ณ ชั้น 50 อาคารสำนักงานใหญ่ Rift Entertainment
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบสีเข้มยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ทอดสายตาคมปลาบผ่านผนังกระจกบานยักษ์ของห้องทำงานประธานกรรมการบริหารลงสู่เบื้องล่าง บรรยากาศภายในห้องนี้เงียบสงบและหรูหรา ตัดขาดจากความวุ่นวายของผู้คนที่เดินขวักไขว่ราวกับมดงานบนทางเท้าอย่างสิ้นเชิง
ทว่าท่ามกลางฝูงชนนับร้อยที่กำลังเร่งรีบ สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินคอตก ไหล่ลู่ ก้าวเดินไปตามฟุตปาธอย่างคนไร้จุดหมาย
แม้จะมองจากมุมสูงและเธอกำลังสวมแว่นกันแดดอันใหญ่เพื่อปิดบังใบหน้าครึ่งบนเอาไว้ แต่สัญชาตญาณบางอย่างที่แม่นยำเสมอของเขากลับร้องบอกว่า... ยัยเด็กนั่นคือคนที่เพิ่งเดินชนเขาที่หน้าประตูตึกเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
และยิ่งไปกว่านั้น เธอคือคนคนเดียวกับ 'ผู้โดยสารไม่ได้รับเชิญ' ที่พรวดพราดขึ้นรถเขาเมื่อคืนวาน
ภาพเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว เขาเพิ่งเจรจาดีลขายลิขสิทธิ์ซีรีส์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงเสร็จ และแวะจอดรถที่หน้าโรงแรมเพื่อพิมพ์ตอบแชตข้อตกลงลับกับพาร์ตเนอร์ต่างชาติให้เสร็จสิ้นก่อนจะขับออกไป... แต่จู่ๆ แม่สาวหน้าตาตื่นที่ไหนก็ไม่รู้ ดันกระชากประตูรถฝั่งผู้โดยสารแล้วสอดตัวเข้ามานั่งหน้าตาเฉย ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาสั่งให้เขาออกรถ แถมยังเรียกเขาว่า 'คุณลุง' อย่างเต็มปากเต็มคำ ทั้งที่เขาเพิ่งจะอายุสี่สิบสองปีแท้ๆ
"คุณภพ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยเรียกเลขาหนุ่มคนสนิทที่ยืนกุมมือรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล
"ครับ ท่านประธาน"
"ผู้หญิงคนที่เพิ่งเดินพ้นหน้าตึกออกไป... คือใคร" เขาถามขึ้นลอยๆ โดยที่สายตาคมกริบยังไม่ละไปจากร่างเล็กที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนเกือบจะลับสายตา
เลขาภพขยับแว่นตาเล็กน้อย ชะโงกหน้ามองตามทิศทางสายตาของผู้เป็นนาย ก่อนจะนึกขึ้นได้เพราะเพิ่งได้รับรายงานด่วนมาจากฝ่ายดูแลศิลปินเมื่อครู่นี้เอง
"อ๋อ... เธอชื่อมิลาครับ เป็นนักแสดงสมทบที่มักจะรับบทนางร้ายของค่ายเรา วันนี้เธอถูกคุณลินดาเรียกตัวมารับทราบคำสั่งพักงานไม่มีกำหนด ครับ"
หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงตั้งคำถามให้เลขาพูดต่อ
"เห็นว่าเมื่อคืนเธอไปมีเรื่องกับผู้กำกับทรงยศที่โรงแรมครับ... สายข่าวของเรารายงานว่า คุณมิลาใช้แจกันฟาดหัวผู้กำกับจนแตก เย็บไปแปดเข็ม ตอนนี้ผู้กำกับทรงยศโกรธมาก ขู่จะถอนโปรเจกต์ซีรีส์ทั้งหมดออกจากค่ายเรา ทางบอร์ดบริหารเลยต้องสั่งดองงานคุณมิลาเพื่อลดความขัดแย้งและเอาใจผู้กำกับครับ"
ความเงียบโรยตัวลงในห้องทำงานชั่วอึดใจ ชายหนุ่มรับฟังรายงานนั้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แววตาคมคายไม่ได้ฉายแววเห็นอกเห็นใจหรือประหลาดใจกับเรื่องคาวๆ ในวงการมายา เขากระตุกยิ้มมุมปากเพียงนิดเดียวจนแทบมองไม่เห็น
ไปฟาดหัวผู้กำกับใหญ่มานี่เอง ถึงได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาขึ้นรถเขาสินะ...
"อืม... ไม่มีอะไรล่ะ ไปจัดการเรื่องพาร์ตเนอร์ต่างชาติให้เรียบร้อยเถอะ" เขาหมุนตัวกลับมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังบุนวม ตัดบทสนทนาเพียงแค่นั้น ปล่อยให้เรื่องของนางร้ายท้ายแถวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป
ณ อพาร์ตเมนต์แคบๆ ย่านชานเมือง
"เฮ้ออออออ!"
เสียงถอนหายใจยาวพรืดดังขึ้นเป็นรอบที่ร้อยของวัน มิลาที่เพิ่งกลับมาถึงห้อง ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง นัยน์ตากลมโตที่ไร้แววสดใสเหม่อมองคราบน้ำรั่วบนเพดานด้วยสายตาเลื่อนลอย บรรยากาศอับทึบของห้องเช่าราคาถูกยิ่งทำให้ความรู้สึกของเธอดิ่งลงเหว
ชีวิตของ 'อีเหมย' มาถึงทางตันเข้าจริงๆ แล้ว!
หน้าจอแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือที่แสดงยอดเงินคงเหลือเพียงหลักพันต้นๆ ทำให้เครื่องคิดเลขในหัวเริ่มดีดคำนวณรายจ่ายยิบย่อยอย่างบ้าคลั่ง... ค่าเช่าห้องที่กำลังจะถึงดิวสิ้นเดือนนี้ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง แล้วไหนจะค่ากินอยู่ประทังชีวิตอีกล่ะ! ในเมื่อถูกต้นสังกัดสั่งดองยาวแบบไม่มีกำหนด แถมสัญญาค่ายก็ตีกรอบห้ามรับงานนอกเด็ดขาด แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนมายาไส้!
ความคิดที่จะซมซานกลับบ้านเกิดเพื่อขอความช่วยเหลือแวบเข้ามาในหัว แต่ก็ถูกปัดตกไปในเวลาไม่ถึงสามวินาที
'อั๊วบอกลื้อแล้วใช่ไหมอาเหมย! เกิดเป็นลูกผู้หญิงจะไปเต้นกินรำกินให้เปลืองตัวทำไม! รีบแต่งงานกับเถ้าแก่ฮ้อไปซะ อั๊วจะได้เอาสินสอดมาหมุนทำกงสีให้เฮียลื้อ! ถ้าก้าวเท้าออกจากบ้านนี้ไป ก็อย่าหวังจะได้ซมซานกลับมาขอข้าวกิน!'
คำประกาศิตอันไร้เยื่อใยของป๊ายังดังก้องอยู่ในโสตประสาท ครอบครัวคนจีนหัวโบราณของเธอเชิดชูลูกชายเป็นใหญ่และมองลูกสาวเป็นแค่สาดน้ำทิ้ง ขืนเธอกลับไปพึ่งพาใบบุญในสภาพดาราตกอับพ่วงคดีฉาว มีหวังโดนสวดตั้งแต่หน้าปากซอยยันศาลเจ้า แถมยังต้องโดนป๊ากับม๊าจับใส่ตะกร้าล้างน้ำ ประเคนให้เสี่ยเฒ่าที่ไหนสักคนเพื่อแลกกับเงินก้อนมาโปะให้กงสีของพี่ชายแน่ๆ
"ไม่ได้... ฉันจะยอมแห้งตายอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด! อุตส่าห์ดิ้นรนหนีออกมาเพื่อความฝันแล้ว จะยอมแพ้ให้ตาแก่ตัณหากลับนั่นไม่ได้!"
มิลาสปริงตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ สองมือเรียวตบแปะๆ ที่แก้มตัวเองซ้ายขวาเพื่อเรียกสติ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
"ถ้าปัญหามันเกิดจากคนมีอำนาจ... ฉันก็ต้องหาคนที่มีอำนาจเหนือกว่ามางัดสิ!"
สมองที่ทำงานไวที่สุดเฉพาะเรื่องการเอาตัวรอดเริ่มประมวลผลอย่างหนัก ใครบ้างที่มีบารมีมากพอจะงัดข้อกับผู้กำกับทรงยศ และมีอำนาจพอจะระงับคำสั่งแบนของคุณลินดาทิ้งได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว?
ท่านประธานใหญ่ที่ใครๆ ในวงการเรียกกันว่า 'คุณพ่อ' น่ะเหรอ? ตัดทิ้งไปได้เลย! ได้ยินมาว่าทั้งแก่หง่อม ดุดัน แถมยังเก็บตัวเงียบไม่ชอบออกสื่อ จะไปหาตัวเจอได้ยังไง ต่อให้ฟลุคเจอ ลุงแกก็คงไม่ชายตามองดาราโนเนมเกรดบีอย่างเธอหรอก
ถ้าประธานใหญ่เข้าไม่ถึง... อย่างนั้นก็เหลือตัวเลือกเดียว!
'คุณลีเทย์' รองประธานกรรมการบริหาร!
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ผุดพรายบนริมฝีปากจิ้มลิ้ม ภาพใบหน้าหล่อเหลาแต่ร้ายกาจของมัจจุราชหนุ่มในหน้าข่าวสังคมเมื่อคืนลอยเข้ามาในหัว เขาอายุน้อย เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง และที่สำคัญ... มีอำนาจรองลงมาจากท่านประธานเพียงคนเดียว
ถ้าเธอดักเจอเขาได้ ทำเป็นเข้าไปตีสนิท อ่อยนิด มารยาหน่อย ทำให้เขาถูกใจ หรืออย่างน้อยๆ ก็ตื๊อจนกว่าเขาจะรำคาญแล้วยอมใช้สิทธิ์ผู้บริหารยกเลิกบทลงโทษให้... ชีวิตนางร้ายเกรดบีของเธอก็จะกลับมามีแสงสว่าง โบยบินในวงการได้อีกครั้ง!
"เอาวะอีเหมย! ปฏิบัติการอ่อยท่านรองฯ เพื่อแลกอิสรภาพ... เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"
หญิงสาวสะกดกลั้นความกังวลแล้วกำหมัดแน่นชูขึ้นกลางอากาศ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยหม่นหมองกลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวลุกโชน... ปฏิบัติการเดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีของนางร้ายเกรดบี กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่วินาทีนี้!