ตอนที่ 16 ทำเพื่ออะไร

1528 Words
ครืด ครืด เสียงเครื่องชงกาแฟกำลังทำงานส่งกลิ่นคาเฟอีนอ่อน ๆ ลอยอบอวล เสียงโทรศัพท์ กริ๊ง กริ๊ง ดังเป็นจังหวะคุ้นหู บรรยากาศออฟฟิศในตอนเช้านี้ดำเนินไปอย่างปกติ เป็นกิจวัตรประจำวัน แต่สำหรับพริมา ทุกอย่างถูกกรองผ่านความรู้สึกที่แตกต่างออกไปตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้าเธอก้าวผ่านประตู เสียงจอแจซุบซิบกันของเหล่าชาวบ้านหนึ่งชาวบ้านสองที่ต้องเมาท์แลกเปลี่ยนข่าวสารในที่ทำงานเปรียบเหมือนคลื่นย่อม ๆ ซัดเข้ามา ช่วงสายมีเสียงเบา ๆ ของกลุ่มสาว ๆ ที่ยืนจับกลุ่มแล้วกระซิบกัน เหมือนเห็นอะไรน่าสนุก แต่มีบางคำสะดุดหัวใจจนต้องหยุดกึก “ได้ข่าวหรือยัง” “เมื่อเช้าคุณอติวิชญ์พาใครมาด้วยอะ” “สวยมากเลยแก!” “เห็นว่าควงออกมาจากรถ เหมือนแฟนเลย” เสียงกระซิบเหล่านั้นลอยผ่านหูเธอเป็นระยะ และถึงแม้เธอจะพยายามไม่สนใจ แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? พริมาพยายามทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ภายในมีเสียงเตือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เธอกลั้นใจเดินผ่านโต๊ะคนอื่น ๆ แกล้งยิ้มตอบเมื่อมีคนทัก แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกไม่ยอมหายไปเฉย ๆ และเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของอติวิชญ์ สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็ปรากฏตรงหน้า อติวิชญ์ยืนชิดหน้าต่าง ข้างกายมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเข้ม ผมดัดลอนเรียงสวย แก้มขึ้นสีเมื่อเขาหยอกล้อกันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน มือของเขาโอบเอวคอดเธออย่างสบาย ๆ ท่าทีที่ไม่ใช่แค่การควง แต่เป็นการแสดงให้คนเห็นว่ามีคนของเขา ภาพนั้นเหมือนมีหมอกควันบาง ๆ พวยพุ่งเข้ามาในอกของพริมา หัวใจเหมือนถูกบีบรัดจนหายใจติดขัด เธอตัวแข็งค้าง เธอเม้มปากแน่น พยายามข่มทุกความรู้สึกลงให้มิด “อย่ารู้สึก อย่าแสดงออก เขาไม่ใช่ของเรา” แต่ไม่ว่าพยายามแค่ไหน ความรู้สึกเจ็บที่กลางอกกลับชัดขึ้นเรื่อย ๆ “อ้าว นี่สินะ เลขาคนสำคัญของคุณ” หญิงสาวหันมามองเธออย่างจงใจ น้ำเสียงหวาน แต่แฝงบางอย่าง อติวิชญ์เหลือบตามองแค่เสี้ยววินาที แต่แววตานั้นบอกชัดว่าเขาตั้งใจให้เธอเห็น “ใช่” เขาตอบเรียบ ๆ “เลขาคนสำคัญของฉัน” “ฉันชื่อ พิตต้า นะคะ” หญิงสาวคนนั้นยื่นมือมาทักทายพริมา ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเยือกเย็นที่มากกว่าคำว่าเป็นมิตร “พริมาค่ะ” พริมาพยายามรวบรวมสติตัวเอง ยื่นมือตอบรับทักทายสั้น ๆ มือเธอเย็นจัด ทั้งที่พยายามวางท่าทีปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เตรียมตารางนัดให้ฉันกับพิตต้า พรุ่งนี้ด้วย” “ค่ะ” เธอตอบเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ “แล้วอีกอย่าง” เขาก้มหน้ามองหญิงสาวข้างกาย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่จงใจ “ช่วงนี้เธออาจเห็นฉันอยู่กับเธอคนนี้บ่อยหน่อยนะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงเย็นเชียบ แต่แฝงเย้ยหยัน คำพูดนั้นเหมือนเอามีดมากรีดซ้ำตรงกลางหัวใจ เธอกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก ฝืนยิ้มจาง ๆ ทั้งที่ลมหายใจแทบไม่เหลือ เลขาคนโปรดเก็บแฟ้มของตัวเองกอดไว้แน่น พยายามไม่แสดงอาการแต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขา เธอรู้ว่าเขาได้ตั้งใจแล้ว เขาไม่ได้หลงใหลรักแบบที่เธอหวัง เขากำลังทำให้เธอเจ็บ เพื่อทำให้เธอยอม “ดิฉันไม่เกี่ยวค่ะ” เธอเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้าเดินหลบออกจากห้อง แต่ก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตู…เสียงเขาก็ดังขึ้นข้างหลัง “อย่าคิดจะหนีไปไหนล่ะ” น้ำเสียงเรียบและทุ้มต่ำ “อย่าลืมว่าเธออยู่ที่นี่ได้เพราะ ฉัน ให้เธออยู่” เธอหยุดเท้าไปชั่วขณะ ความเจ็บที่พยายามกลืนไว้ไหลย้อนกลับขึ้นมาเป็นก้อนแข็ง ๆ ในลำคอ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เหมือนไม่มีความหมาย แต่สำหรับเธอ มันเหมือนตรึงเธอไว้กับโซ่ที่มองไม่เห็น “เขาไม่ได้รัก เขาแค่ไม่ยอมให้เธอไป” เดินหลุดจากห้องออกมาด้วยฝีเท้ารัว แต่เธอไม่รีบร้อนจะไปไหน เธอต้องใช้เวลาหายใจเข้าใจความเป็นจริง ชั่วขณะหนึ่งโลกภายนอกยังคงหมุนต่อ พนักงานคุยเรื่องงาน แต่เสียงในหัวเธอก้องไปด้วยหนึ่งคำถาม “เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่?” เวลาผ่านไปช้าอย่างทรมานในวันนั้น ระหว่างที่เธอนั่งทำงานอยู่ข้างในห้องเดียวกัน เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของหญิงสาวคนนั้นตลอด ได้ยินเสียงเขาพูดกับอีกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่เขาไม่เคยใช้กับเธอเลย “คุณอติวิชญ์~ พรุ่งนี้ไปดินเนอร์กันนะคะ” “อืม” เขาตอบสั้น ๆ แต่เป็น “อืม” ที่อ่อนโยนน่าฟังกว่าทุกครั้ง เสียงนั้นไม่ได้ดังก้อง แต่แค่ได้ยินก็พอแล้วที่จะบีบหัวใจเธอจนแทบขาด “นี่สินะ โลกของเขา” “ผู้หญิงมากมายที่เข้ามาและออกไป” “เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่ยอมปล่อย แต่ไม่ใช่คนสำคัญ” ความคิดนั้นแทงซ้ำเหมือนเข็มร้อยเล่มทิ่มกลางอก แต่เธอก็ทำได้เพียง นั่งอยู่ตรงนั้น ปลายนิ้วจิกขอบโต๊ะแน่นจนเล็บเจบสีสวยแทบหัก เย็นวันนั้น หลังพิตต้าออกไปก่อน อติวิชญ์ก็เดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่มาหยุดตรงหน้าโต๊ะของเธอ มองเธอเหมือนทุกครั้ง “วันนี้เธอดูเงียบ” เขาพูดเสียงเรียบ “ห็แค่ทำงานค่ะ” เธอตอบสั้น ไม่เงยหน้า ไม่อยากให้คนอื่นเห็นความเปราะบางนี้ “หึงเหรอ” เขาถามตรง ๆ พลางยักไหล่ คำถามนั้นเหมือนล้วงให้เธออ้าปาก “ไม่มีสิทธิ์จะหึงค่ะ ฉันไม่ใช่-” เธอเงยหน้าขึ้นทันที “ไม่ใช่ผู้หญิงของฉัน?” เขายิ้มมุมปาก “งั้นเธอลืมไปแล้วเหรอ ว่าใครกันที่อยู่ในอ้อมแขนฉันคืนนั้น” “เลิกพูดเรื่องนั้นซะทีเถอะ!” เธอขึ้นเสียง น้ำตารื้นโดยไม่รู้ตัว เขาชะงักเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอระเบิดเสียงใส่เขาตรง ๆ “คุณมันเห็นแก่ตัว” เธอพูดเสียงสั่น “คุณไม่ยอมให้ฉันไป แต่คุณกลับควงผู้หญิงอื่นโชว์ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่!” เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ที่บ่งบอกถึงความพอใจ “เธอเจ็บสินะ” เขาคิด “ดีแล้ว” “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาเอาเธอไป” เขากระซิบเสียงพร่า “แต่ฉันไม่ได้สัญญาว่าจะเป็นของเธอคนเดียว” คำพูดนั้นเหมือนย้ำเตือนว่าเขาไม่เคยตั้งใจจะผูกมัดตัวเองจริง ๆ กับความรู้สึกของคนอื่น เขาแค่ต้องการควบคุม “คุณนี่มัน...” เธอกัดฟันแน่น “เลวที่สุด!” “อืม” เขายิ้มรับพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “ฉันไม่เถียง” เป็นการยอมรับแบบท้าทาย ทำให้ความคมในคำพูดของเขาแทงลึกยิ่งขึ้น เขาก้มลงใกล้เธอจนลมหายใจร้อนของเขาปะทะข้างแก้ม “เธอเจ็บใช่ไหมพริมา” น้ำตาเธอเริ่มไหลเงียบ ๆ เธอพยายามเช็ดไม่ให้คนอื่นเห็น แต่เธอไม่ตอบ ได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์ไว้ เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอรู้สึก “อย่าพยายามปิดบังความรู้สึกนะ” เขากระซิบข้างหูที่ยังร้อนผ่าว “ฉันเห็นหมดแล้ว เวลาที่เธอหึง” “ฉันไม่ได้หึง!” เธอสะบัดเสียง “แล้วทำไมถึงทำหน้าเหมือนอยู่จะระเบิด” เขาโน้มตัวลง ราวกับถามเพื่อน ไม่ใช่เจ้านาย “ไม่ต้องโกหก เพราะความรู้สึกของเธอมันดังยิ่งกว่าคำพูด” เขากระตุกมุมปาก นี่คือสิ่งที่เขาตั้งใจ ทำให้เธอรู้สึก ไม่ใช่เพราะอยากรัก แต่เพราะอยากผูกเธอเอาไว้ “เธอไม่มีวันหนีฉันได้ ไม่ว่าในฐานะอะไร เธอก็ต้องอยู่ตรงนี้” เขากระซิบเสียงเบาใกล้หูเธอ เขาเดินออกไปทันที ปล่อยเธอไว้กับความรู้สึกเหมือนถูกฉีกกลางใจ เขากำลังเล่นเกม และเธอก็เริ่มเจ็บจากเกมนั้นแล้วจริง ๆ เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแรง ๆ พยายามกลืนความรู้สึกขมในอกให้หายไป แต่ยิ่งกลืน มันก็ยิ่งชัดเจน เธอเริ่มรู้สึกกับผู้ชายที่เธอควรเกลียดที่สุด คืนนั้นพริมานั่งทำงานจนดึก เช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เธอทบทวนทุกประโยคที่เขาพูด ทุกการแสดงออกที่เขาใช้เพื่อควบคุมอารมณ์ของเธอ เธอรู้สึกเจ็บ ถึงจะเจ็บแต่ไม่ยอมแพ้ พริมาวางแผนในใจ เธอไม่ต้องการเพียงแค่ทน แต่ต้องการความปลอดภัย เรื่องยังไม่จบ และความเจ็บยังสด แต่ครั้งนี้ความเจ็บไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของเกมอีกต่อไป มันกลายเป็นเชื้อเพลิงให้พริมาก้าวต่อไป เพื่อให้ตัวเองปลอดภัยและให้ความเคารพกับตัวเองกลับคืนมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD