วันต่อมา ณ สตูดิโอถ่ายภาพโปรโมตละคร
แสงแฟลชสว่างวาบสลับกับเสียงรัวชัตเตอร์ มิลากำลังโพสท่าจิกกล้องแตกด้วยอินเนอร์นางร้ายสุดเซ็กซี่ ชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงรัดรูปขับเน้นสัดส่วน (ที่อุตส่าห์ยัดฟองน้ำมาอย่างยากลำบาก) ให้ดูเย้ายวนน่าค้นหา ร่องรอยความปวดเมื่อยร้าวระบมจากการวิ่งหนีห่านเมื่อวาน ถูกซ่อนเอาไว้ใต้เครื่องสำอางและการปั้นหน้าอย่างแนบเนียน
เธอยืนประกบอยู่ด้านหลังของ ‘คิน’ พระเอกซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของวงการที่รับบทเป็นพระเอกละครเรื่องนี้ โดยมี ‘ยี่หวา’ นางเอกหน้าใหม่ยืนส่งยิ้มหวานซบไหล่กว้างของเขาอยู่อีกข้าง
‘กรี๊ดดดด! พี่คินหล่อมาก! กลิ่นตัวหอมสุดๆ เลยแม่เอ๊ยยย!’
นั่นคือเสียงกรีดร้องที่ดังก้องอยู่ในใจของมิลา เธอเป็นแฟนคลับตัวยงของคินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม การได้มายืนหายใจรดต้นคอเมนตัวเองแบบนี้ มันคือสวรรค์บนดินชัดๆ! แต่ในความเป็นจริง เธอต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่แสดงอาการติ่งแตก ต้องปั้นหน้าเชิดหยิ่ง จิกสายตาอาฆาตใส่ยี่หวาตามคาแรกเตอร์นางร้ายขี้อิจฉาอย่างมืออาชีพ แม้ใจจริงอยากจะกระโดดซุกแผงอกพี่คินใจจะขาดก็ตาม
"ดีมากครับมิลา อินเนอร์แรงมาก ขออีกสองรูปนะ... โอเค เลิกกองได้ครับทุกคน!"
พี่ตั้ม ช่างภาพประจำกองตะโกนบอก ทีมงานต่างพากันปรบมือแยกย้าย มิลาแทบจะหุบยิ้มฟินไว้ไม่อยู่ตอนที่คินหันมาพยักหน้าให้เบาๆ เป็นการขอบคุณ หญิงสาวโค้งตอบอย่างมีมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเตรียมไปเปลี่ยนชุด
"น้องมิลาครับ ว่างคุยกับพี่แป๊บนึงไหม"
เสียงของพี่ตั้ม ช่างภาพคนเดิมดังขึ้น มิลาชะงักฝีเท้า หันไปส่งยิ้มให้
"คะ พี่ตั้ม มีอะไรให้มิลาแก้รึเปล่าคะ?"
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาใกล้ มองซ้ายมองขวาคล้ายกลัวคนได้ยิน ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว
"เปล่าครับ คือว่า... ผู้กำกับทรงยศ แกกำลังหาแคสต์นางเอกเรื่องใหม่ เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของช่องเลยนะ แกเปรยๆ กับพี่ว่าเห็นรูปโปรไฟล์น้องมิลาแล้วถูกใจ บุคลิกเราได้มาก พี่เลยอยากมาถามว่าเราสนใจไหม"
"ผู้กำกับทรงยศเหรอคะ!" มิลาเบิกตากว้าง
ชื่อของ 'ทรงยศ' คือผู้กำกับมือทองระดับประเทศ! ดาราคนไหนได้เล่นหนังหรือละครของเขา การันตีได้เลยว่าดังพลุแตก กวาดรางวัลเรียบทุกสถาบัน!
"ใช่ แกบอกว่าอยากลองปรับลุคน้องมิลาจากนางร้ายมาเป็นนางเอกดู บทมันท้าทายมากนะ เลยอยากนัดแคสต์ส่วนตัวเย็นนี้ที่โรงแรม... สนใจไหมล่ะ เดี๋ยวพี่ให้คอนแท็กต์ไป"
"นัดแคสต์ส่วนตัว... ที่โรงแรมเหรอคะ?" ความหวาดระแวงเล็กๆ ผุดขึ้นมาในใจของมิลา แม้เธอจะอยากดังแค่ไหน แต่การไปพบผู้ชายสองต่อสองในที่รโหฐานก็ดูทะแม่งๆ
"โธ่ น้องมิลา ผู้กำกับระดับแกงานยุ่งจะตาย แกก็ใช้ห้องสวีตโรงแรมเป็นออฟฟิศทำงานทั้งนั้นแหละ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะ ถ้าเราไม่คว้าไว้ คนอื่นก็คาบไปกิน" พี่ตั้มพูดหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
คำว่า 'นางเอก' และ 'โอกาสทอง' มันดังก้องอยู่ในหัวของมิลา ทับซ้อนกับความเหนื่อยล้าจากการเป็นนางร้ายตัวรองมาสามปีเต็ม... เอาวะ! หญิงสาวรีบพยักหน้ารับรัวๆ โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังเดินลงหลุมพรางอย่างจัง
...
ช่วงค่ำ ณ โรงแรมหรูใจกลางเมือง
เพราะเรย์ติดธุระด่วนที่บ้าน มิลาจึงตัดสินใจเดินทางมาที่โรงแรมนี้เพียงลำพัง หญิงสาวในชุดเดรสทรงสอบสีเข้มดูทะมัดทะแมงแต่ยังแฝงความเซ็กซี่ตามสไตล์ของเธอ สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะเคาะประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นท็อปฟลอร์
"เข้ามาสิจ๊ะ หนูมิลา"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก ทรงยศ ผู้กำกับวัยห้าสิบกว่าในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวหมิ่นเหม่ ยืนส่งยิ้มกริ่มมาให้ มิลาชะงักกึก รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าแข็งค้าง พยายามคิดบวกขั้นสุดว่าผู้กำกับอาจจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จและเตรียมตัวจะเปลี่ยนชุด
"สวัสดีค่ะผู้กำกับ... เอ่อ แล้วไหนคะ บทที่จะให้มิลาลองแคสต์" เธอถามพลางสอดส่ายสายตามองหากระดาษบทหรือทีมงานคนอื่นๆ ในห้องสวีตที่กว้างขวางทว่าเงียบสงัด
"แหม ใจร้อนจริงนะคนสวย มานั่งตรงนี้สิ มานั่งใกล้ๆ พี่"
ทรงยศเดินเข้ามาประชิดตัว กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยแตะจมูก มือหยาบกร้านถือวิสาสะคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงกระชากให้เธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาว มิลาพยายามขืนตัวออก แผ่นหลังบางถอยกรูดจนชิดขอบพนักพิง หัวใจเริ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่นหัว
"เอ่อ... มิลาว่าเรารีบดูบทกันดีกว่านะคะ มิลาเกรงใจ"
"บทน่ะ มันอยู่ในหัวพี่หมดแล้วจ้ะ" ทรงยศยิ้มร้าย แววตาหื่นกระหายกวาดมองสัดส่วนของหญิงสาวอย่างจาบจ้วงราวกับกำลังประเมินสินค้า
"นางเอกเรื่องนี้ต้องเล่นเลิฟซีนเก่งนะ เรามาซ้อม 'ฉากบนเตียง' กันก่อนดีกว่า พี่จะได้รู้ว่าหนูถึงใจ... เอ้ย! ถึงบทบาทรึเปล่า!"
พูดจบ ร่างท้วมของผู้กำกับก็โถมตัวเข้าใส่ทันที!
"กรี๊ดดด! ปล่อยนะโว้ยไอ้แก่บ้ากาม!"
มิลาหลุดปากด่าเสียงหลง สลัดคราบดาราสาวทิ้งอย่างไม่ไยดี เธอใช้สองมือผลักอกหนาๆ ของทรงยศออกสุดแรงเกิด แต่น้ำหนักตัวที่ต่างกันเกินไปทำให้เธอเริ่มเสียเปรียบ มือสากลูบไล้ไปตามต้นขาของเธออย่างน่ารังเกียจชวนคลื่นไส้
ในจังหวะที่ทรงยศกำลังจะก้มหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอ มือเล็กที่ปัดป่ายไปมาเพื่อหาทางรอดก็คว้าเข้ากับแจกันเซรามิกที่วางประดับอยู่บนโต๊ะกระจกข้างโซฟา
เพล้ง!!
"โอ๊ยยยยยย!!"
แจกันใบสวยฟาดเข้าที่กลางศีรษะของผู้กำกับหื่นอย่างจังจนแตกกระจาย ทรงยศร้องลั่น เอามือกุมหัวที่เริ่มมีเลือดสีข้นไหลซึมออกมา ร่างท้วมผงะหงายหลังล้มกลิ้งไปกับพื้น โอดครวญด้วยความเจ็บปวด
มิลาหน้าซีดเผือด ไม่รอช้าให้เสียเวลาคิด เธอสปริงตัวลุกขึ้น คว้ากระเป๋าสะพายที่หล่นอยู่บนพื้น แล้วสับเท้าวิ่งหนีออกจากห้องราวกับพายุ!
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"
หญิงสาววิ่งกระหืดกระหอบลงมาถึงหน้าล็อบบี้โรงแรมด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ลมหายใจหอบถี่ สายตากวาดมองซ้ายขวาหาแท็กซี่ แต่บริเวณหน้าโรงแรมกลับว่างเปล่าไร้เงารถสาธารณะ ทว่าห่างออกไปไม่กี่เมตร มีรถยุโรปคันหรูสีดำขลับติดฟิล์มมืดทึบจอดสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้อยู่
สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานไวกว่าความคิด มิลาพุ่งตัวไปกระชากประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่ง ปิดประตูดังปังทันที
"คุณลุงคะ! รีบขับออกไปก่อนทีค่ะ! ไปตอนนี้เลย! หนูขอร้อง ใครตามมาก็อย่าหยุดนะคะ!"
ชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยชะงักงัน เขาหันมามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่พรวดพราดขึ้นมาบนรถด้วยสายตาเรียบนิ่งระคนประหลาดใจ ภายในรถที่ค่อนข้างมืด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูก สติที่แตกกระเจิงของมิลาทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตใบหน้าของเขาให้ชัดเจน รู้แค่ว่าเขาแต่งตัวดูภูมิฐานด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบ และด้วยความที่เธอทึกทักเอาเองว่าเขาคือคนขับรถ สรรพนาม 'คุณลุง' จึงหลุดปากออกไปแล้ว
"..." ชายแปลกหน้าไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด เขาเพียงแค่ตวัดสายตามองเธอผ่านความมืด ก่อนจะเลื่อนมือไปเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคันเร่งพารถเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงแรมไปอย่างนิ่มนวล ทิ้งให้มิลาหันขวับไปมองกระจกหลังอย่างหวาดระแวงว่าจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือผู้กำกับวิ่งตามมาหรือไม่
เมื่อแน่ใจว่ารถขับออกมาไกลพอสมควรแล้ว หญิงสาวก็ทิ้งแผ่นหลังพิงเบาะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างโล่งอก
"ฟู่... รอดตายแล้วอีเหมยเอ๊ย นึกว่าจะได้เป็นเมียน้อยผู้กำกับแทนที่จะได้เป็นนางเอกซะแล้ว"
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะค่อยๆ กลับมาทำงานตามปกติ...
เดี๋ยวนะ... ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนรถของใครก็ไม่รู้!
มิลาสะดุ้งโหยง รีบหันไปหาคนขับรถด้วยท่าทีลนลาน สองมือพนมยกขึ้นไหว้ปลกๆ อย่างรู้สึกผิด โดยที่สายตายังไม่ได้โฟกัสไปที่ใบหน้าของเขาอย่างเต็มตา
"คะ...คุณลุงคะ! จอดตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้านี่แหละค่ะ! หนูขอโทษจริงๆ นะคะที่พรวดพราดขึ้นมา ขอโทษที่เสียมารยาทขั้นสุดค่ะ ลุงจอดเลยๆ!"
เสียงไฟเลี้ยวดังเป็นจังหวะ ก่อนที่เบรกจะทำงานเบาๆ รถยุโรปคันหรูจอดเทียบฟุตปาธอย่างนิ่มนวล มิลากล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปยืนหอบหายใจอยู่ริมถนนทันที
รถสีดำคันนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป กลืนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืน ทิ้งให้หญิงสาวยืนเคว้งคว้างอยู่เพียงลำพังใต้แสงไฟถนนสลัว
ลมหนาวพัดมาปะทะใบหน้า มิลายกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแน่น เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อห้านาทีที่แล้วย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว ภาพแจกันที่แตกกระจาย... และเลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบหน้าผู้กำกับระดับประเทศ...
"ฉิบหาย..." หญิงสาวพึมพำเสียงสั่น ร่างกายเริ่มชาวาบไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุด
"ทำยังไงดี... อนาคตในวงการบันเทิงของฉัน... จบสิ้นแล้ว!"