอ"
"ไปตัดผม ฉันก็เลยให้บัวพาไป"
"อ๋อ แกคงชอบไว้ผมสั้นสินะ เห็นผมสั้นอยู่แล้วยังจะไปตัดอีก เหมือนคุณตอนเรียนมหาลัยเลยเนอะ ตอนนั้นคุณก็ไว้ผมสั้น แต่ตอนนี้คุณไว้ผมยาวแล้วก็ยังสวยเหมือนเดิมเลย"
สิ้นเสียงของราเชนท์ เข็มมุกก็หยุดมือในการตากผ้าแล้วหันไปมองเขานิ่งๆก่อนจะเอ่ยพูดด้วยสีหน้าเอือมๆ
"นายไม่มีอะไรทำหรือไงถึงได้มายืนพล่ามอยู่ตรงนี้"
"ไม่มี เวลาผมมาที่นี่ผมก็มาพักผ่อนไม่ต้องทำอะไร" ราเชนท์ตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ แม้จะรู้ว่าอีกคนคงรำคาญกันแต่เขาก็ไม่สน ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ
"ผมเพิ่งรู้จากไอ้ทัพว่าบัวเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณ ไม่คิดเลยเนอะว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ คุณกับลูกอยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม เป็นญาติของคนงานไอ้ทัพแต่ผมกลับไม่รู้เลย"
"แล้วไง"
"ก็ผมดีใจไงที่ได้เจอคุณกับลูก"
"พูดจบยัง พูดจบก็ไปได้ละฉันจะทำงาน ฉันไม่ได้มีเวลามาฟังนายพูดหรอกนะ" พูดจบเข็มมุกก็เลือกที่จะตากผ้าต่อ หากอีกคนอยากจะพูดอะไรก็สุดแล้วแต่เขาอยากจะพูดเถอะ เพราะเธอไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้วนอกจากทำงานของตัวเองให้เสร็จ
ด้านราเชนท์เมื่อเห็นคนรักเก่าดูจะยุ่งอยู่กับงานที่ทำน่าดู ทั้งที่แค่ตากผ้ากับมือ ไม่ได้ตากกับปากเสียหน่อย แต่กระนั้นในเมื่อเธอไม่อยากพูดด้วยเขาก็ไม่อยากตื๊อให้เธอรำคาญไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะพาลโกรธเกลียดเขาหนักกว่าเดิมอีก
"โอเค งั้นคุณทำงานเถอะผมไม่กวนแล้ว" พูดจบราเชนทร์ก็เดินกลับเข้าบ้านไป แต่ไม่วายหันกลับมามองคนรักเก่าด้วยความรู้สึกโหยหา แม้จะเลิกลากันมาเกือบยี่สิบปี แต่เขาก็ไม่เคยลืมเธอเลย
ด้านเข็มมุกเมื่ออีกคนเดินเข้าบ้านไปแล้วเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอยังคงทำหน้าที่ของตัวเองไป ทำราวกับไม่รู้สึกอะไรทั้งที่ในใจกลับรู้สึกหวั่นไหวไปแล้ว เพราะเขาคือรักแรกและรักเดียวของเธอมาตลอด หากจะบอกไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงเป็นไปไม่ได้
อีกด้าน
ทางฝั่งบัวที่พาของขวัญมาตัดผมที่ร้านเสริมสวยเล็กๆในซอยกลางหมู่บ้าน ทั้งสองคนนั่งรอคิวอยู่ในร้าน ใครมาก่อนก็ได้ทำผมก่อนใครมาทีหลังก็ต้องรอไป ยิ่งตอนนี้ติดคิวลูกค้ามายืดผมก็คงต้องรอไปอีกนาน
ซึ่งตอนเด็กๆของขวัญไว้ผมยาวถักเปียผูกผมเหมือนเด็กน้อยทั่วๆไป แต่พอเริ่มโตเป็นสาวพอเข้ามัธยมเธอลองตัดผมสั้นแล้วดันชอบ อีกอย่างมันดูแลง่ายกว่าผมยาวด้วย เธอจึงไว้ผมสั้นประบ่าตั้งแต่นั้นมา และจะตัดผมทุกๆสามเดือนหรือพอเริ่มยาวก็จะเข้าร้านตัดผมทันที...
ผ่านไปเกือบชั่วโมง กว่าที่ของขวัญจะได้ตัดผม ขณะที่ช่างก็ยังทำการยืดผมให้ลูกค้าอีกคนไม่เสร็จ แต่ก็เจียดเวลาที่รอให้น้ำยายืดผมของลูกค้าอีกคนทำงาน ช่างก็มาตัดผมให้ของขวัญก่อนจะได้ไม่เสียเวลา กระทั่งตัดผมให้ของขวัญเสร็จช่างก็ไปทำการยืดผมขั้นตอนต่อไปให้ลูกค้าต่อ
ด้านบัวกับของขวัญเมื่อออกมาจากร้านเสริมสวยเดินมาที่รถ พออยู่กันสองคนบัวก็พูดถึงบุคคลที่อยู่ในร้านทันที เนื่องจากเมื่อครู่อยู่ในร้านเสริมสวยจึงพูดอะไรมากไม่ได้
"ของขวัญเมื่อกี้เห็นผู้หญิงที่มายืดผมไหม เธอชื่อเนตรเป็นเด็กนายหัว"
"เด็กนายหัว?"
"อือ ก็ประมาณว่าเป็นเด็กที่นายหัวเลี้ยงไว้คลายเหงาน่ะ ชาวบ้านที่นี่เขารู้กันหมดว่านายหัวยังไม่มีเมียแต่กลับเลี้ยงอีตัวเอาไว้ เพราะงั้นขวัญอยู่ห่างๆนายหัวไว้ก็ดีนะ น้าได้ยินเข้าหูมาบ้างว่าคนงานกับชาวบ้านเขาพูดกันเรื่องที่นายหัวพาขวัญไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ เวลานายหัวพาขวัญเข้าสวนคนงานกับชาวบ้านเขาก็เห็นกันหมดนั่นแหละ แต่ไม่มีใครกล้าพูดมากกลัวจะถึงหูนายหัวเข้า" คนเป็นน้าเอ่ยเตือนหลานสาวด้วยความหวังดี ไม่อยากให้ใครมากล่าวหาว่าร้ายคนในครอบครัว และต่อให้ผู้เป็นนายจะเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่เขาก็คือเพศตรงข้ามที่มีความต้องการเรื่องอย่างว่าเหมือนผู้ชายทั่วไป ยิ่งหลานสาวของเธอเป็นเด็กน่ารักน่าเอ็นดูและอยู่ในวัยสาวสะพรั่งขนาดนี้ เธอก็ยิ่งอดห่วงหลานไม่ได้
"โอเค หนูเข้าใจแล้วค่ะน้าบัว" ของขวัญตอบรับคำคนเป็นน้าอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง ขณะสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่เธอเศร้าไม่ใช่เพราะถูกชาวบ้านนินทาไปในทางไม่ดี เธอเศร้าเพราะเพิ่งรู้ว่าอีกคนเป็นพวกเสี่ยเลี้ยงเด็ก หากน้าสาวไม่บอกเธอก็คงไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและน้อยใจในตัวเขาขึ้นมาทันที
"คนเรามีปากก็มักจะพูดไปเรื่อยนั่นแหละ ขอแค่เรารู้ตัวเราดีก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเก็บคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจหรอก เข้าใจไหม" บัวกลับคิดว่าที่หลานสาวตัวเองเศร้าไปเพราะถูกชาวบ้านนินทาไปในทางไม่ดี จึงพูดปลอบหลานสาวไปแบบนั้น
"เข้าใจค่ะน้าบัว"
"ดีแล้วลูก ป่ะ งั้นกลับกันเถอะ ออกมานานแล้วเดี๋ยวแม่เราจะเป็นห่วงเอา"
"ค่ะ"
หลังจากนั้นสองสาวต่างวัยก็พากันกลับบ้านโดยที่ของขวัญก็เอาแต่คิดเรื่องของอีกคนไม่หยุด จนกระทั่งคนเป็นน้าหยุดรถจอดส่งเธอที่หน้าบ้าน พอลงจากท้ายรถมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณคนเป็นน้า
"ขอบคุณนะคะน้าบัวที่พาหนูไปตัดผม"
"ไม่เป็นไร วันหลังอยากทำสวยอะไรอีกก็บอกน้าได้ตลอดเลยนะเดี๋ยวน้าพาไปเอง"
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะน้าบัว"
"อือ งั้นน้าไปล่ะ"
จากนั้นบัวก็ขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านพักของตัวเองไป ส่วนของขวัญก็เดินเข้าบ้านอย่างคนเหม่อลอย