มันยากที่จะลืมความสัมพันธ์อันใกล้ชิดเมื่อกลับมาเมืองไทย มันยากที่ต้องอยู่คนเดียวและทำอะไรคนเดียว และมันก็ยากที่จะหักห้ามความคิดตัวเองไม่ให้คิดถึง ทว่าถึงยากเรนเดียร์ต้องมีชีวิตต่อไปเพื่ออนาคตที่สดใส
เรนเดียร์มาถึงสิ่งแรกที่ทำคือการมาพบกับเพื่อนสาวคนสนิทอย่างดาวประดับ เรนเดียร์ไม่ได้พูดถึงเอ็กซาเวียร์และดาวประดับเองก็พอมองออกว่าเพื่อนรู้สึกเช่นไร มันไม่ผิด แต่มันแค่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเข้าใจดาวประดับจึงพูดในเรื่องที่เป็นปัจจุบันตอนนี้เพียงเท่านั้น
“ที่ดินสร้างร้านอย่างเพิ่งซื้อก่อน เช่าไปก่อนได้กำไรค่อยหาที่ดีๆ ซื้อก็ยังทัน อีกอย่างจะได้เซฟเงินด้วย และที่เธอต้องซื้อต้องมีมันคือบ้านและรถ หากไม่ซีเรียสบ้านมือสองและรถมือสองก็ดีเหมือนกันนะเดี๋ยวฉันช่วยดูให้”
“รบกวนเธอด้วยนะดาวประดับ”
“รบกงรบกวนอะไรกันล่ะเพื่อนกันทั้งนั้น อีกอย่างฉันก็เคยซื้อบ้านและรถมือสองมาก่อน สภาพโคตรดีส่วนเธอยังไม่เคยยิ่งหัวอ่อนๆ เดี๋ยวถูกหลอก แบบนี้น่าเป็นห่วงกว่านะ ส่วนเรื่องร้านมีค่าตอบแทน ฝากน้องชายทำงานด้วยนะเพื่อนรัก จะจ้างเท่าไรแล้วแต่เธอเลย”
“จ้า....ฉันก็ตั้งใจเอาไว้แบบนั้น น้องชายเธอหน้าตาดี เรียกลูกค้าเข้าร้านได้เยอะแน่ๆ โดยเฉพาะสาวๆ และชายสวย”
“ฮ่าๆ ก็จริงของเธอ ขอให้รวย ขอให้รุ่ง สาธุๆ” ดาวประดับประนมมือไหว้สาธุ เรนเดียร์หัวเราะขำเพื่อนสนิทสาว
“ว่าแต่เธอเถอะ ออกมานานแบบนี้คุณป๋าไม่ว่าเหรอ”
“ไม่หรอก เขามีงานต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์กว่าจะกลับ ระหว่างนี้ฉันก็มีเวลาไปไหนมาไหนกับเธอได้อย่างสบายเลยล่ะ วันนี้ยังพอมีเวลา เธอขับรถเป็นใช่ไหม”
“เป็นสิ” เรนเดียร์ขออนุญาตเอ็กซาเวียร์ให้บรู๊คสอนขับรถ เธอทำเป็นหลายอย่างเพราะเธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้างหากกลับมาประเทศไทย รถมันจำเป็นซื้อด้วยเงินแสนแพงแต่อยู่นานและให้ประโยชน์ เรนเดียร์ไม่อวดรวยและเธอเพียงต้องการมีทุกอย่างเพื่อการดำรงชีวิตของเธอ
มันอาจไม่หรูหราแต่มันทำให้เธอสุขและสบายมากกว่าเก่า
“โอเค งั้นพรุ่งนี้ไปสอบใบขับขี่ จากนั้นเราก็ค่อยไปดูรถ ฉันรู้จักเจ้าของเต้นท์รถมือสอง รับรองไปแล้วได้เลยแถมมีแต่รถดีๆ ทั้งนั้นเพราะของฉันก็ซื้อมาจากที่นี่”
“ก็ดีนะ”
“เคลียร์ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้เพราะฉันว่างมาก”
“รับทราบจ้า”
ดาวประดับยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรนเดียร์ตั้งแต่รู้จักกันครั้งแรกจนวันนี้ ดาวประดับเป็นผู้หญิงสวยและเปรี้ยว มีความมั่นใจสูงและก็แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง อีกอย่างคือดาวประดับฉลาดทันคน ส่วนเรนเดียร์จะเป็นในทางตรงกันข้าม
แต่หลังจากนี้เรนเดียร์ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะเธอจะมีสิ่งให้ต้องรับผิดชอบ หากเธอไม่เข้มแข็งและไม่แข็งแกร่งทุกอย่างที่เธอสร้างมันจะพังทลาย เรื่องความเสียใจก็ส่วนความเสียใจ รู้สึกแต่ต้องไม่ได้แสดงออกและต้องไม่ทำให้มันมามีอิทธิพลกับการก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า
สู้ๆ เรนเดียร์.......หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่เธอให้กำลังใจตัวเองตลอดเวลา เมื่อรู้สึกอ่อนแอ มองความเข้มแข็งและความแข็งแกร่งของดาวประดับเป็นตัวอย่าง
เธอจะเก่งให้ได้เหมือนดาวประดับ!!
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เรนเดียร์เคลียร์ธุระทุกอย่างเสร็จหมดภายในหนึ่งสัปดาห์ตามที่ได้ตกลงกับดาวประดับเอาไว้ ดาวประดับมีคนรู้จักเยอะ เรนเดียร์มีบ้าน มีรถ และมีที่เช่าสำหรับร้านอาหาร มันเหมือนเป็นช่วงขาขึ้นของชีวิต แต่กระนั้นเธอก็วิ่งวุ่นแทบไม่ได้พักผ่อนเลยล่ะ แต่มันก็คุ้มค่ากับความเหนื่อยที่เสียไป
เรนเดียร์ตอบแทนดาวประดับด้วยการเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ และรับน้องชายของดาวประดับเข้าทำงาน นั่นคือสิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของดาวประดับได้ดี แทนคุณมีงานดาวประดับก็จะลดค่าใช้จ่ายส่งเสียแทนคุณ และแทนคุณก็จะได้ไม่ต้องวิ่งเร่หางานทำที่อื่นให้ยุ่งยาก
อีกทั้งแทนคุณมีเพื่อนจึงได้พาเพื่อนคนอื่นมายื่นใบสมัครด้วย ซึ่งเรนเดียร์ให้โอกาสทุกคน อีกอย่างเธอก็ไม่ต้องลำบากหาคนงานให้ยุ่งยาก แต่ร้านของเธอมันก็จะอัดแน่นไปด้วยพนักงานชายสุดหล่อ สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำงานไม่ได้ขาด
แต่มันยังเป็นเพียงแค่ความคิด เพราะร้านยังต้องตกแต่งอีกเยอะกว่าจะเสร็นก็สองสัปดาห์ ถึงจะได้เปิดกิจการตามฤกษ์งามยามดี เรนเดียร์จะเอาฤกษ์สะดวกแต่ดาวประดับพาไปดูฤกษ์กับพระที่วัด ดังนั้นก็ต้องยึดถือเอาตามที่พระท่านบอก
และมีการดูดวงกับหมอไพ่ยิปซีที่ดาวประดับบอกว่าแม่นมากชีวิตเรนเดียร์อยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วก็จะรุ่งมากถึงมากที่สุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนเรื่องความรักเรนเดียร์ไม่ได้ดูเรื่องนี้ เธอมาดูแค่เรื่องกิจการงานเท่านั้น ส่วนเรื่องคู่เรนเดียร์ไม่ดูเลยล่ะ เธอยังไม่อยากรับรู้
แต่ที่รู้แน่ๆ คือตอนนี้เธอเหงาและเธอต้องการเพื่อนร่วมบ้าน
ดังนั้น......
“สวัสดีค่ะบ้านแมวยินดีต้อนรับค่ะ”
“เมื่อวานฉันทักเข้ามาในเพจน่ะค่ะ ฉันจองเจ้าเสือเอาไว้ วันนี้เลยจะมารับกลับค่ะ”
เรนเดียร์ชี้แจง เธอเลือกเอาไว้แล้วว่าจะเอาแมวตัวไหน เห็นว่ามันน่ารักดีและถูกเจ้าของทอดทิ้ง เอามาให้ฝากเลี้ยงแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย โทรหาก็บล็อกเบอร์ ส่งข้อความหาก็บล็อกไลน์ ดังนั้นสิทธิ์ของเจ้าเสือจึงตกมาอยู่ที่เจ้าของร้าน แต่มันก็มีแมวหลายตัวที่ถูกทอดทิ้ง
“ดีใจจังเลยค่ะที่เจ้าเสือได้บ้านใหม่”
“ราคาของเจ้าเสือตามที่บอกไว้ในเพจหรือเปล่าคะ”
“ใช่ค่ะ 30,000 บาท”
“ค่ะ นี่ค่ะ” เรนเดียร์จ่ายเงินสด เธอไม่เกี่ยงเรื่องราคา เพราะว่าเจ้าของตัวจริงคนเก่าของเจ้าเสือจ่ายเงินฝากเลี้ยงเพียงครึ่ง และเจ้าเสือก็ป่วย ไหนจะค่ารักษาพยาบาลและค่าเลี้ยงดู สามหมื่นที่จ่ายน้อยไปซะด้วยซ้ำ เรนเดียร์รับเลี้ยงเจ้าเสือด้วยใจเพราะเธอรู้สึกถูกชะตา
“เดี๋ยวเอาเจ้าเสือมาให้นะคะ”
“นิสัยของมันเป็นยังไงบ้างคะ”
“น่ารักมากเลยค่ะ แต่ชอบเล่นซนตามประสา มันค่อนข้างชอบคลอเคลียด้วยนะคะ”
เรนเดียร์เดินตามหลังพนักงงานเข้าไปส่วนด้านใน ระหว่างทางเดินก็ฟังพนักงานพูดด้วย คิดตามแล้วก็ยิ้ม แค่เธอเห็นรูปเจ้าเสือรูปเดียวเธอยังถูกชะตามาก วันนี้ได้มาเจอตัวจริง
“อุดมสมบูรณ์จังเลยค่ะ”
“ตามสายพันธ์เขานั่นล่ะคะ แต่ดูน่ารักมึนๆ ดีนะคะ”
“คิดเหมือนกันเลยค่ะ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่รับเลี้ยงมัน เจ้าเสือพอมันรู้ว่าเจ้าของมันไม่มารับกลับมันก็ซึมๆ ค่ะ”
“ฉันจะดูแลและให้ความรักมันเหมือนลูกคนหนึ่งเลยค่ะ”
“อย่าดื้ออย่าซนล่ะเจ้าเสือ เจ้าของใหม่น่ารักและจิตใจดีมากขนาดนี้”
“เมี๊ยวววววว!!!” มันขานรับเหมือนฟังภาษาคนรู้เรื่อง
พนักงานร้านเอาเจ้าเสือมาใส่กระเป๋าสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของคนเก่าให้มา เรนเดียร์รับเจ้าเสือมา จากนั้นก็ขอซื้อพวกอาหารแมว ทราย และอุปกรณ์สำคัญสำหรับเจ้าเสือ บ้านแมวมีทุกอย่างจริงๆ เรนเดียร์ไม่ต้องไปที่ไหนอื่นไกล เมื่อเสร็จธุระหญิงสาวก็พาเจ้าเสือกลับบ้าน
“เจ้าเสือ อย่าเล่นซนและห้ามกัดแทะเฟอร์นิเจอร์นะ อยู่บ้านหม่ามี้ก็ต้องช่วยดูแลบ้านด้วยนะคะ รู้ไหม?” เรนเดียร์ทำข้อตกลงกับเจ้าเสือ
“เมี๊ยวววววว” มันเงยหน้ามองทำตาแป๋วแล้วขานรับ
“เข้าใจที่หม่ามี้พูดเหรอจ๊ะ”
“เมี๊ยวววววว”
“หม่ามี้จะถือว่าลูกเข้าใจนะ เพราะฉะนั้นหากเล่นซน หม่ามี้จะลงโทษ”
“เมี๊ยวววววว” เจ้าเสือทำสัญญา เรนเดียร์ยิ้มเอ็นดูและลูบศีรษะกลมๆ ของมัน เจ้าเสือน่ารักมาก อ้วน หูพับ มีหัวและใบหน้ากลม ใบหน้าดูมึนๆ เอ๋อๆ แต่มันคือความน่ารักที่ทำให้เรนเดียร์มีรอยยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
แค่มองหน้าเจ้าเสือก็ทำให้เรนเดียร์มีความสุขใจ
****
บางคนหากมีเรื่องให้หงุดหงิดหรือเครียดก็คงต้องระบายอารมณ์กับสิ่งมึนเมาและทำตัวเสเพล แต่มันไม่ใช่กับเอ็กซาเวียร์ เมื่อชายหนุ่มเอาความหงุดหงิดมาลงกับงาน ทำงานห่ามรุ่งห่ามค่ำ และงานของเขามันไม่น้อย เป็นงานใช้สมองและการตัดสินใจล้วนๆ
มีสังสรรค์กับคู่ค้าทางธุรกิจบ้างแต่เอ็กซาเวียร์ไม่เคยหอบหิ้วผู้หญิงคนไหนกลับมานอนด้วยเลยสักคน ทว่าชายหนุ่มก็ให้เหตุผลกับตัวเองว่า ที่เขาไม่หอบหิ้วผู้หญิงมาเริงรมย์นั่นก็เพราะเขาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เลยไม่ได้ทำให้ยาก นั่นเป็นเพราะเรนเดียร์บริการเขาตลอดหนึ่งปี บริการแทบทุกวันเขาจึงรู้สึกอิ่มไม่หิว
ทว่า......
มันก็ควรเป็นแบบนั้นหากความคิดของเขามันไม่แบ่งเป็นสองฝั่ง
‘ปีศาจขาวและปีศาจดำ’....เจ้าสองปีศาจมันชอบทะเลาะและโต้เถียงถึงความคิดเห็นของอีกฝ่ายอยู่เรื่อย ความคิดของสองปีศาจมันย้อนแย้งกัน
เช่นตอนนี้ยังไงล่ะ.......
‘อิ่มตัวไม่ใช่เพราะยัยนั่นสักหน่อยก็แค่ผู้หญิงคนเดียวดีกว่านี้ก็มีมาให้เลือก’
‘แต่ก็ตื่นตัวทุกครั้งที่คิดถึงหน้ายัยนั่น’
‘ก็แค่บางเวลาต่างหาก ผู้ชายมันก็ต้องมีบ้างที่ตื่นตัว อย่างเช่นตอนเช้าๆ ไง’
‘ไอ้คนโกหก! บางเวลาที่ไหนกันนายคิดถึงเธอทุกชั่วโมง ใบหน้าที่มีรอยยิ้ม เสียงหวาน เสียงคราง’
“โธ่โว้ย! มึงเลิกทะเลาะกันสักที!!!” เอ็กซาเวียร์เอามือขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ปวดหัวกับสองปีศาจขาวดำที่เถียงกันไปมา และมันทำให้เขาเหมือนคนบ้า คนอื่นไม่เห็นแต่เขาเห็นไง ความคิดบ้าบอ! ไอ้พวกบ้า!
ปีศาจดำเป็นปีศาจที่มีความคิดเข้าข้างตัวเอง
ปีศาจขาวเป็นปีศาจที่มีความคิดไม่เข้าข้างตัวเองแล้วชอบป้อนข้อมูลบ้าบอใส่สมองเขาอีก
“คารอส” ชายหนุ่มกดปุ่มสื่อสารกับเรียกลูกน้องที่อยู่หน้าห้องทำงาน
“ครับนายท่าน” คารอสตอบกลับมาทันที
“เอายาแก้ปวดหัวมาให้ฉันหน่อย”
“อีแล้วเหรอครับ”
“เออ! ฉันปวดหัวอย่าถามมากไปเอายามาให้ฉัน”
“ได้ครับนายท่าน รอสักครู่นะครับ”
เมื่อสั่งงานกันรู้เรื่องเอ็กซาเวียร์ก็นั่งรอ ซึ่งระหว่างรอลูกน้องไปเอายาเขาก็ได้จัดผม จัดเสื้อผ้าให้กลับมาเข้าที่ใหม่ ดูดีในมาดนักธุรกิจสุดเนียบและเฉียบคม
“นี่ครับยา” คารอสกลับมาพร้อมยาและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว
“อืม ขอบใจ” เอ็กซาเวียร์รับเอายาใส่เข้าปากตามด้วยน้ำจากนั้นก็ส่งคืนให้ลูกน้องเอาไปเก็บ คารอสไม่อยู่รอ หมดธุระก็ต้องรีบไป เพราะหากไม่รีบไปเกรงว่าพายุจะเข้า
เดิมทีเอ็กซาเวียร์มีอารมณ์แปรปรวนมากอยู่แล้วแต่ระยะหลังมานี่มันแปรปรวนมากกว่าเดิม ดุดัน อารมณ์ร้อน หัวเสียก็ง่าย เมื่อก่อนน่าเกรงขาม ตอนนี้น่ากลัว ลูกน้องเห็นเจ้านายเหมือนเห็นยมทูตบวกกับปีศาจ
คารอสและบรู๊คคนที่อยู่ใกล้ชิดเอ็กซาเวียร์มากกว่าใคร พวกเขารู้ดีถึงสาเหตุ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเมื่อเรนเดียร์อยู่จนกระทั่งเธอเดินทางกลับไป
“ให้ตายเถอะ ยาแม่งแรงสุดได้แค่นี้เหรอวะ กูยังปวดหัวอยู่เลยนะ บ้าฉิบหาย!”
แม้แต่หมอยังจัดการอาการของเขาไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับยา อีกอย่างคือเอ็กซาเวียร์ไม่ต้องการไปหาหมอ เชื่อว่าหากยารักษาไม่หายหมอก็คงไม่ต่าง และหมอชอบซักไซ้ เดี๋ยวถามนั่นถามนี่ จนพาลเข้ามาค้นหาเรื่องภายในหัวของเขา เอ็กซาเวียร์ไม่อยากเปิดเผย
เพราะฉะนั้นเขาจึงเก็บเอาไว้ฟุ้งซ่านคนเดียวจนมันสะสมบ่มเพาะแล้วเป็นฉนวนชวนปวดหัว
“ทำงานต่อเถอะว่ะ อนาคตยังต้องไปต่อ”
ปากบอกทำงานแต่กลับลุกขึ้นยืนแล้วพาร่างเดินออกไปข้างนอก เปิดประตูลูกน้องต่างพากันทำหน้างง จำได้ว่าวันนี้เจ้านายบอกก่อนมาว่าจะทำงานถึงเที่ยงคืน แล้วจะเข้าไปที่คาสิโน แต่นี่อะไร เพิ่งสิบโมงเช้ายังไม่เที่ยงเจ้านายเดินออกมาในมือถือกระเป๋าสัมภาระ
“กลับบ้าน” บอกหน้านิ่งเสียงเย็น ส่งกระเป๋าสัมภาระให้ลูกน้องเอาไปถือ จากนั้นก็เดินไปหาลิฟต์ ลูกน้องมองหน้ากันเลิกลักก่อนจะพากันวิ่งกุรีกุจอตามหลังไปติดๆ
“นายท่านจะไม่กลับเพนท์เฮาส์เหรอครับ”
“ก็บอกอยู่นี่ไงว่ากลับบ้าน”
“บ้านไหนครับ”
“ไอ้คารอส!” เอ็กซาเวียร์พูดชื่อคารอสเสียงเข้ม
“ผมไม่รู้ครับ”
“ก็บ้านฉันไง บ้านที่มีมัมและแด็ด”
“วันนี้มาดามและท่านเอิร์ธไม่อยู่ครับ”
“บัดซบ! ไม่อยู่ก็กลับเพนต์เฮาส์สิวะ!”
“ครับนายท่าน” คารอสก้มหน้าก้มตาขานรับ ก่อนเข้านั่งประจำที่ของตัวเอง เอ็กซาเวียร์หน้าบึ้งตึงคิ้วขมวดเป็นปมยุ่งเหยิง หายใจแรงและยังถอนหายใจบ่อยเหมือนเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่ไม่ได้ดั่งใจมาก
จนกระทั่งถึงเพนท์เฮาส์สุดหรู
“ใหญ่โตซะเปล่าแต่แม่งอ้างว้าง ไหนวะความสะดวกสบาย ตอนซื้อแม่งโฆษณาซะดิบดี บัดซบ! ไม่เห็นว่าบรรยากาศแม่งมันจะดีตรงไหน น่าเบื่อ!”
ลงจากรถมาได้ก็เดินไปบนไปทันที แล้วมีใครกล้าแย้งไหม? ก็ไม่มีใครกล้าย้อนแย้งสักคนเดียว ลูกน้องเดินตามห่างหลายเมตร คารอสต้องเดินเอาสัมภาระของเจ้านายไปเก็บ นี่สิน่าลำบากใจสุดๆ แถมเข้าข้างในคนเดียว คนอื่นอยู่ส่วนนอก
“คารอส!”
“ครับ”
“ฉันทำงานหนักนะนายว่าไหม”
“ครับ”
“ฉันควรเที่ยวหรือเปล่า”
“ผมจะจัดโปรแกรมเที่ยวที่ดีที่สุดให้นะครับ”
“นายคิดว่าประเทศไหนน่าเที่ยวล่ะ” เอ็กซาเวียร์ทิ้งตัวอย่างแรงนั่งลงบนโซฟา ขาไขว้ห้าง แขนสองข้างพาดไปตามความยาวของพนักพิงอย่างผ่อนคลาย
คารอสฟังคำถามแล้วก็นึก
“ร่องเรือสำราญก็ดีนะครับ”
“ฉันหมายถึงต่างประเทศฉันชอบทะเลแต่ต้องการอากาศร้อนนอนอาบแดดและฉันเน้นอาหารอร่อยนะ”
“ประเทศอินโดนีเซียเกาะบาหลีครับทะเลสวยมากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมส่วนอาหารแทบเอเชียก็เหมือนกันหลายเมนูนะครับ”
“ไม่!” เอ็กซาเวียร์ปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะพูดต่อว่า “ฉันไม่ไปแล้ว!”
“นายท่านอยากไปที่ไหนเหรอครับ”
“ไม่อยากไปที่ไหนทั้งนั้นแหละฉันจะอยู่ที่นี่”
คนเป็นลูกน้องงงเป็นไก่ตาแตก ทีแรกก็นั่งพูดชิลๆ ถึงเรื่องท่องเที่ยวแต่พอคารอสเสนอไปให้กลับปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วทำท่าทำทางโมโหใส่อีกต่างหาก เป็นใครก็ต้องงงและไปไม่เป็นกันบ้างล่ะ
อะไรวะ?
“นายจะไปไหนก็ไป ฉันอยากอยู่คนเดียว”
“ครับ ผมขอตัวเลยนะครับ”
“เออ!”
โดนเจ้านายไล่แบบนี้คารอสรู้สึกเหมือนพระเจ้าทรงโปรด เขาก็รอจังหวะนี้อยู่แล้ว โดนไล่ตอนนี้โคตรดีเลยล่ะ เพราะหากอยู่ต่อไปเกรงว่าเขาจะป่วยเป็นโรคทางจิตแน่ๆ
ให้เจ้านายมีเวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนตัวทำเหมือนทุกวันโมโหก็ทำลายข้าวของในห้องกระจุยกระจาย ส่วนลูกน้องก็สั่งสาวใช้ให้มาจัดการเคลียร์ทุกอย่างทีหลัง ที่พูดมาไม่เกินจริง มันเกิดขึ้นแล้วล่ะ
เพล้งงงงง!!!!
นั่นไงเสียงข้าวของแตกมันมาอีกแล้ว ยังไม่ทันได้เดินออกไปพ้นประตูเลย แต่คารอสจะไม่มองย้อมกลับหรอกนะ เขาเดินจากไปเงียบๆ ปล่อยให้เจ้านายหัวฟัดหัวเหวี่ยงคนเดียว
เพล้ง!! เพล้ง!! เพล้ง!! เพล้ง!!
เอ็กซาเวียร์ใช้ไม้เบสบอลทุบแจกันและทุบโทรทัศน์จอยักษ์ตรงหน้า เขาเห็นภาพหลอนของเรนเดียร์กำลังแสะยิ้มให้เขาอย่างหยามเหยียด ทนไม่ได้ ต้องจัดการ เธอกล้าดียังไงมาตามหลอกตามหลอนเขาให้เป็นคนบ้าแบบนี้
“เรนเดียร์!!!!” ชายหนุ่มตะโกนชื่อของหญิงสาวดังลั่น ความรู้สึกอัดแน่นและหลากหลาย ชายหนุ่มทุบแจกันราคาแพงและเก่าแก่ทิ้ง
เห็นเห็นเธอแสะยิ้มให้เขาตรงไหนก็ตามไปทุบมันทิ้ง
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ แฮ่กๆ” ร่างสูงนั่งหอบแหกกับพื้น ไม่เหลือมาดนักธุรกิจแต่ความหล่อยังคงทน ชายหนุ่มมองไปเขายิ้มพึงพอใจกับผลงานของตัวเอง
ได้ออกแรงทำลายข้าวของที่มีใบหน้าเรนเดียร์แสะยิ้มให้เขามันทำให้เขาสะใจเป็นบ้า
“หึ...ผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับฉันเลยสักนิด ไม่มี! ไม่มี! ไม่มีโว้ยยยยย!!!”
“แฮ่กๆ” แหกปากร้องตะโกนเสร็จก็หอบ เหมือนสังขารกำลังร่วงโรยลงเรื่อยๆ เอ็กซาเวียร์นั่งนิ่งสักพักจากนั้นเขาก็ดันร่างสูงลุกขึ้นยืน แล้วพาตัวเองเดินไปยังห้องนอน
ทว่า.....
คนที่บอกว่าหญิงสาวไม่ได้มีอิทธิพล มาถึงห้องถอดเสื้อผ้า หยิบกล้องต่อสายเข้ากับจอโทรทัศน์ในห้องน้ำ ถามว่าเขาดูอะไร มันก็เหมือนทุกวัน เขากำลังดูหนังสดบนเตียงระหว่างเขากับเรนเดียร์
เอ็กซาเวียร์บอกกับเธอว่าเขาลบมันแล้ว มันก็ใช่ เขาลบและก็เป็นเขาที่กู้ข้อมูลทุกอย่างคืนมา เอ็กซาเวียร์นั่งในอ่างจากุชชี่ แช่น้ำอุ่น ตีฟองสบู่ฟูฟอง มีแก้วไวน์ตั้งอยู่ข้างๆ เขาจิบไวน์ตาจดจ้องมองจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพร่วมรักระหว่างเขากับเรนเดียร์
“อ๊ะ....อ๊า....นายท่านขา....อูว์....ดูดแรงๆ” เธอป้อนนมเต้าใหญ่ใส่ปากของเขา นั่งคร่อม แอ่นอกให้เขาดูดนมจากเต้า เสียงครางกระเส่ารัญจวนใจ
เอ็กซาเวียร์จ้องจอโทรทัศน์ไม่วางตาขณะนั้นท่อนเอ็นอุ่นมันก็แข็งตัวแล้วชูหัวพ้นน้ำออกมาหายใจ
เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เอ็กซาเวียร์เก็บเป็นความลับ
“ซี๊ดดดดด......” ชายหนุ่มสำเร็จความใคร่ด้วยมือของเขาเอง แล้วจินตนาการไกลว่าเรนเดียร์กำลังใช้มือและปากกับท่อนเอ็นของเขาอยู่
เขามันคือผู้ชายย้อนแย้งตัวจริงเสียงจริง!!!
เอ็กซาเวียร์ปิดหูปิดตา เขาไม่รับรู้ เพราะเอาแต่หลอกลวงตัวเอง แต่วันนี้เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ที่เรนเดียร์จากไปเขาก็คลั่งแทบบ้าแล้วล่ะ และปฏิกิริยาของเขามันก็เริ่มเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ
****