ตอนที่22 กามเทพตัวน้อยของพ่อ

1756 Words
ชะตารักนายหัวจอมทัพ "อ้าวหนูของขวัญกลับมาแล้วเหรอครับ" กระทั่งได้ยินอีกคนเอ่ยทัก ของขวัญจึงหันไปมองเจ้าของเสียงที่นั่งยิ้มให้เธออยู่บนโซฟา ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดต่อ "มานี่เร็ว เมื่อกี้อาไปคาเฟ่หลังตลาดมา ซื้อเค้กมาให้หนูด้วยนะรีบมากินเร็วครับ" ด้านของขวัญไม่ได้พูดอะไร แต่ยิ้มให้อีกคนก่อนจะเดินไปหาอย่างว่าง่ายแล้วนั่งลงข้างเขา มองไปยังขนมเค้กที่วางเกลื่อนอยู่เต็มโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถามอีกคน "ทำไมคุณอาซื้อมาเยอะจังเลยคะ แบบนี้จะกินหมดเหรอ" "กินไม่หมดก็เอาไปแช่ตู้เย็นไว้กินต่อได้ครับ อาไม่รู้ว่าหนูของขวัญชอบกินรสไหนบ้าง อาก็เลยซื้อมาทุกรสที่มีในร้านเลยครับ" "งั้นเค้กทั้งหมดนี่ซื้อมาให้หนูคนเดียวเลยเหรอคะ" ของขวัญถามขณะสายตามองไปยังขนมเค้กบนโต๊ะที่วางอยู่มากกว่าสิบชิ้น "ใช่ครับ ของหนูหมดเลย" "ขอบคุณนะคะคุณอาที่ใจดีกับหนู ที่จริงหนูชอบกินเค้กช็อกโกแลตกับสตอเบอรี่ค่ะ ไม่ต้องซื้อมาเยอะขนาดนี้ก็ได้หนูเกรงใจค่ะ" "โอเค อาจะจำไว้ว่าหนูชอบกินรสช็อกโกแลตกับสตอเบอรี่ แต่หนูไม่ต้องเกรงใจอาหรอกนะครับ อาเอ็นดูหนูเหมือนลูก แค่นี้อาเลี้ยงหนูได้สบายมาก หรือถ้าหนูอยากได้อะไรก็บอกอามาได้เลยครับ ไม่ต้องไปขอแม่หนูก็ได้เดี๋ยวอาจะซื้อให้หนูเอง" "เอ่อ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ แต่ก็ขอบคุณนะคะที่เอ็นดูหนูขนาดนี้" ของขวัญเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนเพราะอีกคนดีกับเธอมาก มากจนเธอทำตัวไม่ถูก "ไม่เป็นไรครับ เอ็นดูหนูมันคือสิ่งที่อาต้องทำอยู่แล้ว" "คะ?" ราเชนทร์ถึงกับชะงักเมื่อเผลอลืมตัวพูดเป็นในออกไป ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อดึงความสนใจของเด็กสาว "อาว่าเรามากินเค้กกันดีกว่าครับ ลองชิมดูว่าอร่อยถูกปากหนูไหม" ไม่พูดเปล่าเขาหยิบเค้กช็อกโกแลตบนโต๊ะกลางโซฟาขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วแกะฝากออก ก่อนจะยื่นให้เด็กสาวพร้อมกับช้อนกินเค้ก "ขอบคุณค่ะ" ของขวัญพนมมือไหว้ขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มๆ แล้วรับเค้กจากอีกคนมา ก่อนจะตักเค้กพอดีคำป้อนเข้าปาก โดยที่อีกคนนั่งมองเธอกินอย่างนึกเอ็นดู "อร่อยไหมครับ" คนเป็นพ่อไม่ถามเปล่า ยื่นมือไปลูบหัวของลูกสาวเบาๆ มองลูกด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่มและรักใคร่เอ็นดูเธอเป็นที่สุด "อร่อยค่ะ" "อร่อยก็กินเยอะๆครับ" "ค่ะ" หลังจากนั้นสองพ่อลูกก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ขณะที่คนเป็นลูกก็นั่งกินเค้กไป โดยที่คนเป็นพ่อจะเป็นคนถามเสียมากกว่า ส่วนคนเป็นลูกก็มีหน้าที่ตอบ ซึ่งคำถามของราเชนท์แต่ละคำถามก็ถามเกี่ยวกับเรื่องของลูกสาวทั้งนั้น เธอชอบอะไรไม่ชอบอะไรเขาก็ถามออกไปเพราะอยากรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับลูก เขาจะได้ดูแลและเอาใจลูกสาวถูก กระทั่งตีเนียนถามหยั่งเชิงไปถึงอีกเรื่องที่เขาอยากรู้มาก เมื่อมีโอกาสจึงถามให้กระจ่าง "ว่าแต่ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่กับแม่แค่สองคนล่ะ พ่อหนูไปไหนเหรอครับ เอ่อ ถ้าอาถามมากไปอาต้องขอโทษด้วยนะ" ทั้งที่ตั้งใจถามแต่ก็ทำทีเป็นเอ่ยขอโทษราวกับไม่ได้ตั้งใจละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่ทว่าเด็กสาวกลับเอ่ยตอบออกมาตรงๆ ดูไม่ได้ลำบากใจที่จะตอบเขา "หนูไม่รู้หรอกค่ะว่าพ่อหนูไปไหน พ่อหนูเป็นใครหนูยังไม่รู้เลย หนูไม่รู้แม้แต่ชื่อของพ่อด้วยซ้ำ หนูเกิดมาก็ไม่มีพ่อแล้วค่ะ มีแค่แม่ที่เลี้ยงหนูมาคนเดียว เวลาหนูถามแม่ถึงเรื่องพ่อ แม่หนูก็จะโกรธทุกครั้ง แม่ไม่เคยบอกอะไรเกี่ยวกับพ่อให้หนูฟังเลยค่ะ หนูก็เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อเลย หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อของหนูยังมีชีวิตอยู่หรือจากไปแล้ว" แม้ไม่ได้ลำบากใจที่จะเล่าเรื่องพ่อให้ใครฟัง แต่พอพูดถึงพ่อของขวัญก็ดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด จนคนเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดที่นั่งมองอยู่ นั่งตัวเป็นๆอยู่ข้างกายเธอตรงหน้าเธอ รู้สึกสงสารลูกสาวตนจับใจ ทั้งที่เขานั่งอยู่ตรงนี้แต่ไม่สามารถบอกกับลูกสาวได้ว่าตนเป็นพ่อ มือใหญ่ข้างหนึ่งจึงเลื่อนขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างอ่อนโยน ปลอบโยนลูกทางสัมผัสอบอุ่น ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "แล้วถ้าพ่อของหนูยังมีชีวิตอยู่ หนูอยากให้เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ" "คนเป็นลูกก็ต้องอยากมีพ่อเป็นคนดีอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ว่าพ่อของหนูจะเป็นคนยังไง ขอแค่เขายังมีชีวิตอยู่ ขอแค่ให้หนูได้เจอหน้าพ่อสักครั้งหนูก็พอใจแล้วค่ะ แค่นี้หนูไม่หวังอะไรแล้ว และต่อให้พ่อหนูเป็นคนไม่ดีหนูก็รักค่ะ เพราะยังไงเขาก็คือพ่อของหนู" "หนูช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ถ้าพ่อหนูเขารู้ว่าลูกสาวเขาน่ารักขนาดนี้คงต้องภูมิใจในตัวหนูมากแน่ๆครับ" ราเชนทร์พูดขึ้นด้วยความปลื้มอกปลื้มใจที่มีลูกสาวน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ ถึงเธอจะยังเด็กแต่ก็มีเหตุมีผลมีความคิดแบบผู้ใหญ่อยู่มาก "แล้วแม่หนูเคยมีพ่อเลี้ยงให้หนูไหม เอ่อ อาอาจจะถามมากไปหนูไม่ต้องตอบอาก็ได้ ถือซะว่าเมื่อกี้อาไม่ได้ถาม" "ไม่เป็นไรค่ะหนูตอบได้ ตั้งแต่หนูจำความได้หนูไม่เคยเห็นแม่พาผู้ชายคนไหนเข้าบ้านเลยค่ะ แม้ว่าแม่จะดูไม่ชอบพ่อแต่แม่ก็ไม่เคยหาพ่อเลี้ยงให้หนูเลยค่ะ" ราเชนทร์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะหลอกถามลูกสาวต่อ "แต่แม่หนูออกจะสวยมากเลยนะ ไม่มีผู้ชายมาตามตื๊อตามจีบบ้างเลยเหรอครับ" "มีค่ะ เยอะด้วย แต่แม่ไม่ชอบใครเลยสักคน วันๆแม่ทำแต่งานหาตังค์เลี้ยงหนู แม่บอกว่าไม่อยากมีใครกลัวจะเจอคนไม่ดีเข้ามาหวังผลประโยชน์จากพวกเราสองคนค่ะ" "ดีแล้ว แม่หนูคิดแบบนี้แหละดีแล้ว ถูกต้องที่สุดเลยครับ" ราเชนทร์พูดไปยิ้มไป ดีใจจนออกนอกหน้าจนคนเป็นลูกที่มองอยู่เริ่มเอะใจ แม้เธอจะไร้เดียงสาไปบ้างแต่อาการของคนตรงหน้ามันออกชัด จนเธออดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะมีใจให้แม่ของเธอ จึงเอ่ยพูดหยั่งเชิงออกไป "แต่หนูอยากมีพ่อเลี้ยงค่ะ หนูอยากให้แม่มีคนรักชีวิตแม่จะได้ไม่เงียบเหงา หนูอยากให้แม่ได้เจอผู้ชายดีๆสักคน ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายแบบคุณอาจะดีมากเลยค่ะ" แม้จะรู้จักอีกคนได้แค่วันสองวัน เป็นเวลาแค่น้อยนิด แต่ความรู้สึกของเธอมันบอกได้ว่าเขาเป็นคนดี และเธอก็รู้สึกอบอุ่นเวลาได้คุยกับเขาและได้ใกล้ชิดเขาแบบนี้ ไม่รู้ว่าการมีพ่อจะรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า แต่หากเป็นเช่นนั้นเธอก็หวังอยากจะได้เขามาเป็นพ่อเลี้ยง "บะ แบบอาเหรอครับ" ราเชนทร์ถึงกับไปไม่เป็น เด็กสาวพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเธออยากมีพ่อเลี้ยงแบบเขา ซึ่งก็เข้าทางเขาเลย อย่างน้อยถ้าได้อยู่ในฐานะพ่อเลี้ยง ต่อไปฐานะพ่อแท้ๆหากจะเปิดเผยก็ไม่ยากแล้ว อยู่ที่ว่าเมื่อความจริงถูกเปิดเผยเด็กสาวจะรับในตัวเขาได้หรือเปล่า แต่กระนั้นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต สิ่งที่เขาควรคำนึงคือเรื่องที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก "ใช่ค่ะ แบบคุณอานี่แหละเหมาะที่จะเป็นพ่อให้หนู ว่าแต่คุณอาสนใจแม่หนูไหมคะ ถ้าสนใจเดี๋ยวหนูช่วยจีบ" "เอ่อ หนูถามอาตรงๆแบบนี้อาก็เขินสิครับ" ราเชนทร์แทบเสียอาการ ทำตัวไม่ถูกเมื่อเด็กสาวพูดตรงขนาดนี้ ออกอาการเขินคล้ายกับคนเพิ่งมีความรักก็ไม่ปาน ขณะที่ในหัวตอนนี้คิดถึงแต่หน้าแม่ของลูก "ไม่ต้องเขินค่ะหนูเข้าใจดี ถ้าคุณอาชอบแม่หนูก็บอกมาเลยค่ะ หนูพร้อมช่วยคุณอาให้สมหวังกับแม่หนู ตกลงคุณอาชอบแม่หนูไหมคะ" "งั้น... อาต้องรบกวนหนูช่วยอาจีบแม่หนูอีกครั้งด้วยนะครับ" คำพูดของราเชนท์เป็นคำตอบทุกอย่างโดยไม่มีคำว่าชอบ แต่ทว่าเด็กสาวกลับเอะใจกับคำว่า 'อีกครั้ง' "อีกครั้งเหรอคะ?" "อ๋อ อาก็หมายถึงรบกวนหนูช่วยอาจีบแม่หนูนั่นแหละครับ ไม่มีอะไรหรอก" เป็นอีกครั้งที่เขาเผลอลืมตัวพูดออกมา แต่ดีที่แถได้ไวตลอด ซึ่งเมื่อก่อนตอนคบกับเข็มมุกเขาเป็นคนจีบเธอ ตอนนี้จึงอยากจีบอีกครั้ง แต่ดูท่าครั้งนี้อาจจะจีบยากกว่าครั้งแรก แต่ดีที่ครั้งนี้เขามีลูกสาวแสนน่ารักมาเป็นกามเทพตัวน้อยช่วยเขา "งั้นไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องนี้หนูช่วยคุณอาเต็มที่แน่นอน" "โอเค อาฝากความหวังไว้ที่หนูแล้วนะครับ" "ดีลค่ะ" จากนั้นสองพ่อลูกก็จับมือกันร่วมแผนการในครั้งนี้อย่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แต่น่าเสียดายที่คนเป็นลูกไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างกายเธอคือพ่อผู้ให้กำเนิด ทว่าจู่ๆขณะนั้นเอง เสียงทุ้มคุ้นเคยของอีกคนก็ดังขึ้น "เห็นใครก็อยากใด้มาเป็นพ่อซะหมด ยัยหนูคิดว่าตัวเองทำแบบนี้มันเหมาะสมแล้วเหรอ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD