บทนำ
“เราเป็นเพื่อนกันและฉันไม่อยากให้เธอทำงานแบบเดียวกับฉันเรนเดียร์”
“ฉันไม่มีทางเลือกแล้วดาว มีแค่ทางนี้ทางเดียวที่จะทำให้ฉันมีเงินจ่ายค่ารักษาแม่”
“มันไร้ศักดิ์ศรีและมันก็ทรมานมากเลยนะ”
“ฉันยอมทุกอย่าง”
“ถ้าเธอยืนยันแบบนั้นฉันก็ไม่ขัดข้อง แต่อยากเตือนเธอเอาไว้อย่างหนึ่งนะ บนเส้นทางนี้ราคะเกิดง่าย แต่ความรักเธอต้องหักห้ามใจหากไม่อยากเจ็บ”
“ฉันรู้.....”
“ไม่มีใครเอาผู้หญิงขายตัวมาเป็นเมียหรอก ฉันเองก็เป็นได้แค่อีหนูของคุณป๋าเท่านั้น และในฐานะของเพื่อน...ฉันจะหาแขกที่ดีที่สุดให้เธอ”
“ขอบใจนะดาว”
*********************
วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มมีฝนตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ดาวประดับนัดเจอเรนเดียร์ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อคุยธุระสำคัญ สองสาวเลือกโซนที่ให้ความเป็นส่วนตัว ธุระของพวกเธอจะพูดดังให้คนนอกได้ยินไม่ได้เป็นอันขาด
“ข่าวดีหรือข่าวร้ายดาว”
เรนเดียร์รอคอยคำตอบอย่างคนมีหวัง เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอไหว้วานให้เพื่อนสนิทสาวเพียงคนเดียวของเธอหางานให้ เรนเดียร์ยังไม่รู้คำตอบ เธอภาวนาให้ตนเองได้งานทำ ทว่าสีหน้าไม่สู้ดีของดาวประดับทำให้เรนเดียร์ใจคอไม่ดี
“เธอได้งานทำเรนเดียร์”
“แล้วทำไมเธอทำหน้าแบบนั้นล่ะ เธอไม่สบายใจเหรอดาว”
“เฮ้อ...” ดาวประดับถอนหายใจแล้วตอบ “มันมีเรื่องลำบากใจนิดหน่อยเพราะเธอต้องไปทำงานไกลถึงต่างประเทศน่ะสิ”
“ตายจริง หากไปไกลขนาดนั้นแล้วแม่ฉันจะอยู่ยังไงล่ะ”
“นั่นแหละที่ฉันเป็นกังวล”
“แล้วไม่มีงานในประเทศเหรอ”
“ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่ในประเทศเสี่ยงต่อการค้าประเวณีแบบตลาดมืดเหมือนที่เห็นในข่าว อีกอย่างคนนี้โปรไฟล์ดี ความเป็นอยู่ของเธอคือของเล่นมหาเศรษฐีชั้นสูงเชียวล่ะหากเธอไปอยู่กับเขา แต่ถึงฉันจะพูดมาขนาดนี้ ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีนะเรนเดียร์”
ดาวประดับมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือเรนเดียร์ ดาวประดับอายุมากกว่าเรนเดียร์สามปี แม้เป็นเพื่อนแต่ความอ่อนต่อโลกและความไร้เดียงสาของเรนเดียร์ทำให้ดาวประดับเหมือนได้ทั้งเพื่อนและน้องสาวในเวลาเดียวกัน ดาวประดับไม่อาจเมินเฉยต่อเรนเดียร์ได้ ทว่าพอเธอจะออกค่าใช้จ่ายให้เรนเดียร์ก็ไม่ยอมรับ เพราะรับมามากแล้ว
“ฉันจะทำยังไงดีล่ะ ได้งานแล้วก็อยากไป แต่ฉันก็เป็นห่วงแม่”
“คนที่จะมาซื้อเธอ เขาเป็นเพื่อนของคุณป๋าฉันเอง และฉันก็ดูรูปค้นประวัติเล็กๆ น้อยๆ ที่มีตามอินเตอร์เน็ตอย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ โปรไฟล์เขาดี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา การศึกษาดี และเงินถึง ไม่ใช่ตาแก่หัวล้านลงพุงหน้าเกลียด อีกอย่างเธอจะได้เงินก้อนแรกมาใช้ก่อน เธอก็จ้างพยาบาลพิเศษดูแลแม่สิ”
“เขาจะให้ฉันเท่าไรเหรอ ฉันกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หากต้องจ้างพยาบาลพิเศษนานคงหมดเงินเยอะ”
“ห้าล้านบาทไทยหรืออาจจะได้มากกว่านั้นหากเธอทำให้เขาพึงพอใจ และเธอต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนไปอยู่ที่อเมริกา”
“โอ้โห...ให้มากจังเลย”
“เขาเป็นมหาเศรษฐีนะเงินแค่นี้น่ะแค่เศษเงินของเขาเท่านั้นแหละ”
ดวงตาที่แวววาวเปล่งแสงค่อยๆ หรี่แสงลงเรื่อยๆ เหลือเพียงความหม่นเศร้า ดาวประดับมองเรนเดียร์ด้วยความสงสาร เรนเดียร์อยู่กับแม่มาตลอด หากต้องไกลห่างคงคิดถึงและห่วงแม่มาก ดาวประดับเข้าใจความรู้สึกของเรนเดียร์ดี
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะเรนเดียร์”
“ขอบใจนะดาวที่เข้าใจฉัน”
“เธอไม่ต้องรีบตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ คืนนี้ฉันให้เวลาเธอกลับไปคิด พรุ่งนี้เธอค่อยให้คำตอบฉัน โอเคไหม?”
“พรุ่งนี้เลยเหรอ”
“ฉันเล่าเรื่องของเธอให้คุณป๋าฟัง เพื่อนของคุณป๋าจะเดินมาถึงประเทศไทยเพื่อทำธุระในอีกสามวันข้างหน้า และเขาบอกว่าอยากได้ตุ๊กตาดิ้นได้ไปครอบครอง คุณป๋าเคยเห็นเธอประจวบเหมาะกับที่ฉันเล่าเรื่องเธอให้คุณป๋าฟัง คุณป๋าเลยใจดีหยิบยื่นโอกาสมาให้เธอ แต่หากเธอปฏิเสธมันก็ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่รอรับงานนี้ ดังนั้นเธอจึงต้องตัดสินใจให้เร็ว เพื่อชิงตัดหน้าผู้หญิงคนอื่น”
“ฉันต้องทำมันนานแค่ไหน”
“เธอต้องตกลงกับเพื่อนคุณป๋าเอง แต่เขาเสนอมาคือห้าล้านบาทต่อหนึ่งปี หรือถ้าเธอทำให้เขาพึ่งพอใจเธอจะได้มากกว่านั้น”
“แล้วฉันต้องเรียนภาษาอะไรเหรอ”
“เธอพูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว เพื่อนคุณป๋าเขาเป็นคนอเมริกัน ก็ใช้ภาษาอังกฤษคุยกับเขานั่นแหละ แต่ถ้าไม่ชัวร์เรื่องสำเนียงก็ไปลงเรียนเพิ่มเติมเสริมเอาก็ได้”
“อื้อ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ขอบใจมากนะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะโทรไปบอกคำตอบของฉันนะดาว”
เรนเดียร์ไม่ได้อยากเป็นของเล่นมหาเศรษฐีเลยสักนิด แต่ทางเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินได้ด่วนทันใจมันมีทางนี้เพียงแค่ทางเดียว ครั้นจะไปกู้เงินนอกระบบก็น่ากลัว เรื่องกู้ในระบบตัดไปได้เลย ภาษีจนๆ อย่างเธอจะเอาอะไรไปเป็นหลักประกันค่ำเงินกู้
ตอนนี้ไมลีย์แม่ของเธอป่วยเป็นโรงมะเร็ง มันมีค่าใช้จ่ายกระจุกกระจิกเต็มไปหมด บางครั้งอาการทรุดนอนโรงพยาบาลก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย เรนเดียร์รู้ว่าไมลีย์อยู่กับเธอได้ไม่นาน สักวันไมลีย์ก็ต้องจากเธอไป แต่เธอก็พยายามยื้อชีวิตของแม่เอาไว้โดยใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมด
“เอาละ ฉันคงต้องไปแล้วคุณป๋ารอฉันอยู่”
“อืม....ขับรถกลับดีๆ นะฝนมันตก”
“เช่นกันเรนเดียร์แล้วพบกันใหม่นะ”
“จ้ะ”
เรนเดียร์และดาวประดับแยกย้ายกันกลับ จุดหมายปลายทางของเรนเดียร์คือ โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง โรคมะเร็งมันน่ากลัวจริงๆ ไมลีย์นอนและเข้าออกโรคพยาบาลบ่อยจนเหมือนว่ามันคือบ้านหลังที่สองไปแล้ว
“เป็นยังไงบ้างคะแม่”
“แม่ยังไหวเรนเดียร์ ตอนนี้แม่อยากกลับบ้านแล้ว เรานอนห้องพิเศษนานแบบนี้แม่ไม่สบายใจเลย”
ไมลีย์ไม่ค่อยสบายใจนัก อึดอัดและลำบากใจ ไมลีย์รู้ว่าเธอกำลังเป็นภาระให้ลูกสาว หากเป็นไปได้เธออยากตายมันซะเดี๋ยวนี้เลย แต่คล้ายว่าสวรรค์จะไม่รับเธอหรืออยากรังแกเธอต่อก็ไม่รู้ ถึงได้ทรมานเธอและลูกสาวแบบนี้
“เรนเดียร์ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่ค่ะ”
“แต่ค่ารักษาและค่าห้องพักมันแพงนะเรนเดียร์”
“เรนเดียร์ไม่อยากให้แม่นอนห้องร่วม กลัวแม่จะป่วยอีกแล้วอาการจะยิ่งทรุด”
โรงพยาบาลในสายตาของเรนเดียร์คือแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคดีๆ นี่เอง มีหลากหลายคนและหลากหลายโรคที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ภูมิคุ้มกันของแม่นั้นต่ำมากลงทุกที ป่วยง่ายและมันก็จะมีผลทำให้อาการทรุด ป่วยไข้ทีก็น่าสงสาร เป็นมากกว่าคนอื่น
“แม่ขอโทษที่ร่างกายของแม่มันอ่อนแอนะ”
“เพราะแม่ทำงานหนักเพื่อเรนเดียร์มาตลอดเลยทำให้ภูมิคุ้มกันของแม่ต่ำ” เธอพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ไมลีย์เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ประเสริฐมาก ทำงานและยอมลำบากทุกอย่างเพื่อให้ลูกของเธอนั้นได้มีกินมีใช้และได้มีการศึกษาเหมือนลูกคนอื่นในสังคม เพราะตรากตรำทำงานมาตลอด ยิ่งแก่ตัวลงภูมิคุ้มกันยิ่งต่ำ จึงทำให้ป่วยง่ายสุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นภาระให้ลูกสาวเพราะโรคมะเร็ง
“แม่อยากให้ลูกได้ดีแต่แม่ก็กำลังทำมันพังเพราะร่างกายของแม่” ไมลีย์พูด เธอโทษตัวเองเสมอ เธอผิดเองที่อ่อนแอ ไมลีย์กลั้นสะอื้นและพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้ลูกสาวของเธอนั้นเข้มแข็งไปด้วย
“วันนี้คุณหมอบอกว่าจะมาตรวจสุขภาพแม่นี่คะ แล้วผลเป็นยังไงบ้างคะ”
“.......” ไมลีย์นิ่งเงียบไป หากเรนเดียร์ไม่ถามถึงเธอก็ลืมไปแล้ว และไมลีย์ตั้งใจจะปิดบังเอาไว้ ทว่าเรนเดียร์จะต้องไปคาดคั้นกับหมอแน่ ไมลีย์ไม่มีทางเลือกจึงต้องบอกไป
“คุณหมอบอกว่าแม่เป็นโรคไตเพิ่งเป็นระยะแรก”
เรนเดียร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้แต่การหายใจก็ยังลำบาก มะเร็งลำไส้ที่ว่าแย่เพราะมันเป็นระยะสุดท้าย แล้วนี่ยังมาเจอกับโรคไตเสริมเข้าไปอีก เรนเดียร์รู้เลยว่าแม่ของเธอต้องทรมานมากขึ้น และต้องใช้ค่ารักษาที่มากขึ้นด้วยเหมือนกัน
ซึ่งมันก็ไม่มีวันหายหรอก
ที่คุณหมอทำได้ดีที่สุดคือ ยื้อเวลาอยู่บนโลกนี้ของไมลีย์ให้ได้นานที่สุดก็เท่านั้น เรนเดียร์กระชับมือของไมลีย์เอาไว้ เธอกลายเป็นคนอ่อนแอ ซบหน้าลงแล้วปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหล และไมลีย์เองก็เช่นกัน
“แม่ขอโทษนะเรนเดียร์”
“ฮึกๆ ฮือๆ ฮือๆ ฮึก” เรนเดียร์ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เธออัดอั้นมากเหลือเกิน อยากปล่อยความรู้สึกในใจออกมาผ่านทางน้ำตา
และเพราะเหตุนี้เพื่อยื้อชีวิตแม่นั่นจึงทำให้เรนเดียร์ตัดสินใจได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลา เรนเดียร์ส่งข้อความไปหาดาวประดับ
::ข้อความถึงดาวประดับ::
ดาวฉันตกลงรับงานนะ ฉันตัดสินใจดีแล้ว
ขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ
จาก....เรนเดียร์
***
“เธอตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมเรนเดียร์”
ดาวประดับพินิจพิจารณาใบหน้าของเรนเดียร์ เธอถามย้ำเป็นครั้งที่สามแล้ว เพื่อความมั่นใจว่าเรนเดียร์ตัดสินใจดีแล้วอย่างมีสติดีครบถ้วน เมื่อวานเรนเดียร์ส่งข้อความมารวดเร็วแบบ ดาวประดับยอมรับว่าเธอตกใจมาก วันนี้เธอและเรนเดียร์จึงนัดพบกันอีกครั้ง
“ฉันตัดสินใจดีแล้วล่ะดาว ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากต้องทำงานตรากตรำไปหลายที่แม้งานจะเยอะแต่มันคงได้เงินไม่มาก แม่ฉันกำลังแย่”
“เธอสามารถหยิบยืมฉันได้นะเรนเดียร์” ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาวประดับพูดแบบนี้ แต่หลายครั้งที่ดาวประดับพยายามจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทว่าเรนเดียร์ก็ไม่รับมันเอาไว้
“ฉันบอกแล้วไงว่าเธอมีภาระมากมายต้องดูแล อีกอย่างเธอทำงานมาต้องแลกศักดิ์ศรีของตัวเองนะ ฉันเอาเงินของเธอไม่ได้หรอกดาว”
“เธอก็เป็นซะแบบนี้และฉันรู้สึกผิดที่พาเธอเข้ามาในวังวนบ้าๆ นี่”
“ฉันขอร้องเธอเองหากผิดก็คงเป็นฉัน”
“แล้วผลตรวจแม่เป็นยังไงบ้างล่ะ”
“มีโรคไตเพิ่มเข้ามาอีก ฉันไม่รู้ว่าแม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน”
“สู้ๆ นะเรนเดียร์” ดาวประดับเอื้อมมือไปจับมือของเรนเดียร์เพื่อส่งกำลังใจให้ เรนเดียร์พยักหน้า เม้มริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
เรนเดียร์บอกกับตัวเองว่าเธอจะเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังแม่เธอก็จะเป็นคนเข้มแข็งอย่างที่เธอได้ตั้งปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้
“อืม...เพื่อแม่ฉันสู้อยู่แล้ว”
“เธอต้องหาเวลาพักบ้างนะเรนเดียร์ รู้ไหมว่าหน้าเธอโทรมมาก แบบนี้จะทำให้เพื่อนคุณป๋าผวามากกว่าอยากเข้าหานะ”
เรนเดียร์เอามือจับหน้าตัวเองทันที เธอยังไม่ได้ส่องกระจกเลยและเธอไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เรนเดียร์ห่วงแต่เรื่องไมลีย์เท่านั้น อาการทรงๆ ทรุดๆ แบบนี้เรนเดียร์จะคิดถึงตัวเองได้ยังไง
“วันนี้คุณป๋าไม่อยู่ฉันมีเวลาว่าง เราไปเข้าสปากันเถอะฉันจ่ายเองถือว่าเป็นสิ่งที่ฉันจะทำเพื่อเพื่อนก็แล้วกัน ฉันไม่อยากให้เธอทำอย่างฉัน แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ฉันก็ต้องช่วยเหลือเธอและผลักดันให้ถึงที่สุด”
“ขอบใจนะดาว”
“บอกแล้วไงเราเป็นเพื่อนกัน ยังไงฉันก็ต้องช่วยและฉันจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด”
“หากฉันมีโอกาสตอบแทนเธอฉันจะตอบแทนเธอนะ”
“จ้า.....”
ว่าแล้วสองสาวก็พากันออกเดินทางไปยังสปาสุดหรูชั้นนำระดับประเทศ เรียกได้ว่าเข้าสปาครั้งเดียวออกมาก็สวยพริ้งตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เรนเดียร์ไม่ได้กลับไปยังโรงพยาบาล เธอบอกไมลีย์ว่าจะออกมาหางานทำ และตอนนี้หลังจากเข้าสปาเสร็จ ดาวประดับก็พาเรนเดียร์ไปยังคอนโดแล้วสอนแต่งหน้าแบบเร่งรัด
เรนเดียร์พอรู้วิธีการแต่งหน้าบ้างเนื่องจากเธอเคยเป็นพนักงานเสริฟในร้านอาหารและตามคลับ การแต่งหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดาวประดับสอนเพิ่มเติมและใจดีอุทิศเครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมสภาพดีให้แก่เรนเดียร์ หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งความใจดีมีเมตตาของดาวประดับเป็นอย่างมาก สักวันหากดาวประดับเดือดร้อน เธอจะเป็นคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ เรนเดียร์ให้สัญญากับตนเอง
“เพื่อนคุณป๋าจะต้องหลงเสน่ห์เธอแน่ๆ”
“ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะ หากเขาไม่หลงเสน่ห์ฉันล่ะก็....แม่ต้องแย่แน่เลย”
“หน้าตาเธอสวยกระจุมกระจิ้ม เขาไม่เคยควงสาวเอเชียนะ เธอแปลกใหม่เธอต้องทำให้เขาหลงเธอ เอาให้อยู่ตามกำหนดสัญญาก็คุ้มแล้วล่ะ จากนั้นค่อยว่ากันใหม่”
“อื้อ”
“พรุ่งนี้เธอก็มาเทรนการแต่งหน้า การแต่งตัว และมารยาทการวางตัวกับฉันอีกทีนะเรนเดียร์เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่หลุดทำตัวโก๊ะๆ ออกไป”
“แล้วคุณป๋าของเธอล่ะ”
“มาพร้อมเพื่อนเขานั่นแหละ ถึงวันนัดฉันจะเป็นคนไปส่งเธอเอง”
“ขอบใจเธอมากๆ เลยนะดาว”
เรนเดียร์กล่าวขอบใจเพื่อนสนิทอีกครั้ง ดาวประดับยิ้มรับ จากนั้นก็ขับรถไปส่งเรนเดียร์ที่โรงพยาบาลแล้วยังแวะเยี่ยมไมลีย์ด้วยก่อนจะขอตัวกลับ
Rrrrrrrrrrrrrrrr
ระหว่างขับรถกลับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา ดาวประดับรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ทันที หลังจากปรายตามองแล้วเห็นชื่อผู้โทรเข้า
คุณป๋า......
“ค่ะคุณป๋าดาวพูดค่ะ”
[“เรนเดียร์ให้คำตอบแล้วใช่ไหม”] ปลายสายถามเข้าประเด็น น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา
“ค่ะ เธอตอบตกลง”
[“ถามดีแล้วใช่ไหม”]
“ดีแล้วค่ะ”
[“ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่”]
“ขับรถกลับคอนโดค่ะ”
[“ฉันไม่อยู่อย่าออกไปข้างนอกตอนกลางคืนนี้คือคำสั่ง”]
“เข้าใจแล้วค่ะ”
[“ไม่ใช่แค่เข้าใจแต่เธอต้องทำตามคำสั่งของฉันด้วย”]
“ค่ะคุณป๋า”
ติ๊ด!!!!
ผู้โทรเข้ามาเป็นผู้ตัดสายไปอย่างไม่ใยดี ไม่แม้แต่จะถามความเป็นอยู่ของเธอ แต่เอาเถอะ เธอต้องทำใจให้ชินกับคนอย่างเขาได้แล้ว ดาวประดับวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วสนใจการขับรถต่อ
คุณป๋าของเธอเป็นผู้ชายเย็นชามาก แต่หากเขาอยู่บนเตียงเขาจะดุดันและร้องแรงมาก มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวและทำให้ดาวประดับลำบากกายและใจ เธอรับมือได้เพราะเธอเองก็เจนจัดบนสังเวียนราคะเหมือนกัน
การขายเรือนร่างเพื่อแลกเงินและสิ่งของสิ่งสำคัญคือความร้อนแรงในเรื่องบนเตียง ซึ่งดาวประดับก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสาวของเธอจะทำมันได้ดี ไม่อย่างนั้นละก็ถูกเขี่ยทิ้งแน่ๆ
“ขอให้เธอผ่านพ้นมันไปได้นะเรนเดียร์”
***