ตอนที่ 1 นางร้ายจำเป็น

1887 Words
"เพียะ!" เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังก้องไปทั่วกองถ่ายละครฟอร์มยักษ์ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มจนโฉบเฉี่ยวของ 'มิลา' นางร้ายสุดเซ็กซี่ หรือชื่อจริงๆ ที่พ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิดคือ 'เหม่ยหลิน' ซึ่งเพื่อนสนิทมักจะเรียกกันติดปากว่า 'อีเหมย' หันไปตามแรงตบจนผมลอนสวยแตกกระเซิง ความแสบร้อนแล่นริ้วขึ้นมาจนน้ำตาแทบเล็ด... นี่มันไม่ใช่แค่การหลบมุมกล้อง แต่เป็นการตบจริง เจ็บจริง! "แกมันก็แค่เมียน้อยหน้าด้าน!" ‘ยี่หวา’ นางเอกหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการมาได้ไม่ถึงสองเดือน ตะคอกใส่หน้าพร้อมส่งสายตาเย้ยหยันสมจริงเกินบท มิลาลอบกัดฟันแน่น แต่ด้วยสปิริตนักแสดงที่สั่งสมมาสามปี เธอเชิดหน้าขึ้น เหยียดยิ้มร้ายกาจ แล้วต่อบทจนจบซีนอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีหลุดคิว "คัต! ดีมากครับ ผ่าน!" สิ้นเสียงผู้กำกับ ร่างอรชรในชุดเดรสรัดรูปผ่าข้างก็แทบจะถอนหายใจออกมาเป็นคำว่าเหนื่อย ทันทีที่กล้องหยุดเดิน รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของยี่หวาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มใสซื่อ เธอหันไปขอโทษขอโพยทีมงานรอบข้างด้วยท่าทีน่าเอ็นดูราวกับผ้าพับไว้ โดยข้ามหัวคนที่เพิ่งโดนตบไปหน้าตาเฉย "มิลา เป็นไงบ้าง" ‘เรย์’ ผู้จัดการหนุ่มพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่คนสนิทสมัยมหาวิทยาลัย รีบเดินหน้าตึงเข้ามาหา เขายื่นขวดน้ำเย็นจัดพร้อมกับส่งทิชชู่ให้เธอซับหน้า แววตาคมคายใต้กรอบคิ้วเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ซีกแก้มเนียนของมิลามีรอยแดงเถือกเป็นรูปนิ้วมือทั้งห้าประทับอยู่อย่างชัดเจน "เมื่อกี้ยี่หวาผิดคิวใช่ไหม เจ็บรึเปล่า" เรย์ถามเสียงเข้ม พลางปรายตาไปทางนางเอกหน้าใหม่ที่กำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าเอาพัดลมจ่อคลายร้อนให้อย่างเอาใจ ทั้งๆ ที่คนที่เพิ่งออกแรงตบคือเจ้าตัว "นิดนึงค่ะพี่เรย์..." มิลาตอบเสียงแผ่ว รับขวดน้ำมาดูดรวดเดียวครึ่งขวดเพื่อดับไฟในอก "แต่ว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนตัวนางเอกกะทันหันล่ะคะ ตอนแรกเห็นว่าเป็นคุณลูกน้ำไม่ใช่เหรอ" "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ ก็มีคำสั่งลงมา เปลี่ยนตัวกลางอากาศเฉยเลย" เรย์ถอนหายใจแรง ยกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด "เบื้องบนคงส่งมานั่นแหละ..." มิลาได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจสัจธรรม ดีจังเลยนะ... เพิ่งเข้าวงการมาแท้ๆ เรื่องแรกก็ได้เป็นนางเอกละครหลังข่าวแล้ว ส่วนตัวเธอน่ะเหรอ? เป็นนักแสดงมาสามปีเต็ม ไม่เคยได้แตะบทดีๆ กับเขาสักเรื่อง ตัวประกอบเดินผ่านกล้องบ้างล่ะ นางร้ายโดนตบตายตอนจบบ้างล่ะ เพื่อนนางเอกที่ไม่มีใครจำชื่อได้บ้างล่ะ แม้แต่รายการวาไรตี้แต่ละรายการที่ช่องส่งไป ก็มีแต่แนวสมบุกสมบัน เข้าป่า จับกบ จับเขียด คลุกโคลน ชีวิตของไอ้ ‘อีเหมย’ ทำไมมันถึงได้น่าเศร้าและรันทดขนาดนี้! "พรุ่งนี้เรามีคิวไปถ่ายวาไรตี้ ‘บุกฟาร์ม ตามหาไข่ห่าน’ ตอนเช้านะ เตรียมตัวลุยโคลนไว้ด้วยล่ะ" เรย์เปิดตารางงานในไอแพดเช็กดูก่อนจะหันมาบอกด้วยสีหน้าปลงตกพอกัน "ฮือออออ พี่เรย์... มิลาอยากเป็นนางเอกบ้างจังเลยอะ ไม่อยากไปวิ่งหนีห่านแล้ว" หญิงสาวเบะปากงอแงใส่ผู้จัดการหนุ่ม เรย์มองหน้ารุ่นน้องที่เห็นมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนสงสาร "วงการนี้มันก็มีป๋าดันกันทั้งนั้นแหละมิลา คนที่มีแค่ฝีมือแต่ไม่มีแอร์ไทม์ก็ตายเรียบกันมานักต่อนักแล้ว" "ป๋าดัน... ที่ต้องเสียตัวแลกกับบทน่ะเหรอคะ" มิลาเบิกตาโต "แต่มิลาอยากดังเพราะความสามารถของตัวเองนี่นา แง..." "มันก็ช่วยไม่ได้นะ ต่อให้เราทำดีแค่ไหน พยายามแทบตาย ถ้าไม่มีสปอนเซอร์คอยหนุนหลัง มันก็ไปได้ไกลสุดแค่นี้แหละ" เรย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบฉบับผู้ชายมองโลกตามความเป็นจริง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก แล้วหยิบนามบัตรปึกเล็กๆ ออกมา "เอาจริงๆ ช่วงนี้ก็มีคนติดต่อเสนอตัวมาเป็นสปอนเซอร์ให้เราหลายคนอยู่นะ นี่ไง..." นามบัตรกระดาษอาร์ตมันเรียบหรูสามสี่ใบถูกยื่นมาตรงหน้า ‘เสี่ยวิชัย’ ‘เสี่ยอานนท์’ ‘เสี่ยสุวิทย์’ ... แค่อ่านชื่อ จินตภาพในหัวของมิลาก็ทำงานทันที... ภาพอาเสี่ยวัยกลางคน พุงพลุ้ย หัวล้าน สวมสร้อยทองเส้นโตเท่าโซ่จักรยาน ใส่เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมโชว์แผงอก และที่สำคัญต้องมีลูกมีเมียหลวงขาโหดรออยู่ที่บ้านแล้วแน่ๆ แค่คิดก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนป้อยๆ "โอย ไม่เอาหรอกค่ะ แค่เห็นชื่อก็สยองแล้ว" มิลาทำหน้าขยาด ถอยกรูดหนีมือผู้จัดการราวกับนามบัตรพวกนั้นเป็นยันต์กันผี "ก็ใช่น่ะสิ ถ้าจะมีคนที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายในวงการบันเทิงได้จริงๆ ก็คงมีแค่ 'คุณลีเทย์' คนเดียวนั่นแหละ" "รองประธานค่ายเราน่ะเหรอคะ..." มิลาถามขึ้น ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อแปลกใหม่ในวงการ เขาคือมัจจุราชหนุ่มหล่อที่กุมบังเ**ยนค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่แห่งนี้ "ใช่... แต่ระดับนั้น เขาคงไม่ลงมาปั้นนางร้ายเกรดรองแบบเราหรอก" "อ้าว แล้วคนที่เป็นประธานบริษัทของค่ายเราจริงๆ ล่ะคะพี่เรย์" มิลาเอียงคอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "รองประธานยังทรงอำนาจขนาดนี้ แล้วประธานใหญ่จะเบอร์ไหน" เรย์ยักไหล่พลางส่ายหน้า "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยมีใครเห็นหน้าประธานตัวจริงเลยสักคน เห็นพวกผู้ใหญ่ในวงการเขาเรียกกันลับๆ ว่า 'คุณพ่อ' ...แต่พี่ก็ไม่เคยเห็นนะ" "คุณพ่อ?" มิลาทวนคำเบาๆ จินตภาพในหัวทำงานอีกครั้ง "งั้นก็คงเป็นคุณลุงแก่ๆ รุ่นราวคราวพ่อ หง่อมจนต้องนั่งรถเข็นแล้วแน่ๆ" "ก็อาจจะใช่ล่ะมั้ง... แต่เอาเป็นว่า จะคุณพ่อหรือคุณรองประธาน เขาก็ไม่ลงมามองนางร้ายปลายแถวอย่างเราหรอก เลิกฝันแล้วไปเตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปฟาร์มห่านพรุ่งนี้เถอะ" เรย์บ่นพึมพำพลางเก็บนามบัตรลงกระเป๋าตามเดิม ... หลังเลิกกอง มิลาขอตัวกลับอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของตัวเอง ทันทีที่ประตูห้องปิดลง คราบ ‘นางร้ายสุดเซ็กซี่’ ก็ถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี หญิงสาวเตะรองเท้าส้นสูงปรี๊ดเจ็ดนิ้วที่ใส่จนปวดน่องไปกองไว้มุมห้อง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อ แล้วดึงเอาฟองน้ำดันทรงและก้อนทิชชู่ที่ยัดเสริมอึ๋มไว้ออกมาโยนแหมะลงบนเตียง ใช่แล้ว... ร่างอรชรสุดเซ็กซี่ที่ใครๆ ต่างบอกว่าหุ่นสะบึม อกตูมจนชุดแทบปริ แท้จริงแล้วเป็นเพียงสาวน้อยตัวเล็กที่หน้าอกแบนราบราวกับไม้กระดาน! ทุกอย่างที่เห็นคือมายาและอุปกรณ์เสริมทรงล้วนๆ มิลาเดินไปหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ เธอใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางหนาเตอะ ลบคราบอายไลเนอร์เฉี่ยวคมและลิปสติกสีแดงสดออก เผยให้เห็นใบหน้าสดที่แท้จริง... ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใส ผิวขาวอมชมพูไร้รอยแต่งแต้ม แต่ก็นั่นแหละ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแบบนี้ ในวงการมีเกลื่อนกลาดยิ่งกว่าดอกเห็ด ถ้าไม่ยอมสร้างคาแรกเตอร์แปลกแหวกแนวอย่างการเป็น 'นางร้ายอึ๋มสะบึม' เธอคงไม่มีแม้แต่งานแสดงประทังชีวิต หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงนุ่ม มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถดูโซเชียลมีเดีย แฮชแท็ก #ยี่หวาดาวรุ่งดวงใหม่ กำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่ง มีแต่กระทู้อวยความสวยและความสามารถของนางเอกป้ายแดงที่เพิ่งตบเธอมาหมาดๆ มิลาเบ้ปาก ก่อนจะไถหน้าจอหนี แต่แล้วนิ้วก็ต้องชะงักเมื่อไปสะดุดกับรูปภาพในข่าวธุรกิจบันเทิง ภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก ทว่าแววตาที่มองตรงมากลับเย็นเยียบและทรงอำนาจจนทะลุออกมานอกจอ ‘ลีเทย์ พิชญะเดชา’ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท Rift Entertainment เขาคือเทพเจ้าของค่าย ชายผู้กุมชะตาชีวิตของดาราทุกคนไว้ในกำมือ แค่เขากระดิกนิ้ว คนคนนั้นก็สามารถดังพลุแตกได้ในข้ามคืน และถ้าเขาไม่พอใจ ใครคนนั้นก็สามารถดับวูบหายไปจากวงการได้ตลอดกาลเช่นกัน "ถ้าเรามีป๋าดันบ้าง... เราจะได้เป็นนางเอกกับเขาไหมนะ?" มิลาพึมพำกับตัวเอง สายตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาบนหน้าจอ "ถ้าต้องมีสปอนเซอร์จริงๆ ... ขอเป็นคนหล่อๆ รวยๆ รูปร่างดีๆ แบบคุณลีเทย์ด้วยเถิด สาธุ" เธอพูดกับเพดานห้อง ก่อนจะถอนหายใจยาวพรืด โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัว ปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วข่มตาหลับ พรุ่งนี้เธอต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปวิ่งไล่จับห่าน... นี่แหละคือความเป็นจริงของมิลา เลิกฝันกลางวันได้แล้ว! ... เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ฟาร์มปศุสัตว์ชานเมือง "มิลา! วิ่งไปทางซ้าย! จับคอมันไว้! ไม่ใช่ๆ อย่าให้มันจิก!" เสียงผู้กำกับรายการวาไรตี้ตะโกนผ่านโทรโข่งแข่งกับเสียงร้อง ก้าบๆ ที่ดังกึกก้องไปทั่วทุ่งหญ้า มิลาในชุดเอี๊ยมชาวไร่ตัวโคร่ง สวมรองเท้าบูทยาง กำลังวิ่งกระหืดกระหอบไล่ต้อนฝูงห่านสีขาวตัวเขื่องนับสิบตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย สภาพของนางร้ายสุดเซ็กซี่ตอนนี้ไม่เหลือชิ้นดี ผมที่อุตส่าห์ดัดลอนมาสลวยเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและเศษฟาง ตามใบหน้าและเสื้อผ้ามีรอยเปื้อนโคลนเป็นหย่อมๆ "แงงงง! พี่เรย์ช่วยด้วย! มันจะจิกหนู!" หญิงสาวร้องลั่นเมื่อห่านจ่าฝูงตัวใหญ่หันขวับมาตั้งท่าจะงับน่องเธอ "วิ่งสิ! วิ่ง! กล้องจับอยู่นะมิลา!" เรย์ที่ยืนอยู่หลังกล้องตะโกนเชียร์ เพื่อเรตติ้ง! เพื่อค่าตัว! มิลากัดฟันหลับตาวิ่งพุ่งเข้าใส่ฝูงห่าน แต่เพราะพื้นดินที่เฉอะแฉะไปด้วยโคลนและมูลสัตว์ ทำให้รองเท้าบูทยางของเธอลื่นไถล พรืดดดด! "ว้ายยยย!" ตุบ! แผละ! ร่างเล็กเสียหลักล้มคะมำ หน้าคว่ำลงไปคลุกกับแอ่งโคลนสีน้ำตาลเข้มอย่างจัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะครืนของทีมงานและตากล้องที่รีบซูมภาพเก็บช็อตเด็ดทันที มิลาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง สภาพตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกโคลน กลิ่นเหม็นเขียวของขี้ห่านเตะจมูกจนแทบอ้วก เธอได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ให้กล้อง ทั้งที่ในใจร้องไห้น้ำตาตกในไปแล้วเป็นสายเลือด ชีวิตนางร้ายมันน่าเศร้าจริงๆ ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD