ตอนที่ 18 ทำไมต้องเป็นเขา

1363 Words
เสียงฝนพรำยามเช้าที่คอยตอกย้ำความเหงา ทำให้ท้องถนนและแสงไฟจากตึกสูงเต็มไปด้วยหมอกบาง ๆ บรรยากาศภายในออฟฟิศ ชั้นบนสุดยังคงมีความเงียบกว่าปกติ พริมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองภายในห้องทำงานของเขา เธอพยายามกลบมันด้วยงาน เอกสาร รายงาน ตารางนัด แต่ทุกครั้งที่นิ้วแตะคีย์บอร์ด หัวใจยังคงหนักอึ้งจากเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ภาพและประโยคที่เขาพูดกับเธอเมื่อคืนยังคงทิ่มแทง แม้จะพยายามปิดกั้นความรู้สึกแล้ว แต่ภาพที่เขาจับมือกับผู้หญิงคนนั้น หัวเราะเล่นอย่างเป็นกันเอง น้ำเสียงที่เขาไม่เคยใช้กับเธอ และคำพูดที่เย็นชาแบบไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย ยังคงวนซ้ำอยู่ในหัวไม่หยุด “มันไม่ใช่เรื่องของเธอ” “ฉันไม่ได้อยากได้หัวใจเธอ ขอแค่ตัวเธอ” คำพูดพวกนั้นก้องอยู่ในอกเหมือนเสียงกระดิ่งที่ไม่มีวันเงียบ เธอสูดหายใจลึก ๆ พยายามขจัดความรู้สึก แต่เมื่อประตูห้องเปิดเบา ๆ เสียงส้นรองเท้าเขาค่อย ๆ เดินมา ความนิ่งของห้องก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง “พริมา” เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเธอ เธอสะดุ้งพลางหันไปมองด้วยหัวใจที่พะว้าพะวง เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนจนถึงท่อนแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลัง สายตาคมมองเธอราวกับรู้ว่าเธอกำลังพยายามซ่อนอะไรอยู่ “พรุ่งนี้ เตรียมตัวไปเชียงใหม่” เขาพูดเหมือนสรุปเรื่องงานที่ไม่มีเว้นวรรคให้เธอคัดค้าน “คะ?” เธอเงยหน้าขึ้นทันที พยายามกลั้นเสียงในคอ ทั้งที่ตกใจจนหัวใจจะกระเด็นออกมานอกอก “ไปดูงานต่างจังหวัดกับฉัน” น้ำเสียงเรียบเฉย แต่เหมือนทุบหมอนหนัก ๆ ลงบนอกของเธอ “ดิฉันไม่สะดวกค่ะ” พริมาปฏิเสธทันควัน แต่คำตอบนั้นถูกตัดด้วยความนิ่งของเขา “ไม่ใช่คำขอ” เขาแทรก แววตาเย็นชาตรงกับริมฝีปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “แต่มันเป็นคำสั่ง” หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แม้จะเป็นเรื่องงานก็ตาม เธอรู้ดีว่าเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว มักไม่มีใครกล้าเถียง “ดิฉันไม่เกี่ยวกับงานส่วนนี้ ปกติฝ่ายการตลาดต่างหากต้องเป็นคนไปดูพื้นที่-” เธอพยายามหาข้ออ้างที่พอจะทำให้สถานการณ์จบลง “เพราะฉันบอกว่าเธอต้องไป” เขาแทรกเสียงเรียบ “ถ้าไม่อยากทำให้เรื่องยุ่งยาก เธอก็แค่ทำตาม” “คุณไม่มีสิทธิ์บังคับฉันแบบนี้” เธอพูดเสียงแข็ง “เธอคิดว่าไม่มี?” เขายิ้มมุมปากเยือกเย็น “พริมา ทุกอย่างที่เธอทำอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะฉันอนุญาตทั้งนั้น” คำพูดของเขาเย็นเฉียบเหมือนคมมีดที่กรีดเบา ๆ ตรงกลางหัวใจเธอ “ทำไมคุณถึงชอบทำให้ฉันอึดอัดขนาดนี้” น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่แข็งกร้าวพอจะบอกว่ามันมากพอ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวจนเธอต้องถอยหลังชนผนังเย็น กลิ่นน้ำหอมของเขากลบทุกอย่าง เสียงรองเท้าหนังของเขาดัง กึก กึก ในห้องเงียบราวกับเสียงตอกตรึงใจ “เพราะเวลาที่เธอทำหน้าแบบนี้” เขากระซิบพร่าใกล้หู “ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดถึงฉัน” “จะบ้าหรือไง” เธอสวนกลับทันที น้ำเสียงเริ่มสั่นเพราะทั้งโกรธ ทั้งกลัว “อาจจะใช่” เขายักไหล่ พลางยกยิ้มมุมปากเบา ๆ “แต่เธอนะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” เธอพยายามหลบสายตาเขา แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นอีก จนแผ่นหลังของเธอชิดผนังเย็น ๆ และกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาก็แผ่เข้ามาครอบคลุมทุกอณูอากาศรอบตัว “พริมา…” เขากระซิบข้างหู “ฉันไม่อยากให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว” “แล้วคุณจะทำอะไร” เธอถามเสียงเบาแต่กัดฟันแน่น “ก็พาเธอไปอยู่ที่ที่เธอหนีไม่ได้” “คุณมัน…” เธอพูดไม่ออก ความรู้สึกอึดอัดบีบรัดหัวใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอเบา ๆ แต่แน่นพอให้เธอรู้ว่าเขาจริงจัง “ขึ้นเครื่องพร้อมฉันพรุ่งนี้เช้า เจ็ดโมงที่สนามบิน” เขาออกคำสั่งราวกับวางตารางงานลงบนโต๊ะ ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ “ฉันไม่ไป” เธอส่ายหน้า แต่คำปฏิเสธนั้นถูกกลืนหายเมื่อเขาเลิกคิ้ว และน้ำเสียงเขาเบาแต่หนักแน่น “งั้นฉันจะลากเธอไปเอง” เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีลังเลแม้แต่นิดเดียว “เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันทำได้มากกว่าที่พูด” เขาพูดจบแล้วถอนมือออก มองหน้าเธอตรง ๆ หัวใจเธอหวิว ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะรู้ดีเกินไปว่าเขากำลังพูดความจริง “ถ้าฉันอยากให้เธอหายไปจากที่นี่ มันก็ง่ายนิดเดียว” เขากระซิบเสียงต่ำ แฝงความหมายมากมาย พริมาหลับตาแน่น พยายามไม่ให้หยดน้ำตาหยดออกมาอีก แต่เพียงคิดถึงการถูกลากไปไหนสักที่กับคนที่ทำให้เธอต้องอึดอัดและเจ็บปวด หัวใจก็เหมือนถูกบีบจนแทบแตกละเอียด “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้” เธอถามเสียงแผ่วเบา สั่น และเต็มไปด้วยความอัดอั้น “เพราะฉันไม่อยากปล่อยเธอไป” เขาตอบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม เขาก้าวเข้ามาจนปลายจมูกแทบชนกัน พลางกระซิบ “และเพราะฉันรู้ว่าเธอจะไม่มีวันหนีฉันได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” คำพูดนั้นเย็นเยียบ ตรึงเธอจนกลืนน้ำลายแทบสำลัก เธอพยายามยืนตรง แต่รู้สึกเหมือนไม่มีพลังพอจะต่อต้าน เขารัดรึงไปทุกซอกมุมของชีวิตเธอ “คุณมันคนเห็นแก่ตัว” เธอกัดฟันแน่น “ใช่ ฉันเห็นแก่ตัว” เขากระซิบพร่า “และฉันเห็นแก่ตัวกับเธอเท่านั้น” เขายกเอกสารตารางทริปมาวางบนโต๊ะอย่างถือสิทธิ์ ทั้งรายละเอียดเที่ยวบิน โรงแรม ตารางงาน ที่อยู่ผู้ติดต่อ ทุกอย่างถูกร่างไว้เรียบร้อย “พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้า เจอกันที่สนามบิน” ประโยคซ้ำเดิมนั้นถูกเอ่ยออกมา เธอไม่รับ แต่เขาวางมันไว้บนโต๊ะเธออย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เขาพูดเสียงเรียบ “แล้วเจอกัน” เขาหันหลังกลับไปนั่งบนเก้าอี้อย่างใจเย็น ราวกับเพิ่งพูดเรื่องธรรมดา แต่สำหรับเธอ หัวใจกลับเต้นแรงเหมือนจะหลุดจากอก เขาเปิดแฟ้มงานต่ออย่างนิ่งเฉย ทิ้งเธอไว้กับความรู้สึกเหมือนถูกลากเข้ากรงทองที่ไม่มีทางออก พริมากลับถึงห้องพักคืนนั้นด้วยหัวใจที่ปั่นป่วน ในกระเป๋ามีเอกสารตารางงานที่เธอไม่เต็มใจแม้แต่นิดเดียว ในหัวมีคำพูดของเขาที่ดังซ้ำไปซ้ำมา “พรุ่งนี้เจ็ดโมง เจอกันที่สนามบิน” “แล้วเจอกัน” เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มสีขาว น้ำตาที่เก็บไว้ทั้งวันไหลเงียบ ๆ ออกมา “ทำไมชีวิตถึงกลายเป็นแบบนี้” “ทำไมต้องเป็นเขา” อีกด้านหนึ่ง ภายในเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของอติวิชญ์ เขายืนพิงกระจกบานสูง มองเมืองยามค่ำคืนเงียบ ๆ แก้วไวน์ในมือสะท้อนแสงไฟจากตึกระฟ้า “เธอจะต้องไปกับฉัน” “และฉันจะไม่ให้เธอหายไปอีก” เขายิ้มบาง ไม่ใช่ยิ้มของคนโรแมนติก แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่วางหมากไว้เรียบร้อยแล้ว เช้าวันพรุ่งนี้จะมาถึงเร็ว แต่ทั้งสองคนยังคงเตรียมตัวในโลกคนละด้าน คนหนึ่งเตรียมแผนการควบคุม อีกคนเตรียมใจที่จะต้องทนต่ออีกครั้ง เขาไม่ได้รู้เลยว่า การไปดูงานต่างจังหวัดครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การบังคับเธอ แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่เขาควบคุมไม่ได้อีกต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD