วันรุ่งขึ้นนานาตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อเตรียมอาหารเช้าง่าย ๆ ให้สามี ทุกวันกิตต้องออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้าเพราะคอนโดอยู่ไกลจากบริษัท กิตกินข้าวต้มกลิ่นหอมฉุยที่ภรรยาทำให้จนหมด จิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลอย่างที่เขาชอบ เสร็จแล้วจึงลุกขึ้นหยิบสูททำงาน
“กิตไปทำงานแล้วนะที่รัก” กิตเดินเข้าไปหอมแก้มนิ่มของภรรยาดังฟอดใหญ่ หลังจากนั้นก็เดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารกำลังจะผละออกไป
“เดี๋ยวค่ะ” นานารีบเดินเร็ว ๆ กลับไปห้องนอน เพราะเธอกลัวลูกจะทำตกแตกจึงเปลี่ยนที่วางน้ำหอมขวดนั้น
“กิตลืมนี่หรือเปล่าคะ” เธอชูถึงกระดาษขึ้นเมื่อเดินออกมาอีกครั้ง กิตจึงเพิ่งนึกขึ้นได้
“ลืมจริง ๆ ด้วยที่รัก” เขาก้าวเร็ว ๆ มาดึงถุงน้ำหอมออกจากมือเธอ
“ของใครหรือคะ” พอถามออกไปแล้วนานาก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเอง ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอถามมันละลาบละล้วงเกินไปหรือเปล่า เพราะเธอเห็นแววไหววูบเหมือนไม่พอใจในแววตาของเขา
“ของเพื่อนที่ทำงาน” เขาเหมือนลังเลที่จะพูดต่อ แต่สุดท้ายก็เลือกจะจบบทสนทนาเรื่องน้ำหอมไว้เพียงเท่านั้น
“กิตไปทำงานแล้วนะครับ” กิตบอกเธอเร็ว ๆ โดยไม่หันมามองหน้ากัน จากนั้นก็ก้าวขาเดินเร็วออกจากห้องไป
ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด แต่นานายังไม่ได้คิดอะไรไปไกลมากกว่านั้นประตูห้องนอนที่กีรติพักอยู่ก็ถูกเปิดออกมาเสียก่อน เด็กผู้ชายวัยห้าขวบ จูงมือเด็กสาวผมหยิกยาวถึงไหล่ออกมาจากห้อง
“ป้านานาพวกเราหิวครับ” หนุ่มน้อยบอกเธอเสียงเบา แก้มแดงขึ้นด้วยความเขิน นานายิ้มให้ลูกชายของกีรติ เด็กทั้งสองคนมาบ้านเธอบ่อยครั้ง เด็กหนุ่มช่างพูด รู้ความราวกับผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ส่วนพี่สาวของเขาวัยหกขวบจะขี้อาย แต่เด็กทั้งสองคนก็สามารถดูแลตัวเองได้ดีจนเธอยังนึกชื่นชม
“งั้นเดี๋ยวโค้กกับเค้ก ออกมาล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าทำอาหารให้กิน”
นานาเดินกลับไปที่ตู้เก็บของ หยิบแปรงสีฟันเด็กอันใหม่ออกมาแกะห่อแล้วยื่นให้เด็กทั้งคู่
“ขอบคุณค่ะป้านานา”
“ขอบคุณครับป้านานา”
เด็กน้อยทั้งสองพนมมือเล็ก ๆ ไว้กลางอกไหว้เธอ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาคนมอง
นานาลูบผมเด็กทั้งคู่ เด็กน้อยตัวเท่านี้ไม่รู้จะรู้หรือเปล่าว่าที่ต้องเปลี่ยนบ้านนอนเพราะพ่อกับแม่มีปัญหากัน
ลูก ๆ ทั้งสองของกีรตินั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเรียบร้อย ส่วนนีรานั่งที่เก้าอี้เด็ก หนูน้อยตักอาหารกินจนเลอะพื้นไปหมด แต่นานาก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอกลับชื่นชมลูกแล้วเช็ดปากให้อย่างใจเย็น
เกือบสิบโมง กีรติจึงเปิดประตูออกมาจากห้องพร้อมกับผมยุ่งเหยิง ซึ่งเด็ก ๆ กินอาหารเสร็จและไปนั่งเล่นในห้องนั่งเล่นแล้ว
“เอ่อ...กิ๊บเพิ่งหลับไปตอนใกล้เช้าเลยตื่นสาย” กีรติรีบแก้ตัว แม้พี่สะใภ้จะไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็นึกละอายใจที่ตัวเองตื่นสายกว่าเจ้าของบ้าน รู้สึกตัวเองเป็นภาระของบ้านพี่ชายอย่างไรไม่รู้
แต่นานาทำเพียงส่งรอยยิ้มอบอุ่นไปให้
“กิ๊บไปอาบน้ำก่อนเถอะจะได้มากินข้าว เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”
มีพี่โค้กและพี่เค้กมาเล่นด้วย ทำให้นีรายิ้มหัวเราะตลอดทั้งวันที่ได้เล่นกับเพื่อนวัยไล่เลี่ยกัน หลังกินข้าวเสร็จ กีรติช่วยนานาล้างจาน บ้านของเธอแตกต่างจากบ้านพี่ชายและพี่สะใภ้ ทั้งกีรติและสามีต่างก็ทำงานประจำด้วยกันทั้งคู่ ที่บ้านเธอจึงจ้างแม่บ้านมาดูแลบ้าน แต่ช่วงที่มาอาศัยกับพี่สะใภ้ กีรติเห็นเธอทำงานบ้านทุกอย่างเองคนเดียว ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้าใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นทำให้อดทึ่งอีกฝ่ายไม่ได้
“พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอ” กีรติที่กำลังล้างจานถามอีกฝ่าย
“เบื่ออะไรล่ะ”
“ก็อยู่แต่บ้านทั้งวันทั้งคืนแบบนี้”
ความจริงนานาเจอคำถามพวกนี้บ่อย เวลามีงานเลี้ยงรุ่นเพื่อน ๆ ก็จะถามคำถามนี้ ไม่เบื่อกับงานบ้านบ้างเหรอ แต่เธอก็ไม่เบื่อที่จะตอบเลยสักครั้ง
“ไม่เหนื่อยหรอก พี่กิตเหนื่อยกว่าพี่เยอะ”
กีรติอดคิดไม่ได้ว่าพี่สะใภ้ของเธอแสนดีและไว้ใจพี่ชายเธอเกินไป ขนาดเธอตามจิกสามีขนาดนั้นเขายังแอบไปมีชู้ได้ จึงอดเอ่ยเตือนอีกฝ่ายไม่ได้
“แต่ถึงยังไงพี่ก็ต้องหัดแต่งตัวบ้าง พี่กิตออกไปข้างนอกทุกวัน ผู้หญิงสมัยนี้ใจได้เสียที่ไหน”
“พูดอย่างกับตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง”
นานาที่กำลังเช็ดโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังคนยืนล้างจานพร้อมรอยยิ้ม ความจริงเธอก็เข้าใจว่ากีรติเพิ่งจะถูกสามีหักหลัง จึงคิดหวาดระแวงแทนเธอไปด้วย แต่เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง จะโทษผู้หญิงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
“กิ๊บเตือนเพราะหวังดีกับพี่นะ” กีรติเช็ดมือหลังจากล้างจานเสร็จ เดินกลับมายืนกอดอกมองพี่สะใภ้ที่เช็ดโต๊ะด้วยท่าทางจริงจัง ความรู้สึกของเธอตอนนี้คือเจ็บหนัก และคิดว่าถึงอย่างไรก็ไม่ควรไว้ใจผู้ชายจนเกินไป สามีเธอก็เรียบร้อย เคยอยู่ในกรอบมาก่อนไม่ต่างจากพี่ชาย เขายังหักหลังเธอได้ลงคอ
“ยังไงกันไว้ก็ดีกว่าแก้ ถ้ามีผู้หญิงมาเกาะแกะพี่กิตพี่ต้องรีบจัดการทันทีเลยนะ ถ้ากิ๊บเอะใจตั้งแต่ได้กลิ่นน้ำหอมติดเสื้อผ้าเขา คงไม่ปล่อยให้เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้"
มือที่กำลังเช็ดโต๊ะของนานาหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงน้ำหอม
ก่อนเสียงหวานจะถามน้องสามีด้วยความไม่มั่นใจ
“แต่ถ้าเราจับผิดมากไป เขาจะอึดอัดหรือเปล่า”
“โอ๊ย! ขนาดจับผิดเก่งมันยังกล้าทำขนาดนี้” กีรติเถียงพี่สะใภ้อย่างมีอารมณ์
นานาคิดตามที่อีกฝ่ายพูด ความจริงกีรติและสามีมีปัญหากันเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง เพราะกีรติเป็นคนหึงหวงชอบจับผิดสามีเรื่องผู้หญิง แต่ที่ผ่านมาก็เหมือนจะเป็นความเข้าใจผิดของกีรติเอง เพราะเมื่อสามีมาง้อ มาอธิบายก็กลับไปคืนดีกันเสียทุกครั้ง มีครั้งนี้ที่หนักเพราะเจ้าตัวถึงขนาดจ้างนักสืบตามสามีจนเก็บภาพมาได้
ส่วนครอบครัวของเธอตลอดเจ็ดปีไม่เคยมีปัญหา เธอไว้ใจกิตมาตลอด เพราะกิตเองก็ไม่เคยทำตัวออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยทำอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกไม่เชื่อใจเลยสักครั้ง แต่ขณะที่กีรติพูดถึงเรื่องน้ำหอมที่ติดตัวสามีมา แว็บหนึ่งที่นานาอดเผลอนึกไปถึงถุงกระดาษที่มีน้ำหอมแบรนด์ดังเมื่อเช้าไม่ได้ แต่เธอยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อเสียงกริ่งประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น
“สงสัยพี่กิตลืมของ เดี๋ยวพี่ไปดูก่อน” นานาเงยหน้าขึ้นบอกน้องสาวสามีแล้วเดินไปที่ประตู
กีรติรอพี่สะใภ้อยู่นานทีเดียว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เดินกลับมาเธอจึงเป็นฝ่ายเดินไปหาเสียเอง
“ใครมาเหรอคะ?” กีรติถามเมื่อเห็นพี่สะใภ้ส่องที่ตาแมวแล้วก็ทำท่าทางเหมือนลังเลว่าควรจะเปิดประตูหรือไม่เปิดดี
เมื่อนานาหันมาเห็นกีรติก็ถอนหายใจ อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว กีรติควรมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเอง
“เนมมา”
เมื่อได้ยินชื่อสามีกีรติก็รีบวิ่งไปที่ประตูทันที เบียดจนนานาต้องเป็นฝ่ายถอยออกมาจากประตูเสียเอง กีรติกระชากประตูเปิดโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
“แกยังกล้ามาอีกเหรอ” เธอพุ่งเข้าไปทุบตีอีกฝ่าย สามีของกีรติหลบไปมาโดยไม่คิดต่อสู้
“ใจเย็นกันก่อนเถอะทั้งสองคน” นานาเตือนสติเพราะยิ่งพูดกีรติยิ่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ห้องอื่น ๆ ล้วนไปทำงานจึงไม่มีใครเปิดประตูออกมาดู
“เดี๋ยวลูกได้ยินนะ!” นานาเตือนทั้งคู่ คราวนี้ได้ผล กรีติยอมหยุดเสียงลง จะอย่างไรเสียสำหรับคนเป็นแม่ลูกก็สำคัญที่สุด
“กิ๊บฝากพี่ดูแลลูกก่อน” กีรติหันมาบอกนานาเสียงเครือ
“ส่วนแกมากับฉัน” เธอดึงแขนสามีอีกฝ่ายก็เดินตามโดยไม่ขัดขืน นานามองตามจนคนทั้งคู่เดินเข้าไปในลิฟต์แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างปลงตก เมื่อหันหลังกลับมาก็เห็นเด็กน้อยวัยห้าขวบมองเธอตาแป๋ว
“เมื่อกี้เสียงพ่อกับแม่หรือเปล่าฮะป้านานา”
เด็กชายโค้กที่ทิ้งพี่สาวให้เล่นกับนีราเดินออกไปมองนอกประตู แต่ก็เห็นเพียงประตูลิฟต์ที่ปิดลงแล้ว
นานาย่อตัวลงนั่งจนสายตาประสานกับหนุ่มน้อย
“พ่อกับแม่ไปคุยธุระกันโค้กกับเค้กอยู่กับป้าก่อนนะ” นานาบอกหลานเสียงเอื้ออาทร ไม่รู้ว่าเวลาอยู่ที่บ้าน สองคนนั้นเคยทะเลาะกันให้หลานเห็นบ้างหรือเปล่า
หนุ่มน้อยมีสีหน้าครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย
นานาลูบผมหลานทั้งเอ็นดูและสงสาร ไม่อยากให้เด็กตัวแค่นี้มารับรู้ปัญหาของผู้ใหญ่เลย