บทที่1(1) ของเล่นมหาเศรษฐี

2751 Words
บทนำ “เราเป็นเพื่อนกันและฉันไม่อยากให้เธอทำงานแบบเดียวกับฉันเรนเดียร์” “ฉันไม่มีทางเลือกแล้วดาว มีแค่ทางนี้ทางเดียวที่จะทำให้ฉันมีเงินจ่ายค่ารักษาแม่” “มันไร้ศักดิ์ศรีและมันก็ทรมานมากเลยนะ” “ฉันยอมทุกอย่าง” “ถ้าเธอยืนยันแบบนั้นฉันก็ไม่ขัดข้อง แต่อยากเตือนเธอเอาไว้อย่างหนึ่งนะ บนเส้นทางนี้ราคะเกิดง่าย แต่ความรักเธอต้องหักห้ามใจหากไม่อยากเจ็บ” “ฉันรู้.....” “ไม่มีใครเอาผู้หญิงขายตัวมาเป็นเมียหรอก ฉันเองก็เป็นได้แค่อีหนูของคุณป๋าเท่านั้น และในฐานะของเพื่อน...ฉันจะหาแขกที่ดีที่สุดให้เธอ” “ขอบใจนะดาว” ********************* วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มมีฝนตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ดาวประดับนัดเจอเรนเดียร์ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อคุยธุระสำคัญ สองสาวเลือกโซนที่ให้ความเป็นส่วนตัว ธุระของพวกเธอจะพูดดังให้คนนอกได้ยินไม่ได้เป็นอันขาด “ข่าวดีหรือข่าวร้ายดาว” เรนเดียร์รอคอยคำตอบอย่างคนมีหวัง เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอไหว้วานให้เพื่อนสนิทสาวเพียงคนเดียวของเธอหางานให้ เรนเดียร์ยังไม่รู้คำตอบ เธอภาวนาให้ตนเองได้งานทำ ทว่าสีหน้าไม่สู้ดีของดาวประดับทำให้เรนเดียร์ใจคอไม่ดี “เธอได้งานทำเรนเดียร์” “แล้วทำไมเธอทำหน้าแบบนั้นล่ะ เธอไม่สบายใจเหรอดาว” “เฮ้อ...” ดาวประดับถอนหายใจแล้วตอบ “มันมีเรื่องลำบากใจนิดหน่อยเพราะเธอต้องไปทำงานไกลถึงต่างประเทศน่ะสิ” “ตายจริง หากไปไกลขนาดนั้นแล้วแม่ฉันจะอยู่ยังไงล่ะ” “นั่นแหละที่ฉันเป็นกังวล” “แล้วไม่มีงานในประเทศเหรอ” “ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่ในประเทศเสี่ยงต่อการค้าประเวณีแบบตลาดมืดเหมือนที่เห็นในข่าว อีกอย่างคนนี้โปรไฟล์ดี ความเป็นอยู่ของเธอคือของเล่นมหาเศรษฐีชั้นสูงเชียวล่ะหากเธอไปอยู่กับเขา แต่ถึงฉันจะพูดมาขนาดนี้ ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีนะเรนเดียร์” ดาวประดับมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือเรนเดียร์ ดาวประดับอายุมากกว่าเรนเดียร์สามปี แม้เป็นเพื่อนแต่ความอ่อนต่อโลกและความไร้เดียงสาของเรนเดียร์ทำให้ดาวประดับเหมือนได้ทั้งเพื่อนและน้องสาวในเวลาเดียวกัน ดาวประดับไม่อาจเมินเฉยต่อเรนเดียร์ได้ ทว่าพอเธอจะออกค่าใช้จ่ายให้เรนเดียร์ก็ไม่ยอมรับ เพราะรับมามากแล้ว “ฉันจะทำยังไงดีล่ะ ได้งานแล้วก็อยากไป แต่ฉันก็เป็นห่วงแม่” “คนที่จะมาซื้อเธอ เขาเป็นเพื่อนของคุณป๋าฉันเอง และฉันก็ดูรูปค้นประวัติเล็กๆ น้อยๆ ที่มีตามอินเตอร์เน็ตอย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ โปรไฟล์เขาดี รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา การศึกษาดี และเงินถึง ไม่ใช่ตาแก่หัวล้านลงพุงหน้าเกลียด อีกอย่างเธอจะได้เงินก้อนแรกมาใช้ก่อน เธอก็จ้างพยาบาลพิเศษดูแลแม่สิ” “เขาจะให้ฉันเท่าไรเหรอ ฉันกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หากต้องจ้างพยาบาลพิเศษนานคงหมดเงินเยอะ” “ห้าล้านบาทไทยหรืออาจจะได้มากกว่านั้นหากเธอทำให้เขาพึงพอใจ และเธอต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนไปอยู่ที่อเมริกา” “โอ้โห...ให้มากจังเลย” “เขาเป็นมหาเศรษฐีนะเงินแค่นี้น่ะแค่เศษเงินของเขาเท่านั้นแหละ” ดวงตาที่แวววาวเปล่งแสงค่อยๆ หรี่แสงลงเรื่อยๆ เหลือเพียงความหม่นเศร้า ดาวประดับมองเรนเดียร์ด้วยความสงสาร เรนเดียร์อยู่กับแม่มาตลอด หากต้องไกลห่างคงคิดถึงและห่วงแม่มาก ดาวประดับเข้าใจความรู้สึกของเรนเดียร์ดี “ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะเรนเดียร์” “ขอบใจนะดาวที่เข้าใจฉัน” “เธอไม่ต้องรีบตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ คืนนี้ฉันให้เวลาเธอกลับไปคิด พรุ่งนี้เธอค่อยให้คำตอบฉัน โอเคไหม?” “พรุ่งนี้เลยเหรอ” “ฉันเล่าเรื่องของเธอให้คุณป๋าฟัง เพื่อนของคุณป๋าจะเดินมาถึงประเทศไทยเพื่อทำธุระในอีกสามวันข้างหน้า และเขาบอกว่าอยากได้ตุ๊กตาดิ้นได้ไปครอบครอง คุณป๋าเคยเห็นเธอประจวบเหมาะกับที่ฉันเล่าเรื่องเธอให้คุณป๋าฟัง คุณป๋าเลยใจดีหยิบยื่นโอกาสมาให้เธอ แต่หากเธอปฏิเสธมันก็ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่รอรับงานนี้ ดังนั้นเธอจึงต้องตัดสินใจให้เร็ว เพื่อชิงตัดหน้าผู้หญิงคนอื่น” “ฉันต้องทำมันนานแค่ไหน” “เธอต้องตกลงกับเพื่อนคุณป๋าเอง แต่เขาเสนอมาคือห้าล้านบาทต่อหนึ่งปี หรือถ้าเธอทำให้เขาพึ่งพอใจเธอจะได้มากกว่านั้น” “แล้วฉันต้องเรียนภาษาอะไรเหรอ” “เธอพูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว เพื่อนคุณป๋าเขาเป็นคนอเมริกัน ก็ใช้ภาษาอังกฤษคุยกับเขานั่นแหละ แต่ถ้าไม่ชัวร์เรื่องสำเนียงก็ไปลงเรียนเพิ่มเติมเสริมเอาก็ได้” “อื้อ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ขอบใจมากนะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะโทรไปบอกคำตอบของฉันนะดาว” เรนเดียร์ไม่ได้อยากเป็นของเล่นมหาเศรษฐีเลยสักนิด แต่ทางเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินได้ด่วนทันใจมันมีทางนี้เพียงแค่ทางเดียว ครั้นจะไปกู้เงินนอกระบบก็น่ากลัว เรื่องกู้ในระบบตัดไปได้เลย ภาษีจนๆ อย่างเธอจะเอาอะไรไปเป็นหลักประกันค่ำเงินกู้ ตอนนี้ไมลีย์แม่ของเธอป่วยเป็นโรงมะเร็ง มันมีค่าใช้จ่ายกระจุกกระจิกเต็มไปหมด บางครั้งอาการทรุดนอนโรงพยาบาลก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย เรนเดียร์รู้ว่าไมลีย์อยู่กับเธอได้ไม่นาน สักวันไมลีย์ก็ต้องจากเธอไป แต่เธอก็พยายามยื้อชีวิตของแม่เอาไว้โดยใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมด “เอาละ ฉันคงต้องไปแล้วคุณป๋ารอฉันอยู่” “อืม....ขับรถกลับดีๆ นะฝนมันตก” “เช่นกันเรนเดียร์แล้วพบกันใหม่นะ” “จ้ะ” เรนเดียร์และดาวประดับแยกย้ายกันกลับ จุดหมายปลายทางของเรนเดียร์คือ โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง โรคมะเร็งมันน่ากลัวจริงๆ ไมลีย์นอนและเข้าออกโรคพยาบาลบ่อยจนเหมือนว่ามันคือบ้านหลังที่สองไปแล้ว “เป็นยังไงบ้างคะแม่” “แม่ยังไหวเรนเดียร์ ตอนนี้แม่อยากกลับบ้านแล้ว เรานอนห้องพิเศษนานแบบนี้แม่ไม่สบายใจเลย” ไมลีย์ไม่ค่อยสบายใจนัก อึดอัดและลำบากใจ ไมลีย์รู้ว่าเธอกำลังเป็นภาระให้ลูกสาว หากเป็นไปได้เธออยากตายมันซะเดี๋ยวนี้เลย แต่คล้ายว่าสวรรค์จะไม่รับเธอหรืออยากรังแกเธอต่อก็ไม่รู้ ถึงได้ทรมานเธอและลูกสาวแบบนี้ “เรนเดียร์ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่ค่ะ” “แต่ค่ารักษาและค่าห้องพักมันแพงนะเรนเดียร์” “เรนเดียร์ไม่อยากให้แม่นอนห้องร่วม กลัวแม่จะป่วยอีกแล้วอาการจะยิ่งทรุด” โรงพยาบาลในสายตาของเรนเดียร์คือแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคดีๆ นี่เอง มีหลากหลายคนและหลากหลายโรคที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ภูมิคุ้มกันของแม่นั้นต่ำมากลงทุกที ป่วยง่ายและมันก็จะมีผลทำให้อาการทรุด ป่วยไข้ทีก็น่าสงสาร เป็นมากกว่าคนอื่น “แม่ขอโทษที่ร่างกายของแม่มันอ่อนแอนะ” “เพราะแม่ทำงานหนักเพื่อเรนเดียร์มาตลอดเลยทำให้ภูมิคุ้มกันของแม่ต่ำ” เธอพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า ไมลีย์เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ประเสริฐมาก ทำงานและยอมลำบากทุกอย่างเพื่อให้ลูกของเธอนั้นได้มีกินมีใช้และได้มีการศึกษาเหมือนลูกคนอื่นในสังคม เพราะตรากตรำทำงานมาตลอด ยิ่งแก่ตัวลงภูมิคุ้มกันยิ่งต่ำ จึงทำให้ป่วยง่ายสุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นภาระให้ลูกสาวเพราะโรคมะเร็ง “แม่อยากให้ลูกได้ดีแต่แม่ก็กำลังทำมันพังเพราะร่างกายของแม่” ไมลีย์พูด เธอโทษตัวเองเสมอ เธอผิดเองที่อ่อนแอ ไมลีย์กลั้นสะอื้นและพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้ลูกสาวของเธอนั้นเข้มแข็งไปด้วย “วันนี้คุณหมอบอกว่าจะมาตรวจสุขภาพแม่นี่คะ แล้วผลเป็นยังไงบ้างคะ” “.......” ไมลีย์นิ่งเงียบไป หากเรนเดียร์ไม่ถามถึงเธอก็ลืมไปแล้ว และไมลีย์ตั้งใจจะปิดบังเอาไว้ ทว่าเรนเดียร์จะต้องไปคาดคั้นกับหมอแน่ ไมลีย์ไม่มีทางเลือกจึงต้องบอกไป “คุณหมอบอกว่าแม่เป็นโรคไตเพิ่งเป็นระยะแรก” เรนเดียร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้แต่การหายใจก็ยังลำบาก มะเร็งลำไส้ที่ว่าแย่เพราะมันเป็นระยะสุดท้าย แล้วนี่ยังมาเจอกับโรคไตเสริมเข้าไปอีก เรนเดียร์รู้เลยว่าแม่ของเธอต้องทรมานมากขึ้น และต้องใช้ค่ารักษาที่มากขึ้นด้วยเหมือนกัน ซึ่งมันก็ไม่มีวันหายหรอก ที่คุณหมอทำได้ดีที่สุดคือ ยื้อเวลาอยู่บนโลกนี้ของไมลีย์ให้ได้นานที่สุดก็เท่านั้น เรนเดียร์กระชับมือของไมลีย์เอาไว้ เธอกลายเป็นคนอ่อนแอ ซบหน้าลงแล้วปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหล และไมลีย์เองก็เช่นกัน “แม่ขอโทษนะเรนเดียร์” “ฮึกๆ ฮือๆ ฮือๆ ฮึก” เรนเดียร์ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง เธออัดอั้นมากเหลือเกิน อยากปล่อยความรู้สึกในใจออกมาผ่านทางน้ำตา และเพราะเหตุนี้เพื่อยื้อชีวิตแม่นั่นจึงทำให้เรนเดียร์ตัดสินใจได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลา เรนเดียร์ส่งข้อความไปหาดาวประดับ ::ข้อความถึงดาวประดับ:: ดาวฉันตกลงรับงานนะ ฉันตัดสินใจดีแล้ว ขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ จาก....เรนเดียร์ *** “เธอตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมเรนเดียร์” ดาวประดับพินิจพิจารณาใบหน้าของเรนเดียร์ เธอถามย้ำเป็นครั้งที่สามแล้ว เพื่อความมั่นใจว่าเรนเดียร์ตัดสินใจดีแล้วอย่างมีสติดีครบถ้วน เมื่อวานเรนเดียร์ส่งข้อความมารวดเร็วแบบ ดาวประดับยอมรับว่าเธอตกใจมาก วันนี้เธอและเรนเดียร์จึงนัดพบกันอีกครั้ง “ฉันตัดสินใจดีแล้วล่ะดาว ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากต้องทำงานตรากตรำไปหลายที่แม้งานจะเยอะแต่มันคงได้เงินไม่มาก แม่ฉันกำลังแย่” “เธอสามารถหยิบยืมฉันได้นะเรนเดียร์” ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาวประดับพูดแบบนี้ แต่หลายครั้งที่ดาวประดับพยายามจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ทว่าเรนเดียร์ก็ไม่รับมันเอาไว้ “ฉันบอกแล้วไงว่าเธอมีภาระมากมายต้องดูแล อีกอย่างเธอทำงานมาต้องแลกศักดิ์ศรีของตัวเองนะ ฉันเอาเงินของเธอไม่ได้หรอกดาว” “เธอก็เป็นซะแบบนี้และฉันรู้สึกผิดที่พาเธอเข้ามาในวังวนบ้าๆ นี่” “ฉันขอร้องเธอเองหากผิดก็คงเป็นฉัน” “แล้วผลตรวจแม่เป็นยังไงบ้างล่ะ” “มีโรคไตเพิ่มเข้ามาอีก ฉันไม่รู้ว่าแม่จะอยู่ได้นานแค่ไหน” “สู้ๆ นะเรนเดียร์” ดาวประดับเอื้อมมือไปจับมือของเรนเดียร์เพื่อส่งกำลังใจให้ เรนเดียร์พยักหน้า เม้มริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เรนเดียร์บอกกับตัวเองว่าเธอจะเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังแม่เธอก็จะเป็นคนเข้มแข็งอย่างที่เธอได้ตั้งปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ “อืม...เพื่อแม่ฉันสู้อยู่แล้ว” “เธอต้องหาเวลาพักบ้างนะเรนเดียร์ รู้ไหมว่าหน้าเธอโทรมมาก แบบนี้จะทำให้เพื่อนคุณป๋าผวามากกว่าอยากเข้าหานะ” เรนเดียร์เอามือจับหน้าตัวเองทันที เธอยังไม่ได้ส่องกระจกเลยและเธอไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เรนเดียร์ห่วงแต่เรื่องไมลีย์เท่านั้น อาการทรงๆ ทรุดๆ แบบนี้เรนเดียร์จะคิดถึงตัวเองได้ยังไง “วันนี้คุณป๋าไม่อยู่ฉันมีเวลาว่าง เราไปเข้าสปากันเถอะฉันจ่ายเองถือว่าเป็นสิ่งที่ฉันจะทำเพื่อเพื่อนก็แล้วกัน ฉันไม่อยากให้เธอทำอย่างฉัน แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ฉันก็ต้องช่วยเหลือเธอและผลักดันให้ถึงที่สุด” “ขอบใจนะดาว” “บอกแล้วไงเราเป็นเพื่อนกัน ยังไงฉันก็ต้องช่วยและฉันจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด” “หากฉันมีโอกาสตอบแทนเธอฉันจะตอบแทนเธอนะ” “จ้า.....” ว่าแล้วสองสาวก็พากันออกเดินทางไปยังสปาสุดหรูชั้นนำระดับประเทศ เรียกได้ว่าเข้าสปาครั้งเดียวออกมาก็สวยพริ้งตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เรนเดียร์ไม่ได้กลับไปยังโรงพยาบาล เธอบอกไมลีย์ว่าจะออกมาหางานทำ และตอนนี้หลังจากเข้าสปาเสร็จ ดาวประดับก็พาเรนเดียร์ไปยังคอนโดแล้วสอนแต่งหน้าแบบเร่งรัด เรนเดียร์พอรู้วิธีการแต่งหน้าบ้างเนื่องจากเธอเคยเป็นพนักงานเสริฟในร้านอาหารและตามคลับ การแต่งหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดาวประดับสอนเพิ่มเติมและใจดีอุทิศเครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมสภาพดีให้แก่เรนเดียร์ หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งความใจดีมีเมตตาของดาวประดับเป็นอย่างมาก สักวันหากดาวประดับเดือดร้อน เธอจะเป็นคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ เรนเดียร์ให้สัญญากับตนเอง “เพื่อนคุณป๋าจะต้องหลงเสน่ห์เธอแน่ๆ” “ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะ หากเขาไม่หลงเสน่ห์ฉันล่ะก็....แม่ต้องแย่แน่เลย” “หน้าตาเธอสวยกระจุมกระจิ้ม เขาไม่เคยควงสาวเอเชียนะ เธอแปลกใหม่เธอต้องทำให้เขาหลงเธอ เอาให้อยู่ตามกำหนดสัญญาก็คุ้มแล้วล่ะ จากนั้นค่อยว่ากันใหม่” “อื้อ” “พรุ่งนี้เธอก็มาเทรนการแต่งหน้า การแต่งตัว และมารยาทการวางตัวกับฉันอีกทีนะเรนเดียร์เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่หลุดทำตัวโก๊ะๆ ออกไป” “แล้วคุณป๋าของเธอล่ะ” “มาพร้อมเพื่อนเขานั่นแหละ ถึงวันนัดฉันจะเป็นคนไปส่งเธอเอง” “ขอบใจเธอมากๆ เลยนะดาว” เรนเดียร์กล่าวขอบใจเพื่อนสนิทอีกครั้ง ดาวประดับยิ้มรับ จากนั้นก็ขับรถไปส่งเรนเดียร์ที่โรงพยาบาลแล้วยังแวะเยี่ยมไมลีย์ด้วยก่อนจะขอตัวกลับ Rrrrrrrrrrrrrrrr ระหว่างขับรถกลับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา ดาวประดับรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ทันที หลังจากปรายตามองแล้วเห็นชื่อผู้โทรเข้า คุณป๋า...... “ค่ะคุณป๋าดาวพูดค่ะ” [“เรนเดียร์ให้คำตอบแล้วใช่ไหม”] ปลายสายถามเข้าประเด็น น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา “ค่ะ เธอตอบตกลง” [“ถามดีแล้วใช่ไหม”] “ดีแล้วค่ะ” [“ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่”] “ขับรถกลับคอนโดค่ะ” [“ฉันไม่อยู่อย่าออกไปข้างนอกตอนกลางคืนนี้คือคำสั่ง”] “เข้าใจแล้วค่ะ” [“ไม่ใช่แค่เข้าใจแต่เธอต้องทำตามคำสั่งของฉันด้วย”] “ค่ะคุณป๋า” ติ๊ด!!!! ผู้โทรเข้ามาเป็นผู้ตัดสายไปอย่างไม่ใยดี ไม่แม้แต่จะถามความเป็นอยู่ของเธอ แต่เอาเถอะ เธอต้องทำใจให้ชินกับคนอย่างเขาได้แล้ว ดาวประดับวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วสนใจการขับรถต่อ คุณป๋าของเธอเป็นผู้ชายเย็นชามาก แต่หากเขาอยู่บนเตียงเขาจะดุดันและร้องแรงมาก มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวและทำให้ดาวประดับลำบากกายและใจ เธอรับมือได้เพราะเธอเองก็เจนจัดบนสังเวียนราคะเหมือนกัน การขายเรือนร่างเพื่อแลกเงินและสิ่งของสิ่งสำคัญคือความร้อนแรงในเรื่องบนเตียง ซึ่งดาวประดับก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสาวของเธอจะทำมันได้ดี ไม่อย่างนั้นละก็ถูกเขี่ยทิ้งแน่ๆ “ขอให้เธอผ่านพ้นมันไปได้นะเรนเดียร์” ***
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD