ชะตารักนายหัวจอมทัพ
"เห็นใครก็อยากให้มาเป็นพ่อซะหมด ยัยหนูคิดว่าตัวเองทำแบบนี้มันเหมาะสมแล้วเหรอ"
สองพ่อลูกได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปมองทางเจ้าของเสียงที่กำลังเดินมาทางพวกเขา ก่อนที่ราเชนทร์จะเอ่ยพูดขึ้น
"ไอ้ทัพ นี่มึงแอบฟังกูกับหนูของขวัญคุยกันเหรอวะ เป็นถึงนายหัวมาแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน ไม่มีมารยาทเลยนะมึง"
จอมทัพนั่งลงข้างเด็กสาวอีกฝั่ง ไม่คิดจะพูดตอบโต้อะไรกลับไปเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ดันบังเอิญเดินมาได้ยินเข้าพอดี แต่ได้ยินไม่ทั้งหมด เขาบังเอิญมาได้ยินแค่ช่วงท้ายๆเท่านั้น พอจะจับใจความได้ว่าทั้งคู่คิดจะทำอะไร
"งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะคุณอา ส่วนเค้กพวกนี้หนูเอาไปแช่ไว้ในตูเย็นนะคะ"
"ครับไปเถอะ"
สิ้นเสียงของราเชนท์ ของขวัญก็รีบเก็บขนมเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งหมดใส่ในถุงให้เรียบร้อย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพร้อมกับถุงขนมเค้กในมือ โดยไม่คิดจะสนใจคนที่มาใหม่เลยด้วยซ้ำ
จอมทัพมองตามหลังเด็กสาวที่เดินหายเข้าไปทางหลังบ้านด้วยความรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเธอ เพราะเมื่อครู่เขาพูดกับเธอ แต่เธอทำเมินใส่เขาเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด อย่างน้อยก็น่าจะยิ้มให้กันสักนิด พูดกันสักหน่อย ไม่ใช่พอเขามาเธอก็ไป ราวกับกำลังหลบหน้าเขาอยู่
ราเชนทร์ที่นั่งมองเพื่อนที่กำลังมองตามหลังลูกสาวของตนไม่วางตา จึงเอ่ยพูดขึ้นกึ่งประชด
"มองขนาดนั้นมึงไม่ตามไปเลยล่ะ"
"มึงพูดอะไรเรื่องกูให้ยัยหนูฟังรึเปล่า ทำไมยัยหนูไม่พูดกับกู"
"กูจะไปรู้มึงเหรอวะ กูไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับมึงเลยนะเว้ย"
สิ้นเสียงของราเชนทร์ จอมทัพก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ จากนั้นก็ดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไป
"อะไรของมันวะไอ้แก่นี่ เด็กไม่พูดด้วยเป็นเอามากขนาดนี้เลย" คล้อยหลังเพื่อนราเชนทร์ก็บ่นพึมพำออกมาคนเดียว พลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆให้กับเพื่อนที่ดูท่าอาการหนัก แค่ลูกสาวเขาไม่พูดด้วยก็หน้าหงอยเป็นหมาเฝ้าวัด แล้วถ้าลูกสาวเขาไม่รักจะอาการหนักขนาดไหน...
...
ช่วงหัวค่ำของขวัญเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์หน้าบ้าน ทว่าขณะนั้นเองก็ได้ยินคำเรียกคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
"ยัยหนู" เธอจึงหันหลังไปมองก็เห็นคนตัวโตเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงถอยออกห่างอัตโนมัติ ทำเอาอีกคนนึกแปลกใจเข้าไปใหญ่กับท่าทีระวังตัวของเธอ เห็นแบบนี้เขารู้ได้ทันทีว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ หรือไม่เธอต้องไปได้ยินเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขามาอย่างแน่นอนถึงได้ระมัดระวังตัวกับเขาขนาดนี้ รอยยิ้มที่เขาเคยได้จากเธอตลอดบัดนี้กลับไม่มีแล้ว เมื่อทนเก็บความแคลงใจเอาไว้ไม่ไหวจึงตัดสินใจเอ่ยถามเธอไปตรงๆ
"ยัยหนูเป็นอะไรรึเปล่า หนูดูกลัวฉันนะ"
"หนูไม่ได้กลัวค่ะ" ของขวัญตอบกลับไปทันควันเพราะกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจผิดแล้วคิดไปไกล
"ไม่ได้กลัวแล้วทำไมถึงดูแปลกไป หนูดูไม่อยากพูดกับฉันเลย เหมือนกำลังหลบหน้าฉันอยู่"
ของขวัญไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่กลับมองคนตัวโตตรงหน้าด้วยใบหน้างองำคล้ายกับกำลังงอน จอมทัพที่มองอยู่เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ และเมื่อเห็นเด็กสาวไม่ตอบ เขาจึงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู
"ยัยหนูเป็นอะไรครับ"
ทำเอาใจดวงน้อยอ่อนยวบลงทันที รู้สึกอ่อนไหวอย่างง่ายดายเมื่อโดนอีกคนพูดเพราะใส่ แต่ทว่าวินาทีต่อมาก็หลบสายตาเขา ก่อนจะพูดออกมาโดยที่ไม่มองหน้าเขา
"หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะ"
"แน่ใจ" จอมทัพเลิกคิ้วถามย้ำ เพราะอาการของเด็กสาวออกชัดเจนมากว่าเป็น หากบอกไม่ได้เป็นอะไรก็คงจะปากไม่ตรงกับใจ
ของขวัญจึงหันกลับมามองเขา มองโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ขณะที่เขาเองก็มองเธออยู่เช่นกัน แต่เมื่อทนเก็บความรู้สึกที่ค้างคาใจต่อไปเอาไว้ไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
"ไหนนายหัวเคยบอกหนูว่ายังไม่มีเมียไงคะ แต่กลับเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้ นายหัวโกหก"
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะคว้าแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างแล้วดึงรั้งเข้าหาตัว ทำเอาเด็กสาวตกใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยถามน้ำเสียงเข้ม ไม่ต่างจากใบหน้าเข้มดุ
"หนูไปรู้มาจากไหน ใครบอกหนู" เขาไม่ได้โกรธเด็กสาว แต่โกรธคนที่บอกเธอต่างหาก เพราะหากไม่มีคนบอกเธอก็คงไม่รู้
ด้านของขวัญจึงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบในภาพรวมออกไป เพราะกลัวจะทำน้าสาวของตัวเองเดือดร้อน
"วันนี้หนูไปตัดผม ผู้หญิงของนายหัวก็ไปที่ร้านด้วย แล้วคนในร้านเขาก็เมาท์กัน หนูได้ยินมากับหูค่ะ"
"แล้วเนตรได้พูดอะไรกับยัยหนูไหม"
"เนตร อ๋อ ผู้หญิงคนนั้นของนายหัวเธอชื่อเนตรเหรอคะ" ของขวัญถามอย่างคนไม่เต็มใจที่จะพูดเท่าไหร่ ขณะที่ใบหน้าก็ยังแสดงสีหน้ากระเง้ากระงอดใส่อีกคนอยู่ไม่หาย
จอมทัพจึงเงียบไปครู่หนึ่งขณะมองหน้าเด็กสาวไม่ละสายตา ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
"ใช่"
"เธอจะมาพูดอะไรกับหนูล่ะคะ ไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย"
"ดีแล้ว ดีแล้วล่ะ" เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆเพราะรู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเด็กน้อยของเขา ทว่าตัวเด็กสาวกลับเข้าใจไปอีกแบบกับอาการดีใจของเขา
"ดีอะไรคะ นายหัวกลัวว่าหนูจะไปบอกผู้หญิงคนนั้นเหรอว่าลับหลังเธอนายหัวบอกคนอื่นว่ายังโสด"
"ไปกันใหญ่แล้วยัยหนู ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย"
"แล้วคิดแบบไหนคะ" ของขวัญถามกลับทันควัน จ้องมองคนตัวโตตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองแสดงอาการไม่พอใจออกมาชัดเจนขนาดไหน
จอมทัพที่มองอยู่ก็มีงงกับอาการไม่พอใจของเด็กสาว แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอกำลังหึงตน แต่ทว่าก็เป็นความคิดที่เพ้อฝันเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยตอบเธอไป
"ฉันหมายถึงที่เนตรไม่มายุ่งกับยัยหนูน่ะดีแล้ว แล้วที่ฉันเคยบอกยัยหนูว่าฉันโสดยังไม่มีเมียฉันก็พูดความจริงทุกคำ ฉันไม่เคยโกหกยัยหนูเลยนะ สำหรับฉันเมียก็คือเมียตบเมียแต่งคือคนที่ฉันรัก ส่วนเนตรเป็นแค่ผู้หญิงที่ฉันเลี้ยงไว้คลายเหงา เธอไม่นับว่าเป็นเมีย แล้วตอนนี้ฉันกับเธอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว ระหว่างฉันกับเธอมันก็แค่อดีต"
สิ้นคำอธิบายของคนตัวโต ของขวัญก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเอาแต่มองเขาไม่ละสายตาขณะที่ในหัวกำลังทบทวนคำพูดของเขา ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มพูดต่อ
"หนูเข้าใจไหมยัยหนู ฉันก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยังโสด ฉันยังมีความต้องการเรื่องแบบนั้นอยู่ ที่ฉันเลี้ยงเนตรไว้ก็แค่คลายเหงาเท่านั้น แต่ตอนนี้ฉันเลิกแล้ว ฉันไม่มีใครทั้งนั้น"
สิ้นเสียงทุ้มของขวัญก็ยังเงียบอยู่ ขณะที่มองคนตัวโตตรงหน้าตาปริบๆไม่ละสายตา แต่ไม่นานเธอก็เอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป
"แล้วทำไมนายหัวถึงเลิกได้ล่ะคะ นายหัวไม่มีความต้องการเรื่องแบบนั้นแล้วเหรอ"
คำถามซื่อๆตรงๆของเด็กสาวทำเอาจอมทัพหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู หากคำถามนี้หลุดจากปากคนอื่นเขาก็คงเฉยๆ แต่พอเป็นเด็กสาวถามมันก็ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน จึงเอ่ยตอบเธอไปน้ำเสียงอ่อนโยน
"มีสิ ถึงฉันจะแก่แต่ฉันก็ยังมีความต้องการอยู่นะ ฉันยังไม่หมดสมรรถภาพเรื่องบนเตียงซะหน่อย"
ของขวัญถึงกับใบหน้าเห่อร้อนเมื่อคิดไปไกลกับคำพูดของอีกคน เม็มปากแน่นด้วยความเขินอายอย่างคนทำตัวไม่ถูก ก่อนจะได้ยินอีกคนพูดต่อ
"ที่ฉันเลิกยุ่งเกี่ยวกับเนตรเพราะตอนนี้ฉันมีคนที่ฉันชอบแล้ว"
จากใบหน้าเขินอายในคราแรก พอได้ยินคนตัวโตพูดมาแบบนั้น ของขวัญก็มีใบหน้าที่เศร้าลงทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่แค่รู้สึกใจห่อเหี่ยวฉับพลันเมื่อได้ยินเขาบอกว่ามีคนที่ชอบแล้ว เธอจึงเอ่ยพูดออกไปน้ำเสียงสั่นๆ
"อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เองนายหัวถึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับคนชื่อเนตร เพราะนายหัวอยากจะโฟกัสและให้ความสำคัญแค่คนที่ตัวเองชอบใช่ไหมคะ"
"ถูกต้องครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบยืนยันจากปากอีกคน ใบหน้าน่ารักที่เศร้าอยู่แล้วยิ่งเศร้าลงกว่าเดิม รู้สึกเจ็บที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งยังนึกอิจฉาคนที่ถูกเขาชอบด้วย ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้ได้ แต่มันก็ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริงๆ โดยที่หารู้ไม่ว่าคนที่เขาชอบนั้นคือตัวเธอเอง
"พรุ่งนี้หนูมีเรียนแต่เช้า งั้นหนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ" เธอถอยออกห่างจากอีกคนก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเตรียมเดินเข้าบ้าน ทว่าก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้เสียก่อนพร้อมกับเสียงทุ้มพูดออกมา
"ฉันอธิบายไปหมดแล้ว ทำไมยัยหนูยังดูเหมือนโกรธฉันอยู่ล่ะ" เพราะสีหน้าของเด็กสาวมันบ่งบอกให้เขาคิดแบบนั้น จึงไม่อาจวางใจปล่อยเธอเข้าบ้านในสภาพนี้
"หนูจะโกรธอะไรนายหัวได้ล่ะคะ หนูก็แค่ง่วงนอนเฉยๆค่ะ"
"อย่างนั้นเหรอ"
"ค่ะ"
ในเมื่อเด็กสาวบอกมาแบบนั้น เขาจะถามอะไรได้อีก จึงไม่อยากให้มากความเพราะกลัวเด็กมันจะรำคาญเอา
"งั้นยัยหนูไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปส่งที่มหาลัยเหมือนเดิมนะ"
"ค่ะ" รับคำจบของขวัญก็เดินเข้าบ้านกลับเข้าห้องไปนอน ส่วนอีกคนก็มองตามหลังเธอจนเธอเดินพ้นสายตา เขาจึงเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไปเช่นกัน