“กิ๊บจะหย่า” เสียงคนพูดยังมีแววสั่นเครือจากการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ใจเย็นก่อนกิ๊บค่อย ๆ คิด” นานาเตือนสติอีกฝ่าย กีรติกับสามีแต่งงานกันมาห้าปีมีลูกสองคนวัยกำลังน่ารัก
“ไม่ว่ายังไงกิ๊บก็ต้องคิดถึงลูกทั้งสองคนด้วย”
“ฮือ แต่เขานอกใจกิ๊บ กิ๊บทำใจไม่ได้หรอก” แล้วเรื่องของสามีก็พรั่งพรูออกมาให้พี่สะใภ้ฟัง เธอพบว่าช่วงหลังเสื้อผ้าของสามีมักจะมีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงติดมาด้วย ตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะสามีกลับบ้านตรงเวลาตลอด จนกระทั่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเธอเจอลิปสติกสีแดงตกอยู่ที่นั่งข้างคนขับในรถสามี เธอจึงจ้างนักสืบตามสืบพฤติกรรมของเขา
“แล้วพี่ดูสิ่งที่เขาทำกับกิ๊บสิ” เธอพูดจบก็หยิบซองสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าวางลงบนโต๊ะรับแขกตรงหน้า
“พี่เปิดดูสิ เปิดดูให้เห็นกับตา”
มือเรียวสีน้ำผึ้งเอื้อมไปหยิบซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะมาแกะดู แล้วภาพที่ได้เห็นก็ทำเอาเธอคาดไม่ถึง เป็นภาพของสามีกีรติกำลังกอดจูบกับผู้หญิงในห้องทำงาน ภาพที่เห็นถ่ายซูมจากที่ไกล ๆ แม้จะเห็นหน้าผู้ชายไม่ชัด แต่ผู้ชายในภาพนั้นก็ดูออกว่าคือใคร แต่ภาพถัดมาเห็นใบหน้าของผู้ชายชัดเจน สามีของกีรติในชุดสูทสีดำอุ้มลูกน้อย ขณะผู้หญิงออกมาเปิดประตูบ้านให้ นานาอ้าปากค้างด้วยคาดไม่ถึง
“ฮือ” กีรติซบหน้าลงกับโต๊ะร้องไห้อีกครั้ง เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นความจริง เธอทั้งรักและไว้ใจเขาไม่นึกว่าเขาจะหักหลังกันได้
“แล้วตอนนี้ลูก ๆ ของกิ๊บอยู่ที่ไหน” นานาสงสารน้องสามี แต่ก็ไม่รู้ว่าเวลานี้ควรจะปลอบใจอีกฝ่ายด้วยคำพูดแบบไหน และตามประสาหัวอกของคนเป็นแม่ก็อดห่วงหลานน้อยทั้งสองไม่ได้
“อยู่กับแม่บ้าน พอแยกกับนักสืบกิ๊บก็ตรงมาหาพี่เลย กิ๊บไม่กล้ากลับบ้าน ไม่อยากให้ลูกเห็นกิ๊บร้องไห้” พูดจบกีรติก็โถมตัวเข้ากอดพี่สะใภ้อีกครั้งอย่างต้องการที่พึ่ง
นานาได้แต่ลูบหลังปลอบใจอีกฝ่าย เธอเข้าใจหัวอกของกีรติดีทั้งในฐานะแม่และฐานะเมีย
จนกระทั่งกีรติร้องไห้จนเหนื่อย และสงบสติอารมณ์ลงได้ นานาจึงเสนอให้น้องสาวของสามีพาลูกทั้งสองมาพักกับเธอก่อน ไว้ใจเย็นลงนึกหาทางออกได้ค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตคู่ต่อ ซึ่งกีรติก็ตกลงตามนั้น นานาจัดห้องรับรองแขกให้กีรติและลูกทั้งสองคนของเธอนอน
เนื่องจากกิตกลับบ้านดึกเหมือนเช่นทุกวัน กว่าเขาจะกลับมากีรติและลูกก็หลับไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องน้องสาวจากคนเป็นภรรยา
นานาเดินมาช่วยเป่าผมเปียกชื้นให้เขาหลังจากที่กิตอาบน้ำสระผมเสร็จ พร้อมทั้งเล่าเรื่องที่ได้รู้มาจากกีรติให้สามีฟังไปด้วย
“เรื่องจริงเหรอ” กิตมองสบตาภรรยาในกระจก คิ้วของเขาขมวดมุ่นเมื่อได้ยินเรื่องครอบครัวของน้องสาว ปกติกีรติและสามีทะเลาะกันบ้างเพราะน้องสาวของเขาเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจตามแบบฉบับลูกสาวคนเล็กที่พ่อแม่ตามใจ แต่สามีก็ตามง้อและคืนดีกันทุกครั้งไป เรื่องที่อีกฝ่ายนอกใจนี่เขาแทบไม่อยากเชื่อ
“นานาเองก็คงไม่เชื่อค่ะ ถ้าไม่ได้เห็นรูปพวกนั้นกับตา” เธอบอกขณะปิดไดร์เป่าผมม้วนสายแล้ววางบนโต๊ะให้เรียบร้อย นึกถึงหน้าเนม สามีของกีรติผู้ชายคนนั้นเวลามีงานเลี้ยงครอบครัวก็ดูสงบเสงี่ยมกีรติว่าอะไรอีกฝ่ายก็ไม่เคยเถียง จนดูเหมือนสลับบทบาทหัวหน้าครอบครัวกันด้วยซ้ำ
“แล้วยัยกิ๊บจะทำยังไงต่อ” กิตถามขณะจูงมือภรรยามาไปนั่งบนเตียงด้วยกัน
“ตอนนี้นานาบอกน้องว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เรื่องที่กิ๊บได้รับรู้มันกะทันหัน นานาคิดว่ารอให้น้องใจเย็นกว่านี้อีกสักหน่อยค่อยว่ากัน เพราะยังไงก็ต้องคิดถึงลูก ๆ ด้วย”
“อืม” กิตพยักหน้าให้ภรรยา คิ้วของเขายังขมวดมุ่นไม่คลายออก ความจริงหลังจากที่ฟังเรื่องของน้องสาวเขาโกรธมาก หากเจอหน้าน้องเขยเขาคงเข้าไปต่อยให้อีกฝ่ายได้เจ็บที่กล้าทำให้น้องสาวของเขาเสียใจ ไหนจะหลานน้อยทั้งสองคนอีก
“ใจเย็นก่อนนะคะ ยังไงก็เป็นเรื่องในครอบครัว กิ๊บต้องตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ขณะพูดนิ้วมือเรียวของเธอก็คลึงไปที่หว่างคิ้วเขา กดนวดให้คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายออก
กิตจับมือของภรรยาที่คลึงอยู่ระหว่างคิ้วออกมากุมไว้ในมือใหญ่ของตน เขาค่อยๆ นวดคลึงนิ้วมือเรียวแต่หยาบกระด้างจากการทำงานหนักของเธอทีละนิ้วขณะใช้ความคิด โชคดีที่มีนานาอยู่ตรงนี้ทำให้กีรติมีที่ปรึกษา ไม่อย่างนั้นเขาคงวู่วามบอกให้น้องสาวเลิกกับผู้ชายคนนั้นโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ
“กิ๊บไม่ได้ตัวคนเดียวยังมีลูกอีกสองคน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องค่อย ๆ คิดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง” นานาใช้มือข้างที่ไม่ได้ถูกเขากุมอยู่มากุมมือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาอีกที
“ครับ ขอบคุณนานามากนะ ถ้าไม่ได้นานาครอบครัวของน้องกิตคงแย่”
“นานายังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ อีกอย่างน้องกิตก็เหมือนน้องของนานาเหมือนกัน”
นานามองสบตาขณะส่งยิ้มหวานให้เขา บ้านของกิตและนานาอยู่ข้างกัน ทั้งสองครอบครัวรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่เขารักและเอ็นดูเธอไม่ต่างจากลูกสาวแท้ ๆ แม่ของนานาก็รักเขามากเหมือนกัน เมื่อทั้งคู่แต่งงานกันทั้งสองครอบครัวจึงยิ่งผูกพันกันมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีปัญหาอะไรกีรติก็จะนึกถึงพี่สะใภ้อย่างนานาเป็นคนแรก ซึ่งเธอก็ยินดีจะให้ความช่วยเหลืออีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
“กิ๊บโตแล้ว เราต้องให้กิ๊บตัดสินใจด้วยตัวเองนะคะ ไม่ว่าน้องจะเลือกทางไหนเราก็ต้องยอมรับการตัดสินใจและคอยเป็นกำลังใจให้”
ความจริงกิตไม่เห็นด้วยนัก ถึงแม้ว่ากีรติจะแต่งงานจนมีลูกสองแล้ว แต่ในสายตาเขาน้องก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจเสมอ อารมณ์ร้อน ความคิดความอ่านไม่โตขึ้นเลยสักนิด แต่เสียงเย็นของเธอก็เอ่ยเตือนเขาก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ราวกับอ่านความคิดเขาออก
“ไม่ว่าทางที่เลือกมันจะดีหรือแย่ เราก็จะคอยอยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือน้องนะคะ”
กิตเงียบไปนานทีเดียว แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยกับคนเป็นภรรยา
“ครับ” จริงของเธอ ทุกคนย่อมมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง พวกเขาทำได้แค่คอยเป็นกำลังใจให้น้องเท่านั้น
“ถ้าเข้าใจแล้วก็นอนได้แล้วค่ะ” เธอตบลงที่เตียงนุ่ม ที่มีกลิ่นหอมสะอาดลอยมาเพราะเธอจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนหรือมุมไหน ๆ ภายในบ้านเธอจะไม่ยอมให้ฝุ่นมีโอกาสได้มาเกาะ
“รักนานาจัง” กิตล้มตัวลงนอนและไม่ลืมที่จะดึงภรรยาล้มลงไปในอ้อมแขน เพราะช่วงนี้เขาทำงานหนักทุกวันกว่าจะกลับมาบ้านก็เหนื่อยอ่อนเพลีย พอหัวถึงหมอนตาก็ปิดจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันยาวๆ บรรยากาศแบบนี้ทำให้เขานึกถึงตอนที่พวกเขาเพิ่งจะแต่งงานกันใหม่ ๆ ตอนนั้นเวลาเขามีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเขาก็จะนำมาปรึกษาเธอ แม้เธอจะไม่รู้เรื่องที่ทำงานเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็จะตั้งใจฟัง ปลอบให้เขาค่อย ๆ คิด และสุดท้ายเธอก็จะบอกเขาว่าไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร เธอก็เชื่อว่าเขาคิดดีแล้วเสมอ คำพูดพวกนั้นทำให้เขาวางความกังวลลงได้
“อย่าซนสิคะ” นานาเตือนสามีเสียงเบา ตีมือเขาไว้เมื่อมือแกร่งของเขาเลื้อยเข้าไปในชุดนอน
“ลูกนอนอยู่นะ” เธอเตือนเขาเมื่อสามีทำท่าว่าจะไม่ยอมหยุดง่าย ๆ
เมื่อได้ยินคำว่าลูกนั่นแหละกิตจึงยอมหยุดมือลง คอกนอนของลูกอยู่ในห้องนอนของเขา ลูกยังเด็กนานาจึงยังไม่วางใจที่จะแยกห้องนอน เวลาจะทำอะไรกันเขาจะอุ้มเธอไปอีกห้องเมื่อเห็นว่าลูกหลับสนิทแล้ว แต่ตอนนี้ห้องนั้นก็ถูกน้องสาวเขากับลูกยึดไปเสียแล้ว
กิตดึงคนตัวบางเข้ามาใกล้ จูบริมฝีปากบางของเธอ ดูดดึงเพื่อระบายความต้องการ ซึ่งนานาก็ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี สักพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียวกว่าเขาจะยอมถอนปากออก
“กิตคงต้องไปช่วยตัวเองในห้องน้ำ”
นานาหน้าแดงซ่านเมื่อเสียงแหบพร่าของสามีกระซิบข้างหู สามีของเธอภายนอกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่เวลาอยู่บนเตียงเขากลับร้อนแรงและพูดความต้องการของตัวเองออกมาตรง ๆ แต่ถึงอย่างไรวันนี้เธอก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ตามใจเขาเด็ดขาด เกิดเธอเผลอส่งเสียงดังขึ้นมาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ไปเถอะค่ะ” ภรรยาไม่ยอมตามใจเขาทั้งยังไล่ซ้ำเสียอีก แม้กิตจะส่งสายตาอ้อนวอนให้แค่ไหนเธอก็ไม่ยอมใจอ่อน สุดท้ายกิตจึงต้องลุกออกจากเตียงด้วยความทรมานเดินไปเข้าห้องน้ำ
นานาอมยิ้มขณะมองตามหลังสามี กิตเป็นผู้ชายที่น่ารักมาก เขายอมตามใจเธอทุกอย่าง ทั้งยังไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอ ขณะนึกถึงเรื่องผู้หญิงนานาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาลืมถุงกระดาษที่ข้างในมีน้ำหอมไว้เมื่อเช้า นานานึกอยากจะถามสามีว่าเป็นน้ำหอมของใคร แต่กิตก็หายเข้าไปนาน ประกอบกับช่วงนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเธอจึงผล็อยหลับไปก่อน