“เรนเดียร์ไปไหนบรู๊ค ทำไมเธอไม่มาดูแลฉัน”
จะไม่ถามก็ไม่ได้เพราะตื่นมาก็รอมานานมากไม่เห็นหญิงสาวเสนอหน้ามาให้เห็น และนั่นทำให้เอ็กซาเวียร์เริ่มอารมณ์เสีย เมื่อเห็นบรู๊คเดินเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวได้จังหวะจึงถาม
“ไปโรงเรียนทำอาหารครับ”
บรู๊คตอบขณะที่ส่งแก้วน้ำอุ่นให้เจ้านาย ทว่าเจ้านายกลับไม่ยอมรับแก้วน้ำจากบรู๊คไปแล้วยังโพล่งถามเสียงดังดวงตาเบิกโพลงจนมันแทบจะถลนออกมากลิ้งข้างนอกได้อยู่แล้ว
“ว่าไงนะ?”
“คุณเรนเดียร์ขาดเรียนจนตามเพื่อนไม่ทันต้องไปเรียนเสริมครับให้ทันเพื่อร่วมคลาสครับ ค่ำๆ ผมจะไปรับด้วยตัวเองครับ”
“บัดซบ!!!” หัวเสียอย่างรุนแรงบรู๊คถึงกับลมหายใจสะดุดตาม เมื่อไรที่คำว่าบัดซับถูกสบถออกมานั่นแสดงว่าเจ้านายหัวเสียมาก
.....เอาแล้วไงแบบนี้แย่แน่ๆ ทว่าเพื่อความชัวร์ก็ไม่อยากคิดในแง่ลบ และบรู๊คคิดว่าเขาควรถามให้กระจ่างหากทำอะไรผิดจะได้รีบดำเนอการแก้ไขให้ถูกใจเจ้านายบัดเดี๋ยวนี้
“มีอะไรไม่พอใจหรือเปล่าครับ”
“ฉันป่วยใกล้ตายแบบนี้แต่ยัยนั่น...ยัยนั่น...ฮึ่ย...ยัยนั่นกล้าดียังไงถึงไปเรียนหน้าตาเฉยอย่างนั้นห๊ะ? บัดซบที่สุด!”
ได้ยินเหตุผลก็เบาใจเขาก็คิดว่าเรื่องอะไร และโชคดีที่บรู๊คมีคำตอบให้กับเรื่องนี้ เจ้านายของเขามีเหตุผลและอีกอย่างเรนเดียร์ก็ไปเรียนตามแผนการเรียนที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้หลังจากที่เธอลาป่วยเป็นสัปดาห์
“นายท่านเป็นคนโทรไปลาครูให้คุณเรนเดียร์ไม่ใช่เหรอครับ วันนี้ทางโรงเรียนก็โทรตามเพราะมันเลยกำหนดเรียนมาหนึ่งวันแล้วครับ”
บรู๊คพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ทว่าผลที่ได้ตามมากลับไม่ได้ทำให้เอ็กซาเวียร์รู้สึกดีขึ้นเลย แถมยังโวยวายมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำนี่สิ
“ก็แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะวะห๊ะ!”
“นายท่านหลับเพราะฤทธิ์ยาครับ”
“ให้ตายเถอะ!!! เป็นบ้ากันไปหมดแล้วเหรอวะ!!! ทำไมต้องมาเจอคนบ้าบอแบบนี้ด้วยหา!!!”
“ผมจะไปรับคุณเรนเดียร์เดี๋ยวนี้เลยนะครับ”
เอ็กซาเวียร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก รู้สึกว่ามองอะไรในตัวของบรู๊คมันก็ขัดหูขวางตาไปหมด แต่คนเป็นเจ้านายมันต้องมีเหตุผล มันต้องมีสาระ และใจมันต้องนิ่ง เอ็กซาเวียร์รวบรวมสติกลับมาอยู่ในโหมดนิ่งปกติของเขาจากที่อารมณ์ฉุนเฉียวพลุ่งพล่านเมื่อสกครู่
“ไม่ต้อง ที่นั่นมีบอดี้การ์ดอยู่กี่คน”
“สี่คนครับ”
“พวกมันเอารถอะไรไป”
“บิ๊กไบค์ครับ”
“ให้คารอสไปรอรับเรนเดียร์ส่วนนายอยู่ที่นี่ งานนายหนักอยู่แล้วไม่ต้องไปไหนหรอก”
เอ็กซาเวียร์ทำให้บรู๊คงงเป็นไก่ตาแตก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่หลายครั้งแล้วล่ะ และบอกตรงนี้เลยว่าบรู๊คปรับตัวปรับอารมณ์ตามไม่ทันจริงๆ เหมือนอากาศบนโลกที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อน หนาว ฝน มีแดด เดี๋ยวก็มีลมพายุเข้า แปรปรวนไปหมด และบรู๊คเริ่มจะป่วยตามเจ้านายแล้วล่ะ
“ยืนนิ่งอยู่ทำไมรีบออกไปสิฉันจะพักผ่อนแล้ว”
“ครับ นี่ครับน้ำ แต่ว่ามันคงจะไม่อุ่นแล้วล่ะครับ”
“ฉันอยากดื่มน้ำเย็นบอกสาวใช้ให้ยกมาให้ก็แล้วกัน”
“ได้ครับนายท่าน”
บรู๊คได้โอกาสก่อนที่จะปวดหัวไปมากกว่านี้ บรู๊คเดินออกไปข้างนอกสั่งสาวใช้ตามที่เจ้านายได้บอกเอาไว้ ก่อนที่เขาจะโทรสั่งงานต่อกับคารอสเพื่อนสนิทจากนั้นก็กลับไปพักผ่อน
“เฮ้อ....อารมณ์กระชากแรงแบบนี้ไม่เป็นไบโพลาร์ก็บุญหัวมึงแล้วไอ้บรู๊คเอย”
เรนเดียร์ตั้งใจกับการเรียนทำอาหารมาก เธอมีความมุ่งมั่นมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่เด็กจนโต มันคือนิสัยของเธอหญิงสาวตัดเรื่องของเอ็กซาเวียร์ออก เมื่อเรียนก็ต้องสนใจกับการเรียน
แต่เมื่อหลังเลิกเรียนเธอสามารถนึกถึงเขาได้ตามแต่ที่ต้องการ
“นายท่านอาการดีขึ้นไหมคะคุณคารอส” หญิงสาวถามคารอสเป็นคำถามแรกเมื่อเห็นคารอสเปิดประตูรถรอรับ
“อาการดีครับแต่อารมณ์ไม่ดีเท่าไรครับ”
“ทำไมล่ะคะ”
“เอาไว้คุณเรนเดียร์ไปถึงก็จะรู้ครับ แต่วันนี้รบกวนคุณเรนเดียร์ทำอาหารให้นายท่านด้วยนะครับ”
“ได้สิคะ ฉันเองก็ตั้งใจจะกลับไปทำโจ๊กให้นายท่านกินค่ะ”
“นายท่านต้องอารมณ์เย็นขึ้นมากเลยล่ะครับ”
“หากเป็นแบบนั้นก็ดีค่ะ” เรนเดียร์ยิ้มก่อนจะย่อตัวลงแล้วขึ้นไปนั่งบนรถ คารอสปิดประตูรถให้แล้ววิ่งอ้อมมานั่งประจำที่คนขับรถ ส่วนบอดี้การ์ดอีกสี่คนก็มีขับบิ๊กไบค์ตามหลัง และมีแซงขึ้นไปบ้างเพื่อดูทาง
เรนเดียร์เข้าใจว่าทำไมต้องป้องกันเป็นอย่างดี เพราะเอ็กซาเวียร์กลัวว่าเจอร์ราร์ดจะส่งคนตามวอแวเรนเดียร์ดังนั่นจึงต้องคุ้มเข้มเป็นพิเศษ แม้คนจะน้อยแต่ฝมือก่งกาจทั้งนั้น เรนเดียร์ได้ยินเรื่องราวมาจากบรู๊คเธอจึงรู้และเข้าใจทุกอย่างและทำตัวไม่ให้มีปัญหา
ไม่นานก็เดินทางมาถึงเพ้นท์เฮ้าส์
หญิงสาวเก็บข้าวของไว้ในห้องส่วนตัวก็เข้าครัวทันที เธอตั้งหน้าตั้งตาทำโจ๊ก มันเป็นเมนูแสนง่ายแต่ความอร่อยรสพอดีถูกปากคนป่วยมันไม่ง่ายเลย ทว่าเรนเดียร์มีใจรักการทำอาหาร เธอมีความสุขและเอาใจใส่ทุกขั้นตอน ทำโจ๊กหมูสับเสร็จก็ทำซุปอีกด้วย
เมื่ออาหารเสร็จหญิงสาวก็เข้าไปอาบน้ำทำตัวให้หอมแล้วมาเสริฟอาหาร
“กว่าจะมาได้คิดว่าหลงโรงเรียนจนลืม” เขาพูดแค่นั้นไม่กล้าพูดว่าลืมตัวเอง เพราะหากพูดแบบนั้นไปมันก็ดูเหมือนคำพูดของคนเป็นคนรักกันมากกว่า สยองพิลึกและเขากับเรนเดียร์ไม่ใช่คนรักกัน
เรนเดียร์ยิ้มก่อนตอบ “เรนเดียร์ต้องเรียนนะคะเพื่ออนาคตและเรนเดียร์ก็ตามเพื่อนไม่ทัน หากไม่ไปเรียนแต่ได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่นเขา เรนเดียร์ก็จะถูกมองไม่ดีนะคะ”
“เลิกพล่ามได้แล้วไม่อยากฟังสักหน่อยไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น แล้วนั่นทำอะไรมาให้ฉันกิน แอบใส่ยาเสน่ห์หรือยาพิษหรือเปล่า”
“มุขตลกเหรอคะ?” หญิงสาวทำหน้างงเอียงคอถาม
“เปล่า...ฉันไม่ตลกฉันจริงจังในทุกเรื่อง” เอ็กซาเวียร์หน้าขรึมเสียงเข้ม
“อ้อค่ะ เรนเดียร์ไม่ได้ใส่อะไรลงไปหรอกค่ะก็แค่ใส่เครื่องปรุงตามที่มันควรจะเป็นรสชาติของอาหารนั้นๆ”
“ได้ยินว่าอาหารจะอร่อยต้องใส่ใจนี่ เธอทำอาหารให้ฉันโดยไม่ใส่ใจอย่างนั้นเหรอ”
อะไรของเขานะ? คำถามสองแง่สองง่ามแบบนี้เขาต้องการอะไรกับเธอกันแน่ ไม่ใช่มาหลอกกันให้ใจเต้นแรงแล้วก็พาเธอแหกโค้งกลางทางหรอกนะ
เสียวพิลึก!
“ทำอาหารทุกเมนูก็ต้องเอาใจใสอยู่แล้วนี่คะ หากไม่เอาใจใส่หรือใส่ใจทำมันก็คงเป็นอาหารที่ไร้ค่า แต่ในขณะเดียวกันหากคนทำอาหารเอาใจใส่และใส่ใจทำอาหารแต่คนกินกินมันไม่หมด แม้อาหารจะวิเศษหรืออร่อยสักแค่ไหนมันคงไร้ค่าพิลึกนะคะ”
“พูดเยอะ รีบเอามาป้อนฉันสิ ฉันหิวแล้วนะไม่รู้หรือไง”
“นายท่านอาบน้ำทั้งๆ ที่ป่วยเหรอคะ”
“ใครจะไปทนนอนตัวเปียกเหงื่อได้ล่ะ”
“มันอาจทำให้อาการป่วยกำเริบนะคะ”
“ฉันไม่แคร์ เธอเองก็ไม่ต้องแคร์”
“งั้นนายท่านกินข้าวเองได้ใช่ไหมคะ เรนเดียร์จะกลับไปนอน” หญิงสาวถามใบหน้ายิ้มหวาน เธอกำหลังยอกย้อนคำพูดของเขาอยู่
เอ็กซาเวียร์เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง เรนเดียร์ทั้งดื้อและยังเป็นยัยตัวแสบมากคนหนึ่งเลยล่ะ! กล้าเถียง กล้าประชด กล้ายอกย้อน นี่สรุปว่าเขาจ้างเธอให้มาลูบคมเขาหรือยังไงห๊ะ?
“หน้าที่ของเธอคืองานบริการก็ทำมันซะ อย่ามาเล่นยืนเล่นลิ้นกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ขำ”
เรนเดียร์หุบยิ้มฉับพลันใบหน้าของเธอเองก็เริ่มหม่นหมองลงทันตาเห็น หญิงสาวนิ่งและเงียบ ก่อนจะค่อยๆ มาทำหน้าที่ของเธอ ป้อนอาหารเขาตามที่เขาบอกโดยไม่เถียงและไม่ยอกย้อนเขาเหมือนเดิม เหมือนว่าความสดใสของเธอถูกยึดเอาไปแล้ว
ซึ่งพอเป็นแบบนั้นคนที่ร้อนใจมันกลับเป็นเอ็กซาเวียร์ซะเอง
“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ” เขาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเธอทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่ยังบอกอยู่เลยว่าไม่ได้อยากรู้ เรนเดียร์ฉงนเล็กน้อยเพราะตามอารมณ์ไม่ทัน
เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็พูดเหมือนให้ความหวังแล้วเขาก็มาพังทลายความหวังนั้นจนย่อยยับ เรนเดียร์ไม่ได้โกรธแค่รู้สึกน้อยใจแค่นั้นเอง แต่ก็เอาเถอะ เธอมันก็เป็นได้แค่นี้นี่แหละ เขาดีด้วยมันก็ดีเท่าไหร่แล้ว หญิงสาวตอกย้ำสถานะตัวเองอย่างเจียมตัวเหมือนเธอกำลังประชด
“ดีค่ะ ครูเอาใจใส่เรนเดียร์ทุกคนเลยค่ะ”
“แล้วพรุ่งนี้เธอก็ยังต้องไปอีกเหรอ”
“ค่ะ ต้องไปทุกวันค่ะจะได้ตามเพื่อนคนอื่นทัน”
เธอพูดคุยกับเขาไป ถามก็ตอบไม่ถามก็ไม่พูดอะไรให้มากความ แล้วเธอก็ไม่ยิ้มให้เขา นัยน์ตาก็เศร้า เอ็กซาเวียร์เห็นแล้ว เห็นทุกอย่างแต่เขาก็ทำเมินเหมือนไม่เห็น
“นายท่านมีอะไรจะใช้เรนเดียร์อีกไหมคะ หรืออยากกินอะไรเพิ่มเรนเดียร์จะไปทำมาให้”
“ไม่ล่ะ เธอเองก็ไปพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้เธอคงต้องตื่นเช้า”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวกล่าวแล้วก็ถือถาดอาหารเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
“บ้าฉิบ!!!” เอ็กซาเวียร์สบถอยู่คนเดียว มันผิดจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้ หากเขาไล่เธอกลับไปเธอจะต้องขอร้องอ้อนวอนอยู่ต่อกับเขาสิ แบบขอนอนด้วย ขอดูแลต่อ เพื่อมีช่วงเวลาพิเศษใกล้ชิดเขา แต่นี่พอเขาบอกให้ไปเธอก็ไปจริงๆ แถมยังไม่กล่าวคำราตรีสวัสดิ์
ผู้หญิงคนนี้นี่มันยังไงนะ?
“มีโอกาสดีมากขนาดนี้ทำไมไม่รีบคว้าเอาไว้วะ คนหล่อ รวย แสนเพอร์เฟคอย่างฉันมีแต่คนอยากนอนกอดเธอไม่รู้หรือไง? ฮึ่ย!!! อารมณ์เสียชะมัด!!!”
*****
“เรนเดียร์ล่ะ”
บรู๊คมาเสริฟน้ำ ยาและอาหารในตอนเช้าเหมือนเดิม นอกจากนี้ที่เหมือนเดิมนั่นก็คือคำถามของเจ้านาย ถึงแม้ประโยคจะสั้นแต่ก็หนีไม่พ้นถามหาเรนเดียร์เหมือนเมื่อวานนั่นแหละ และบรู๊คก็ต้องตอบคำถามในรูปแบบเดิมตามความเป็นจริง
“ไปโรงเรียนทำอาหารตั้งแต่เช้าแล้วครับ”
“งั้นเหรอ แล้วเธอไม่ได้ทำกับข้าวมาให้ฉันกินเหรอ”
“ไม่เห็นนะครับ”
“อืม ว่าแต่มีงานสำคัญอะไรบ้างล่ะ เอามาให้ฉันพิจารณาก่อนก็ได้นะ” เอ็กซาเวียร์เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาใหม่ กลัวว่าหากยังพูดถึงเรนเดียร์ลูกน้องอาจเข้าใจผิดได้ว่าเขานั้นให้ความสำคัญกับเรนเดียร์เกินหน้าเกินตา
“มีแค่เรื่องที่คาสิโนเท่านั้นล่ะครับ เจอร์ราร์ดยังคงลอบกัดเหมือนเดิม แล้วก็มีเอกสารงบประมาณย้อนหลังที่นายท่านเคยขอฝ่ายบัญชีครับ ผมเอามาให้แล้วหากนายท่านจะดูผมจะไปเอามาให้”
“ไว้ฉันหายแล้วค่อยหาทางจัดการมันตอนนี้ฉันไม่มีอะไรจะทำอะไรทั้งนั้น”
“แล้วงานที่จะให้ผมเอามาให้พิจารณาล่ะครับ” บรู๊คงงสรุปเจ้านายของเขาจะเอายังไงกันแน่ เอ้...หรือเพราะว่าเขาอาจพูดติดต่อกันยาวมากเกินไป บางทีอาการป่วยก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เอ็กซาเวียร์มึนเบลอก็ได้
“ขอโทษนะครับหากผมพูดไม่เคลียร์”
“ขอโทษทำไมฉันเข้าใจเรื่องเจอร์ราร์ดก็ส่วนเรื่องเจอร์ราร์ด และเรื่องงานมันก็ส่วนเรื่องงาน ในหัวฉันคิดแค่สองอย่างนี้นี่แหละเรื่องอื่นไม่ได้สำคัญอะไรมาก”
เอ็กซาเวียร์พูดด้วยมาดเคร่งขรึมทว่าปลายประโยคตรงคำว่า ‘เรื่องอื่นไม่สำคัญ’ เขาเน้นเสียงดุดันเป็นพิเศษเหมือนกับว่ากำลังประชดประชัดใครอยู่อย่างไรอย่างนั้น บรู๊คไม่อยากหาคำตอบ เพราะแค่ทุกวันนี้เขาก็ปวดหัวจะแย่แล้ว ไม่อยากยุ่งกับความคิดของเจ้านายที่แสนจะแปรปรวน บรู๊คตามไม่ทัน
“ครับผมเข้าใจแล้วครับ นายท่านจะกินอาหารเลยไหมครับได้เวลากินยาแล้วนะครับ”
“อื้อ....เลื่อนโต๊ะมาสิเดี๋ยวฉันกินเอง”
บรู๊คเป็นห่วงเพราะมือข้อมือและมือของเอ็กซาเวียร์ยังมีรอยแผลและมีอาการบวดปวดอยู่ แต่ว่าหากเจ้านายต้องการแบบนั้นลูกน้องอย่างเขาจะขัดค้านได้เหรอนอกซะจากว่าต้องทำตาม
และถึงแม้ว่าเขาอยากจะท้วงเจ้านายที่กินอาหารไปสามสี่คำแล้วกินยาและน้ำว่ามันน้อยเกินไปเขาก็ไม่อาจทำได้ เฮ้อ....คนเป็นลูกน้องนี่ก็ลำบาก ห่วงสุขภาพเจ้านายแต่ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรได้เลย แล้วแบบนี้อาการป่วยจะหายเร็วได้อย่างไรเล่า
“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ช่วงเที่ยงผมจะกลับมาอีก”
“อื้ม....ฉันก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกันง่วงแล้วล่ะ”
เมื่อบรู๊คออกไปคนที่บอกว่าตัวเองก็ก็ไม่ได้นอนแต่อย่างใด ดวงตายังคงเบิกโพลง นั่งให้อาหารย่อยเบื่อก็เลื่อนตัวลงนอน แต่มันก็ไม่หลับแม้จะผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม
ภาพนัยน์ตาเศร้าๆ ใบหน้าหงอยๆ คอที่ตกของเรนเดียร์ยังติดตราตรึงใจเขาอยู่เลย ทว่าเอ็กซาเวียร์บอกกับตัวเองว่าไม่แคร์หรอก เธอมันก็แค่ของเล่นบนเตียงที่ดิ้นได้ก็เท่านั้นเอง เอ็กซาเวียร์ซื้อเธอมาเขาอยากทำอะไรกับเธอก็ย่อมได้
ทว่าคิดแบบนั้นแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดี ที่ดีก็ดีแต่หลอกตัวเองไป พูดปลอบใจขณะที่ยกมือขึ้นก่ายหน้าผากนอนคิดฟุ้งซ่านอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“โธ่โว้ยยยยย!!!!”
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้จักคำว่านอนไม่หลับมันกระสับกระส่ายที่แท้มันเป็นยังไง แต่วันนี้เขาได้รู้แล้วล่ะนะ เอ็กซาเวียร์เป็นคนป่วยที่บ้าบอมากคนหนึ่ง หัวคิดฟุ้งซ่าน นอนพลิกไปพลิกมา ง่วงแต่หัวคิดมันทำให้นอนหลับยากมาก และมันอาจทำให้เขาเป็นบ้าตายก็ได้
เอ็กซาเวียร์อยู่กับอาการเล่านั้นจนกระทั่งบรู๊คเข้ามาอีกครั้งในช่วงเที่ยง อารมณ์ของเขาไม่ได้สงบแต่บรู๊คไม่อยากถามให้เจ้านายอารมณ์เสียและต้องรักษามารยาทเอาไว้ พอตกเย็นผู้ที่เป็นต้นเหตุให้เอ็กซาเวียร์อารมณ์เสียก็ได้เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับอาหารหอมกรุ่น
ทว่า......
เจ้าของห้องกลับทำสีหน้าและน้ำเสียงไม่ต้อนรับเธอซะอย่างนั้น
“มาทำไม”
“มาดูแลนายท่านค่ะ” เรนเดียร์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองสบตา น้ำเสียงหวานก็เบาหวิวแทบจะไม่ได้ยิน เอ็กซาเวียร์เห็นแล้วขัดหูขวางตา เขาคนนะไม่ใช่ปีศาจ ถ้าจะหวาดระแวงกันแบบนี้ก็ไม่ต้องมาดูแลกันหรอก
“ปล่อยฉันไว้อย่างนี้นี่แหละ”
“มันจะดีเหรอคะ”
“ถ้าไม่เต็มใจดูแลก็ไม่ต้องดูแลหรอก”
“นายทานคิดกับเรนเดียร์แบบนั้นเหรอคะ ทำไมถึงมองเรนเดียร์แย่จังเลยล่ะคะ ใจร้ายจังเลยค่ะ” หญิงสาวตัดพ้อน้ำตาคลอเบ้าก่อนมันจะหยดแหมะออกมาไหลอาบพ่วงแก้มนุ่มนิ่ม
เอ็กซาเวียร์มองนิ่งๆ ขณะที่เรนเดียร์ก้าวถอยหลังในมือถือถาดอาหาร
“ถ้าพูดกันขนาดนี้ก็แสดงว่านายท่านไล่เรนเดียร์ งั้นเรนเดียร์ก็จะไม่อยู่ให้นายท่านรกสายตา”
“เธอจะทำอะไร”
หญิงสาวไม่ตอบหมุนตัวหันหลังเดินจากไปทันที เอ็กซาเวียร์มองตามหลังยังไม่ได้ตามไป เขายังมีทิฐิอยู่ ขณะที่ในหัวเริ่มคิดใบหน้าก็บูดบึ้ง
“ไม่อยู่ในรกตางั้นเหรอ?” ทวนคำพูดของหญิงสาวอีกครั้งแล้วคิดตาม ไม่ใช่ว่าโง่หรอกนะ แต่คำพูดของผู้หญิงมันก็ชวนให้คิดได้หลายแบบ
แต่อย่างเรนเดียร์.......
“เธอเป็นคนบ้าบิ่นพอตัว ถ้าเธอไม่อยากอยู่ให้รกหูรกตาเธอก็ต้อง....บัดซบ!!!” คิดออกในทันที รีบกระโดนลงจากเตียงแล้ววิ่งตึงตังออกไปนอกห้อง ตรงไปยังห้องนอนของเรนเดียร์
ผัวะ!!!
เขากระชากประตูเปิดพรวดพราดเข้ามาในห้องนอนของเธอ จากนั้นก็เดินดุ่มๆ ไปที่ห้องแต่งตัวซึ่งมันมีตู้เสื้อผ้าและมีกระเป๋าเดินทาง
และมันก็ใช่!
เรนเดียร์กำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าขณะที่เธอกำลังร้องไห้งอแงเหมือนเด็กถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ข้างทาง ให้ตายเถอะ! เห็นแบบนี้เขาดูเลวขึ้นอีกระดับที่รังแกคนอายุน้อยกว่าและบอบบางยิ่งกว่า
“จะไปไหน ฉันยังไม่ได้บอกให้เธอไปสักหน่อย”
“ฮือๆ ไม่ต้องมายุ่ง!” เรนเดียร์ร้องบอกแล้วก็ปล่อยโฮใส่เขาเสียงดัง เอ็กซาเวียร์ถึงกับหน้าหยี อ่า....เห็นในทีวีผู้หญิงเขาร้องไห้ดูดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอวะ? แต่ทำไมยัยนี่ถึงร้องไห้ไม่ห่วงสวยเลยล่ะเนี่ย
พับผ่าสิ!!!
“หยุดเดี๋ยวนี้เรนเดียร์ เธอยังไปไหนไม่ได้ เธอยังติดสัญญากับฉันนะ”
“งั้นก็เอาเงินคืนไปเลย ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว คนอะไรพูดไม่รักษาน้ำใจคนอื่น ชอบทำร้ายจิตใจคน”
“นี่เธอกล้าว่าฉันเหรอ ฉันฆ่าเธอได้นะ”
“ก็ไปเอาปืนมายิงทิ้งสิ มีอำนาจนักนี่ คิดว่ากลัวเหรอ”
เธอท้าเขาเพราะความโกรธและความน้อยใจ เธอหรือก็ทำดี กลับมาเรียนเหนื่อยๆ แทนที่จะได้พักได้กินข้าวกินน้ำก็ต้องมาตั้งหน้าตั้งตายืนเคี้ยวซุปกระดูกวัวให้เขา ยืนขาแข็งเป็นชั่วโมง ทำนั่นทำนี่ แต่ดูเขาสิ ประชัดประชันเธอตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว เรนเดียร์นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะความน้อยใจ
แต่กระนั้นเธอก็ตั้งใจทำดีเอาชนะเขาแต่ดูเขาทำกับเธอสิ ถึงจะเห็นว่าเธอเป็นเพียงวัตถุสิ่งของ แต่ช่วยรักษาคำพูดและน้ำใจของเธอสักเล็กน้อยไม่ได้หรือยังไง
หรือแค่นี้มันจะทำให้เขาขาดใจตายกัน?
“อย่าท้าฉันนะเรนเดียร์”
“ขอท้า! ไปเอามาเลย!!!” หญิงสาวตะโกนใส่หน้าเขา น้ำหูน้ำตาก็ไหลพราก เอ็กซาเวียร์ยืนเอามือเท้าสะเอวแล้วแหงนใบหน้ามองบนเพดาน เม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้ใจร้อนเหมือนเดิม
“ฉันไม่อยากรังแกผู้หญิง เก็บข้าวของให้เข้าที่แล้วออกไปคุยกันดีๆ”
“ไม่คุย ไม่อยากคุยอะไรทั้งนั้น”
“เรนเดียร์!” น้ำเสียงเข้มห้วนมีโทสะ ทว่าเมื่อเห็นว่ายิ่งเขาขึ้นเสียงแล้วทำหน้าดุใส่ ถึงแม้หญิงสาวจะเถียงฉอดๆ แต่นั่นมันก็ทำให้เธอยิ่งร้องไห้มากกว่าเก่า
ไอ้เขาก็สงสารและเวทนากับภาพการร้องไห้ที่ไม่สวยเอาซะเลย
“คุยกันดีๆ เอาเป็นว่าฉันจะใจเย็นกับเธอก็แล้วกันนะ เลิกร้องไห้เพราะมันไม่สวย”
“ถ้าอยากเห็นคนร้องไห้สวยที่หลังก็ไปหานางบำเรอเป็นนางงามซะสิ ไม่ต้องมายุ่งกับผู้หญิงกระจอกๆ อย่างเรนเดียร์หรอก”
“พูดบ้าอะไรของเธอเรนเดียร์ เธอชักทำให้ฉันอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้นแล้วนะ”
“อารมณ์เสียแล้วจะทำอะไรล่ะ จะยัดยาใส่ปากแล้วจับขังใช่ไหม ก็เอาเลยสิ ก็แค่ของเล่นนายท่านไม่ได้มองเรนเดียร์มีความรู้สึกอยู่แล้วนี่ ตายๆ ไปเลย ชีวิตไม่เหลือใครแล้ว จะตายยังไงก็ได้ น่าสมเพชเวทนาพอกันนั่นแหละ”
เรนเดียร์พูดๆ จากนั้นก็นั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ต่อ เธอยืนแล้วเธอเมื่อยเธอจงอยากนั่งร้อง เอ็กซาเวียร์ค่อนข้างทึ่งและอึ้งกับผู้หญิงแบบเรนเดียร์ บอกตรงนี้เลยว่าไม่เคยพบเคยเจอ เกิดมามีแต่คนพยายามทำดีทำสวยเพื่อให้เขาประทับใจ แต่นี่เรนเดียร์ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“ปวดหัวชะมัด”
“ฮือๆ” ชายหนุ่มปวดหับตุบๆ และหญิงสาวก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดด้วยเหมือนกัน เขามองเธออย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะย่อตัวลงแล้วไปอุ้มเธอแล้วพาเดินไปที่เตียง ซึ่งขณะนั้นในหัวก็เกิดคำว่า.....
‘นี่กูซื้อมาบำเรอตัวเองหรือกูซื้อมาเพื่อเอาตัวเองไปบำเรอกันแน่วะ’
****